"ประเสริฐ" ลุยชายแดนใต้ ดันนโยบาย Zero Dropout ดึงเด็กหลุดระบบกลับสู่ห้องเรียน ชู Credit Bank เพิ่มโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิต
">
รมว.ศธ. "ประเสริฐ" ลุยชายแดนใต้ ชู "Zero Dropout" ดึงเด็กหลุดระบบคืนห้องเรียน พร้อมดันนโยบาย Credit Bank สร้างความยืดหยุ่นทางการศึกษา
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.45 น. ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อ.เมือง จ.ยะลา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการ และติดตามความคืบหน้าการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ พร้อมรับฟังข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในเขตพื้นที่
โดยก่อนเข้าร่วมประชุม นายสมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลามีพื้นที่ครอบคลุม 8 อำเภอ และมีนักเรียนในทุกสังกัดรวมกว่า 200,000 คน การขับเคลื่อนการศึกษาของจังหวัดได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา โดยเน้นเป้าหมายหลักคือ การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย All for Education ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข
“สำหรับการลงพื้นที่ของ รมว.ศธ. ในครั้งนี้ ทางบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดยะลา ได้เตรียมข้อเสนอสำคัญ 3 มิติ เพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูง คือ มิติด้านคุณภาพการศึกษา เสนอให้มีการปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับบริบทความเป็นอยู่ของเด็กในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มิติด้านความปลอดภัยของครู: เน้นย้ำเรื่องสวัสดิภาพของบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะการปรับปรุงบ้านพักครู และความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และมิติด้านการสนับสนุนโรงเรียนเอกชน: ส่งเสริมโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพและคุณภาพสูง ให้สามารถจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งด้านคุณธรรม การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการฝึกอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และถือเป็นเสียงสะท้อนที่แท้จริงจากคนทำงานในพื้นที่ ทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และอาชีวศึกษา ที่ร่วมใจกันสะท้อนสภาพความเป็นอยู่และบริบทของชายแดนใต้ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญให้ รมว.ศธ. และผู้บริหารระดับสูง นำไปพิจารณากำหนดทิศทางการพัฒนาที่ตรงจุดต่อไป" นายสมพงศ์ กล่าว
ซึ่งภายหลังการประชุม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ได้รับข้อมูลหลายประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการนำไปขับเคลื่อนต่อ โดยเฉพาะปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งตนได้กำชับให้ทุกภาคส่วนบูรณาการทำงานภายใต้นโยบาย Zero Dropout เพื่อดึงเด็กกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ระบบให้ได้ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพครูและการศึกษาในภาพรวม
"การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญที่เด็กและเยาวชนทุกคนต้องได้รับ กระทรวงศึกษาธิการมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมและสร้างโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ โรงเรียนเอกชน หรือ สกร. เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงระดับอาชีวศึกษาและระดับปริญญาตรี ส่วนสำหรับการสนับสนุน โรงเรียนปอเนาะและตาดีกานั้น ได้นำหลักสูตรพื้นฐานของ สกร. เข้าไปเสริมทัพ พร้อมมอบนโยบายให้ผู้ช่วยด้านการศึกษาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเป็นตัวแทนจากกระทรวงฯ เข้าไปทำงานร่วมกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังและร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเน้นย้ำถึงรูปแบบการศึกษาในปัจจุบันที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยชูนโยบาย Credit Bank หรือธนาคารหน่วยกิต ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตจากการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้เยาวชนมีทางเลือกในการเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเลือกเรียนในรูปแบบใดก็ตาม” ” รมว.ศธ. กล่าว
ส่วนด้านผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ รมว.ศธ. ระบุว่า จากการหารือร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในช่วงเช้า พบว่าการศึกษาในพื้นที่ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ตามเป้าหมาย ทั้งในส่วนของผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง พร้อมเชื่อมั่นว่าพื้นที่ชายแดนใต้เป็นพื้นที่มีศักยภาพ และการศึกษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
ภูมิภาค79