โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สังคมอัดอั้นชวนเครียด รู้จักเกิดภาวะ ‘Catharsis’ คนเสพติดความสะใจในซีรีส์ล้างแค้น

TODAY

อัพเดต 14 มิ.ย. เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. เวลา 11.36 น. • TODAY

ช่วงนี้หน้าฟีดสตรีมมิ่งซีรีส์แนวการล้างแค้นแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกำลังมาแรง โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลีใต้ที่มีพล็อตเรื่องออกมาคล้ายกัน แล้วก็ได้รับความนิยมทุกครั้ง จนถึงเรื่องล่าสุดที่ตอนนี้กลายเป็นกระแสรีวิวเต็มโซเชียลอย่าง “Teach You A Lesson”

ปรากฎการณ์นี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาเรียกภาวะนี้ว่า‘Catharsis’ หรือการได้ปลดปล่อยอารมณ์เชิงลบที่อัดอั้นออกมาโดยมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ ซึ่งเป็นคำเรียกสำหรับภาวะที่ช่วยให้คนดูรู้สึกโล่งและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมซีรีส์หรือภาพยนตร์แนวนี้ถึงมีมากขึ้นกว่าสมัยก่อน

เอาจริงคำว่า Catharsis ถูกนำมาใช้กับความรู้สึกทางละคร ตั้งแต่ที่นักปราชญ์คนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘Aristotle’ได้หยิบมาใช้บรรยายความรู้สึกของคนดูละครเวทีแนวโศกนาฏกรรม (Tragedy)

นอกจากนี้ มีบทวิเคราะห์ของ Palo Alto University (PAU) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้พูดถึงทฤษฎี Catharsis พฤติกรรมที่ในชีวิตจริงอาจทำไม่ได้ แต่การปลดปล่อยอารมณ์ โดยผ่านตัวละคร/คาแรกเตอร์ในซีรีส์สามารถบรรเทาความขัดแย้งในจิตใต้สำนึกได้ หรือลบปมในใจของใครบางคนได้

The Business Research เผยว่าคอนเทนต์แนวล้างแค้น (Revenge) กำลังมีบทบาทและครอบครองพื้นที่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดระดับภูมิภาคเอเชีย ที่ซึ่งผู้ชมมองหาการปลดปล่อยทางอารมณ์ (Catharsis) เพื่อตอบโต้กับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ยิ่งกว่านั้น มูลค่าของตลาดความบันเทิงออนไลน์ในปัจจุบันยังพุ่งสูงถึง 509,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17-18 ล้านล้านบาท) ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการเสพเรื่องราวที่มีความดราม่าเข้มข้นขึ้น สะท้อนปัญหาสังคมแบบเรียลมากขึ้น

พร้อมคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดนี้จะเติบโตไปถึง 879,440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 14.6% นั่นหมายความว่า ความโหยหานี้ของคนดูเท่ากับเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมนี้ด้วย

[ ความเครียด การถูกเอาเปรียบในสังคม เป็นตัวกระตุ้นอย่างดี ]

การรู้สึกเชื่อมโยงและเห็นอกเห็นใจผ่านตัวละครเมื่อเผชิญกับความยากลำบาก ทำให้คนดูรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง รู้สึกว่าในช่วงชีวิตหนึ่งพวกเขามีความรู้สึกเติมเต็มกับบางอย่าง ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ทางจิตวิทยามันคือ ‘ความโล่งใจ’

ดูได้จากช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสตอบรับของภาพยนตร์/ซีรีส์ที่เป็นแนวแก้แค้น ทวงความยุติธรรม หรือแนวเรื่องที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ลบๆ ออกไปเพิ่มขึ้นในตลาด โดยเฉพาะ‘K-Revenge’ ซีรีส์จากเกาหลีใต้

ตัวอย่างที่เห็นว่าเนื้อหาแนวนี้กำลังเติบโตอย่างมากบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เช่น

  • The Glory (2022-2023)ซีรีส์ที่มียอดรับชมสูงเป็นอันดับต้นๆ บน Netflix (ประเภทคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ) ในช่วงนั้นโดยมียอดผู้ชมรวม 123.59 ล้านชั่วโมง ทำให้เป็นซีรีส์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์แรกที่ฉาย
  • Marry My Husband (2024)โดยเรตติ้งในเกาหลีใต้พุ่งแรงจาก 5% ไปจบที่ 12% และเป็นซีรีส์เกาหลีใต้เรื่องแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Amazon Prime Video
  • Reborn Rich (2022)เรื่องนี้กวาดเรตติ้งในเกาหลีใต้สูงถึง 26.9% ขึ้นแท่นซีรีส์ช่องเคเบิลที่เรตติ้งสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ทีวีเกาหลีใต้ที่ผ่านมา
  • Vincenzo (2021)ทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 14.6% และเป็นหนึ่งในคอนเทนต์แนวล้างแค้นที่มียอดชมสูงสุดติดอันดับ Top 10 ของ Netflix ทั่วโลกในปีนั้น

จนกระทั่งซีรีส์เรื่องล่าสุด Teach You A Lesson ที่เพิ่งลงสตรีมมิ่งบน Netflix เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่กระแสในโซเชียลแทบทุกที่พูดถึงตลอดเวลา และยังติดอันดับ Top 10 ในไทยตลอดทั้งสัปดาห์อีกด้วย

โดยเรื่องนี้ทำยอดวิวบน Netflix ได้ 6.4 ล้านครั้งช่วงวันที่ 1-7 มิถุนายน ขึ้นอันดับหนึ่งในตารางจัดอันดับซีรีส์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษของ Netflix ทั่วโลกในสัปดาห์แรกของเดือน

นักวิจารณ์หนังหลายคนพูดว่า เกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในประเทศที่ขับเคลื่อนคอนเทนต์แนวนี้จนกลายเป็นกระแสระดับโลก (Global Phenomenon) โดยสร้างคาแรกเตอร์แนว Dark Hero ค่อนข้างเก่ง และทำให้ผู้ชมในหลายประเทศ รวมถึงคนไทยติดงอมแงม

คอนเทนต์แนว Catharsis/Revenge จึงไม่มีวันตาย ตราบใดที่โลกความจริงยังมีความเหลื่อมล้ำและมีความน่าอึดอัดใจในสังคม ซ้ำยังทำให้อุตสาหกรรมภาพยนต์เติบโตขึ้น หรือแม้แต่แพลตฟอร์มละครแนวตั้งหลายแอปฯ ก็เติบโตมาจากแนวเรื่องการแก้แค้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การจะทำคอนเทนต์แนวนี้ให้ชนะในยุคนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องพระเอกเก่งแล้วไปไล่ตีคนชั่ว แต่อาจต้องเจาะไปที่‘ปมปัญหาที่คนดูเจอในชีวิตจริง’ เพื่อเข้าใจและครองใจคนดูได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...