DITTO ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 159.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #DITTO ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 159.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%
บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DITTO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 159.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.97 ล้านบาท หรือ 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 918.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจวิศวกรรมด้านเทคโนโลยี และธุรกิจระบบบริหารจัดการเอกสารและระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26% ลดลงจาก 28% ในปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 17% ลดลงจาก 20% เนื่องจากต้นทุนโครงการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับที่ดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
รายได้หลักได้รับแรงหนุนจาก 2 ธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและระบบ Cyber Security ซึ่งบริษัทเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการ Total Digital Solution Provider ครอบคลุมด้าน Data Management และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงธุรกิจวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่องจากโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ Smart Engineering Solutions ด้านบริหารจัดการน้ำ ระบบเตือนภัย และศูนย์เรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 41% เหลือ 5.82 ล้านบาท จากค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26% อยู่ที่ 44.08 ล้านบาท ตามการขยายตัวของธุรกิจและค่าใช้จ่ายบุคลากร
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง 53% เหลือ 7.85 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของ บริษัท เน็ตเบย์ ที่ลดลง
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่รับรู้รายได้รวม 5,311.56 ล้านบาท ไม่รวมงานบริการเช่าเครื่องถ่ายเอกสารและขายสินค้า
นอกจากนี้ บริษัทย่อยยังเดินหน้าโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ครอบคลุมพื้นที่รวม 175,196.05 ไร่ และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO) มูลค่าไม่เกิน 480 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปพัฒนาและบริหารโครงการป่าชายเลน หลังได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว
ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,356.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,393.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,962.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ตามกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรก