โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เดือดร้อนหนัก!! เพื่อนบ้านร้องเลี้ยงไก่ 100 ตัว 15 ปี กลิ่น-เสียงรบกวนวุ่น

สยามรัฐ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชาวบ้านบางบัวทอง ร้องเรียนเดือดร้อนหลังเพื่อนบ้านเลี้ยงไก่กว่า 100 ตัวในเขตชุมชน ส่งกลิ่นเหม็นและเสียงดังยาวนานกว่า 15 ปี ทำให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ เจ้าหน้าที่และนักการเมืองท้องถิ่นลงพื้นที่เจรจาเพื่อหาทางแก้ไข ขณะที่คู่กรณีอ้างเลี้ยงสัตว์ตามความเมตตาและขอเวลาในการย้ายออก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ค.69 นายเกียรติคุณ ต้นยาง (ทนายโป้ง) สส.นนทบุรี เขต 7 นายอรรถพล พิมมงละ (สจ.โอเล่ย์) ส.อบจ.นนทบุรี เขต 4 บางบัวทอง พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เรื่องเพื่อนบ้านหลังหนึ่งเลี้ยงไก่ภายในบ้านเกือบ 100 ตัว ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งกลิ่นเหม็น และเสียงดัง มาเป็นเวลานาน จนคนในบ้านเริ่มป่วยเป็นภูมิแพ้ พูดเตือนก็กลายเป็นมีปากเสียงกัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยแก้ไข

พี่จิ๋ม อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านที่ร้องเรียน กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มา 18-19 ปีแล้ว ได้รับความเดือดร้อนจากเพื่อนบ้านคู่กรณีมาตลอด ประมาณ 15 ปี ตั้งแต่แรกๆที่เขาเลี้ยงสุนัขจรจัดเกือบ 100 ตัว ทั้งกลิ่นเหม็น และเสียงดังรบกวน ต่อมาก็มาเลี้ยงไก่ชนด้วย ซึ่งชาวบ้านในละแวกนี้ได้รับความเดือดร้อนกันเยอะ ตนไม่เคยไปร้องเรียนที่ไหน มีแต่เพื่อนบ้านรอบๆที่เคยร้องเรียนกับหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งเพื่อนบ้านคู่กรณีก็ไม่เคยสนใจอะไร อยู่แบบสันโดษ หน่วยงานไหนลงพื้นที่มาก็ไม่เคยต้อนรับ ที่ผ่านมาเคยมีปากเสียงกันบ่อย ล่าสุดเมื่อวานนี้ก็ตะโกนด่ากันเรื่องไก่บินขึ้นมากินใบไม้ที่กำแพงและถ่ายอุจจาระใส่บ้านตน ขณะที่ตนกำลังล้างพื้นอยู่ ซึ่งตนได้ต่อว่าไปแต่เพื่อนบ้านคู่กรณีบอกว่าไก่ยืนอยู่บนกำแพงเฉยๆจะถ่ายอุจจาระลงมาบ้านตนได้ยังไง เขาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครมีแต่ตนที่สร้างความเดือดร้อนให้เขา

ที่ตนร้องเรียนตนไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง แต่ตนทนไม่ไหว บางครั้งเพื่อนบ้านคู่กรณีก็ด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย บางทีเขวี้ยงข้าวของประชดก็มี หลังจากนี้ตนก็อยากให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ทั้งกลิ่น ทั้งเสียง อยากให้เพื่อนบ้านคู่กรณีรับฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ใครติอะไรก็ด่าทันที ทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย ซึ่งตนได้รับความเดือดร้อนมานาน ยิ่งเวลาฝนตกยิ่งหนัก ประตู-หน้าต่างบ้านเปิดแทบไม่ได้ เพราะลูกของตนป่วยเป็นภูมิแพ้ วันนี้มี สส.ทนายโป้ง และทีมงานมาลงพื้นที่ตนก็รู้สึกดี หากเพื่อนบ้านคู่กรณียินดีย้ายไก่ออกไปบ้างและเหลือไว้บางส่วนตนก็ยินดี แต่อย่าให้มีเสียงรบกวน เวลาบ้านตนมีเสียงทำกับข้าวบ้างเล็กๆน้อยๆก็อย่ามาด่ากัน ต่างคนต่างอยู่ไป

ด้าน ลุงธงชัย อายุ 70 ปี เพื่อนบ้านเลี้ยงไก่ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 49 และเลี้ยงสัตว์มาตลอด ตนไม่ได้เป็นคนดีแต่ตนสงสารสัตว์ ทั้งสุนัขจรจัดและไก่ ก่อนหน้านี้ตนอยู่ที่เทเวศน์ กทม. พอมาอยู่ตรงนี้ก็เอาไก่มาเลี้ยงด้วย ส่วนมากจะเป็นไก่ชน ถ้าตัวไหนเก่งก็จะเอาไปตีเดิมพันบ้าง ส่วนใหญ่จะเสียเพราะไก่ที่คิดว่าเก่งของเราแต่ไม่ได้เก่งเท่าของคนอื่น ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจ ที่มีหน่วยงานมาลงพื้นที่และจะเอาไก่ไปไว้ที่อื่น เวลาคนอื่นทำผิดไม่เห็นเทศบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้กฎหมาย คนทำบุญทำทาน ดูแลสัตว์ เลี้ยงอย่างดีให้ข้าวให้น้ำ กลับต้องอยู่ลำบาก คนที่ขังสุนัขอยู่ในบ้านจนกัดกันตายไม่ดูแล กลับอยู่สบาย คนรวยมีบ้านหรู จัดงานปีใหม่หรือเทศกาลเปิดเพลงเสียงดังไม่เห็นเทศบาลมาว่าอะไร ส่วนคนจนใจบุญกลับถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างนี้มันเลือกปฏิบัติ

เหตุผลที่ตนเลี้ยงไก่เพราะสงสาร ไม่อยากให้ไก่ถูกเชือด และบางส่วนก็มีคนให้มา แต่ตนไม่เคยขายไก่ มีเก็บไข่ไก่กินบ้างตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ฝากถึงคนร้องเรียนถ้าอ้างว่าเดือดร้อนจากการที่ตนเลี้ยงไก่ มีกลิ่นเหม็น มีเชื้อโรคทำให้เขาไม่สบาย ขอถามกลับว่าตนอยู่กับไก่มา 20 ปี ถ้ามีเชื้อโรคจริงคนร้องเรียนไม่ตายก่อน หรือคนเลี้ยงคงตายก่อนไปนานแล้ว หลังจากนี้ตนขอเวลาซักระยะ ประมาณ 1 เดือน เพื่อย้ายที่อยู่ให้ไก่ไปในที่เหมาะสมตามวิธีของตน

นายเกียรติคุณ หรือทนายโป้ง กล่าวว่า เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ร้องเรียนกรณีเพื่อนบ้านเลี้ยงไก่กว่า 100 ตัว และมีเสียงดังรบกวน รวมถึงอุจจาระเปอะเปื้อนบริเวณบ้าน วันนี้ตนจึงลงมาตรวจสอบร่วมกับ ส.อบจ. และ สท. ของเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง จึงได้มีการพูดคุยกับคุณลุงที่เป็นคนเลี้ยงไก่และได้ให้ข้อเสนอแนวทางในการแก้ไขก่อนที่จะใช้กฎหมายพรบ.สาธารณสุข และข้อกำหนดของเทศบาลที่ให้เลี้ยงสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสมของขนาดพื้นที่

โดยมีการยื่นข้อเสนอให้นำไก่ไปไว้ในพื้นที่ของ สท. เพื่อลดปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชนก่อน แต่การเจรจาไม่เป็นผล คุณลุงที่เลี้ยงไก่แจ้งว่ามีทางเลือกของตัวเอง ตนจึงได้ประสานงานไปทางกระทรวงสาธารณสุข และปศุสัตว์ประจำอำเภอ เพื่อให้ลงมาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องกลิ่นมูลสัตว์ และเสียงดัง โดยเฉพาะช่วงหน้ามีกลิ่นฟุ้งกระจายจนทำให้ชาวบ้านในบริเวณรอบๆไม่สบาย ต้องไปโรงพยาบาล วันนี้นับคร่าวๆมีประมาณ 100 ตัว มีตั้งแต่ไก่วัยรุ่นยันถึงวัยแก่ จำนวนเท่านี้เปรียบเสมือนเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยง ถ้าจะทำเป็นฟาร์มจริงๆต้องมีการจัดการเรื่องมูลฝอย แต่ที่แห่งนี้เป็นที่พักอาศัย เป็นหมู่บ้านจึงไม่เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ที่มีจำนวนมาก อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เข้ามาตรวจสอบและช่วยกันแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...