โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ขายดาวน์คอนโด ทางออกสำหรับคนผ่อนคอนโดไม่ไหว

CondoNewb

เผยแพร่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 06.00 น.

          การขายดาวน์เป็นมายังไง ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า…การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมในช่วง Presale  นั้น ถือเป็นช่วงที่ลูกค้าจะสามารถซื้อบ้านหรือห้องได้ในราคาที่ถูกกว่าในช่วงอื่น ๆ อย่างในช่วงเปิดตัวโครงการ หรือช่วงโครงการแล้วเสร็จ เพราะการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมในช่วง Presale ทางโครงการจะทำการเปิดขายโครงการต่าง ๆ ก่อนที่จะเริ่มสร้าง ดังนั้นลูกค้าก็จะไม่สามารถเห็นสภาพบ้านหรือห้องเมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยก่อนซื้อ แต่จะสามารถเลือกแปลนที่ทางโครงการออกแบบมาเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามช่วง Presale ก็ถือเป็นช่วงที่คุ้มค่ากับการซื้อมากที่สุด เพราะมีทั้งการลดแลกแจกแถม และอื่น ๆ อีกมากมาย 

          โดยเมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อคอนโดในช่วง Presale ทางโครงการก็จะให้ทำสัญญาจะซื้อจะขาย พร้อมกับให้ลูกค้าผ่อนดาวน์คอนโดตามจำนวนที่ตกลงในระหว่างที่รอโครงการคอนโดก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 % ของราคาคอนโด ส่วนระยะเวลาในการผ่อนดาวน์นี้จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายไปจนถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนที่ติดตามข่าวหรือบทความอสังหาฯ มาน่าจะรู้จักกับการผ่อนดาวน์มาบ้างแล้ว แต่ถ้าหากว่าสำหรับใครที่ผ่อนต่อไม่ไหว ยื่นกู้ธนาคารไม่ผ่าน หรืออยากจะขายดาวน์เพื่อทำกำไรจะต้องทำอย่างไร และขั้นตอนในการขายมีอะไรบ้าง วันนี้ CondoNewb มีคำตอบมาให้ทุกคนได้อ่านในบทความนี้กัน

ขายดาวน์ คืออะไร

           การขายดาวน์ หรือขายต่อช่วงที่ยังผ่อนดาวน์อยู่นั้น หมายถึง การขายบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ยังอยู่ในช่วงที่มีการผ่อนดาวน์ โดยมักจะเป็นช่วงที่ลูกค้าซื้อบ้านหรือคอนโดกับทางโครงการที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง และยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ใด ๆ มีเพียงการทำสัญญาจะซื้อจะขายกับทางโครงการไว้เท่านั้น

          ซึ่งราคาของการขายดาวน์นั้นจะขึ้นอยู่กับผู้ขาย ว่าต้องการขายเท่ากับราคาโครงการ หรือจะบวกกำไรเพิ่มเติมตามราคาที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนมือผู้ผ่อนดาวน์ต่ออีกทอดนั่นเอง โดยผู้ซื้อดาวน์ก็จะต้องผ่อนดาวน์ต่อกับทางโครงการจนหมด จากนั้นจึงเริ่มทำเรื่องกู้และผ่อนจ่ายกับทางธนาคารต่อไป 

 

ตัวอย่างการขาย - ซื้อดาวน์

         หลังจากที่ทราบว่าการขายดาวน์ คืออะไรไปอย่างคร่าว ๆ แล้ว เชื่อได้เลยว่าน่าจะยังมีใครที่นึกภาพตามไม่ออก หรือยังไม่เข้าใจอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งทาง CondoNewB ก็ได้ยกตัวอย่างแบบง่าย ๆ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนของผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อให้ทุกคนได้ลองทำความเข้าไปกันแบบไม่ต้องรีบร้อน 

ผู้ขายดาวน์

  •  ซื้อคอนโดราคา 4 ล้านบาท 
  •  จ่ายเงินจอง 20,000 บาท
  •  จ่ายเงินทำสัญญา 100,000 บาท
  •  และต้องจ่ายเงินดาวน์ 10% ของราคาขายของทางโครงการ นั่นก็คือ 400,000 บาท โดยจะต้องจ่ายทั้งหมด 10 งวด งวดละ 40,000 บาท
  •  โดยผู้ขายจ่ายเงินดาวน์ไปแล้วทั้งหมด 6 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น 240,000 บาท

          และด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ซึ่งทำให้ผู้ขายไม่สามารถผ่อนดาวน์ให้กับทางโครงการต่อได้ ผู้ขายจึงตัดสินใจขายดาวน์ โดยบวกกำไรเพิ่ม 150,000 บาท ซึ่งผู้ซื้อดาวน์ก็จะต้องจ่ายเงินจำนวนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 

ผู้ซื้อดาวน์

  •  ต้องดำเนินการเปลี่ยนชื่อในสัญญากับทางโครงการ โดยเปลี่ยนจากขื่อผู้ขายเป็นชื่อผู้ซื้อดาวน์นั่นเอง
  •  ผู้ซื้อดาวน์จะต้องจ่ายเงินในส่วนของเงินจอง, เงินทำสัญญา, เงินที่ผู้ขายได้จ่ายเงินดาวน์ไปแล้วทั้ง 6 งวด และกำไรที่ผู้ขายต้องการบวกเพิ่ม เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 510,000 บาท ให้กับทางผู้ขาย
  •  ผู้ซื้อดาวน์ จะต้องผ่อนดาวน์ต่อให้กับทางโครงการอีกจำนวน 4 งวดที่เหลือ ซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 160,000 บาท
  •  โดยเมื่อจ่ายเงินดาวน์ครบถ้วนจำนวน 10 งวดตามที่ตกลงกับทางโครงการและโครงการได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อดาวน์ก็จะต้องทำการจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ให้กับทางโครงการ และทำเรื่องกู้เงินกับทางธนาคารเพื่อทำการผ่อนคอนโดต่อไป

          เพียงเท่านี้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อดาวน์ก็จะได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ขายเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดันทุรังผ่อนดาวน์ต่อ หรือจะต้องเสียเงินไปเปล่า ๆ หากผ่อนไม่ไหวจริง ๆ ส่วนผู้ซื้อดาวน์ก็ได้คอนโดที่ตัวเองถูกใจมาไว้ในครอบครอง

 

สาเหตุในการขายดาวน์มีอะไรบ้าง

         แน่นอนว่าการขายดาวน์นั้น ผู้ขายก็จะต้องมีเหตุบางประการณ์ที่ทำให้ผ่อนดาวน์ต่อไม่ได้ ซึ่งทาง CondoNewb ก็ได้สรุปมาให้แล้วว่าความเป็นไปได้ของสาเหตุในการขายมีอะไรบ้าง เผื่อใครที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหรือเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างการซื้อบ้านหรือคอนโด จะได้ใช้วิธีการนี้ให้เป็นประโยชน์กัน

 

เปลี่ยนใจจากโครงการที่ซื้อ

          แน่นอนว่าการผ่อนดาวน์นั้น จะเป็นการผ่อนในช่วงที่โครงการยังสร้างไม่เสร็จ ดังนั้นในระยะเวลาดังกล่าว ผู้ที่กำลังผ่อนดาวน์ก็อาจจะพบเจอกับโครงการอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว และมีความน่าสนใจมากกว่าโครงการที่กำลังผ่อนดาวน์ ดังนั้นการขายดาวน์จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ไม่ต้องเสียเงินไปเปล่า ๆ นั่นเอง

ยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารไม่ผ่าน  

          ข้อนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญ สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะซื้อบ้านหรือคอนโด และได้เข้าไปทำการจองและทำสัญญาจะซื้อจะขายกับทางโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อไปทำเรื่องยื่นกู้กับทางธนาคารกลับโดนปฏิเสธ ซึ่งแน่นอนว่าหากผ่อนดาวน์ไปครบหมดเรียบร้อยแล้วแต่กู้ไม่ผ่าน ทางโครงการก็อาจจะคืนเงินดาวน์บางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่ตกลงกันตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งสำหรับใครที่ได้ทำสัญญากับทางโครงการว่าจะคืนเงินให้เพียงบางส่วนเท่านั้น การขายดาวน์ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่านั่นเอง 

ผ่อนต่อไม่ไหว

          ลดภาระทางการเงิน แน่นอนว่าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวจากปัจจัยต่าง ๆ มากมายในช่วงนี้ เชื่อได้เลยว่าผู้ซื้อบ้านและคอนโดหลาย ๆ คนก็คงเริ่มที่จะหวั่นใจแล้วว่าจะผ่อนดาวน์ต่อไปได้หรือไม่ ด้วยรายได้ที่ลดลง และรายจ่ายที่จะยังคงมีเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งอาจะทำให้ผู้ผ่อนดาวน์ผ่อนต่อไม่ไหว หรือการเลือกที่จะเลิกผ่อนดาวน์ต่อไปจะเป็นการลดภาระทางการเงินอีกช่องทางหนึ่ง โดยหากจะเลิกผ่อนดาวน์ไปอย่างดื้อ ๆ นอกจากจะไม่ได้บ้านหรือคอนโดในโครงการที่ต้องการแล้ว ยังจะต้องเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์ให้กับทางโครงการไปฟรี ๆ อีกด้วย ดังนั้นการขายดาวน์จึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย รวมถึงจะได้รายจ่ายที่เสียไปกลับคืนมาอีกด้วย

ลงทุนระยะสั้น ด้วยการขายต่อใบจอง

          เชื่อได้เลยว่าสำหรับใครที่เป็นนักลงทุนระยะสั้น น่าจะรู้จักกับการขายดาวน์หรือขายต่อใบจองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่สามารถได้กำไรในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่แน่นอนว่าผู้ลงทุนก็จะต้องมีเงินสำรองสำหรับการจ่ายค่าใบจองและหากยังหาผู้ที่จะมาซื้อต่อใบจองไม่ได้ ก็อาจจะต้องมีเงินสำรองสำหรับการจ่ายค่าผ่อนดาวน์คอนโดอีกด้วย นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีมานด์ของผู้บริโภคที่มีต่อตัวโครงการ ว่าโครงการเป็นของแบรนด์อะไร ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและมีความอุดมสมบูรณ์หรือไม่ รวมถึงตำแหน่งของห้องและแปลนห้องว่าวางอยู่ในทิศทางใด แปลนห้องออกแบบมาให้มีฟังก์ชันที่เหมาะต่อการใช้งานหรือไม่ เพราะหากไม่มีดีมานด์ของผู้บริโภคแล้ว ก็จะทำให้เราไม่สามารถขายใบจองต่อได้นั่นเอง

          และเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาในเรื่องของการผ่อนต่อไม่ไหว หรือกู้ธนาคารไม่ผ่านก็อย่าพึ่งตกใจไป ลองพิจารณาการขายดาวน์ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำรองที่ดีต่อไปกัน ส่วนใครที่พึ่งไปพบเจอกับโครงการใหม่ที่ถูกใจมากกว่าโครงการเดิม ก็สามารถใช้ทางเลือกในการขายดาวน์นี้ได้อีกเช่นกัน

 

ขั้นตอนการซื้อ-ขายดาวน์มีอะไรบ้าง

1.  ตรวจสอบห้องที่จะซื้อ - ขาย

          ผู้ซื้อดาวน์จะต้องตรวจสอบว่าผู้ขายเป็นเจ้าของห้องที่ขายจริงหรือไม่ โดยตรวจสอบจากสัญญาจะซื้อจะขาย หรือใบเสร็จค่างวดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังต้องสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับห้องหรือภายในโครงการให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่ ตำแหน่งและทิศของห้อง ของแถมหรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่จะได้รับ รวมไปถึงวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ภายในห้อง เพราะการซื้อดาวน์นี้ก็เทียบเท่ากับการที่เราซื้อคอนโดมือหนึ่งนั่นเอง โดยหากคอนโดยังไม่เสร็จเรียบร้อย ก็จะต้องขอข้อมูลต่าง ๆ จากทางผู้ขายได้อย่างเต็มที่

 

2.  ผู้ขายต้องแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ผู้ซื้อ

          ในส่วนของผู้ขาย จะต้องทำการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องการซื้อดาวน์อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในเรื่องของการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นราคาขาย ซึ่งรวมกับกำไรที่บวกเพิ่มไปเรียบร้อยแล้ว จำนวนงวดที่ผู้ซื้อดาวน์จะต้องผ่อนชำระต่อ รวมไปถึงต้องแจ้งค่าส่วนกลางที่ผู้ซื้อดาวน์จะต้องชำระ และกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ ว่าโครงการจะก่อสร้างเสร็จเมื่อไหร่ และจะพร้อมเข้าอยู่ตอนไหน เพื่อให้ผู้ซื้อดาวน์สามารถตัดสินใจได้ว่าการซื้อดาวน์ในครั้งนี้เหมาะกับตนเองหรือไม่ และตนเองมีความต้องการในการรีบเข้าอยู่มากน้อยแค่ไหน

 

3. วางมัดจำ

          เมื่อผู้ซื้อดาวน์ได้ข้อมูลตามที่ต้องการทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตกลงที่จะซื้อดาวน์แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการวางมัดจำเป็นลำดับต่อไป ซึ่งทางผู้ขายจะต้องจัดทำเอกสารสำหรับการวางมัดจำซึ่งเรียกว่า หนังสือจองห้องชุด โดยจำนวนเงินที่จะต้องใช้ในการมัดจำนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 -50,000 บาท ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างผู้ขาย-ผู้ซื้อดาวน์

 

4.  ตรวจสอบเอกสารซื้อ - ขาย

        สำหรับฝั่งผู้ซื้อดาวน์ก่อนที่จะวางเงินมัดจำและเซ็นหนังสือจองห้องชุดนั้น จะต้องทำการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ทั้งเอกสารการจอง หรือสลิปการผ่อนเงินดาวน์ที่ผู้ขายได้ชำระไปแล้ว โดยในขั้นตอนนี้ควรนัดเจอกันกับผู้ขายจึงจะดีที่สุด

 

5. ติดต่อโครงการเพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์

          เมื่อวางมัดจำและทำการเซ็นหนังสือจองห้องชุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางผู้ขายจะต้องทำการติดต่อกับทางโครงการ เพื่อขอโอนสิทธิกับทางสำนักงานขายต่อไป โดยส่วนมากจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ในการจัดเตรียมเอกสาร เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วทางสำนักงานขายก็จะทำการโทรแจ้งให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อดาวน์เข้ามาเซ็นโอนสิทธิได้

 

6. โอนกรรมสิทธิ์ 

          สำหรับการโอนสิทธินั้น ผู้ซื้อดาวน์จำเป็นอย่างมากที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ในใบโอนสิทธิ์ให้เรียบร้อย โดยควรเช็คชื่อนามสกุลของทั้งตนเองและผู้ขาย ว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังนั่นเอง และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็สามารถทำการเซ็นชื่อได้เลย

 

เอกสารที่ต้องใช้

  • บัตรประชาชน  – สำเนาบัตรประชาชน ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อดาวน์ พร้อมเซ็นสำเนารับรองความถูกต้องให้เรียบร้อย
  • เงินสดหรือเช็ค สำหรับจ่ายเงินตามที่มัดจำระบุไว้/สำหรับการจ่ายค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนชื่อ
  • สัญญาการซื้อ-ขายดาวน์  ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางโครงการ
  • สัญญาเปลี่ยนชื่อ เป็นสัญญาที่ทางโครงการได้จัดเตรียมไว้สำหรับการเปลี่ยนชื่อจองผู้ขาย เป็นผู้ซื้อดาวน์ ซึ่งสัญญาฉบับนี้ถือว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่งและผู้ซื้อดาวน์ควรตรวจสอบอย่างละเอียด

 

          สำหรับใครที่กำลังสงสัยในเรื่องของอัตราค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนชื่อในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดนั้น ทางโครงการจะคิดค่าเปลี่ยนชื่ออยู่ที่เท่าไหร่ คำตอบก็คือ ทางโครงการไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดได้เลย เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีบางโครงการที่เล่นแง่กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อในสัญญา โดยการเปลี่ยนเป็นการทำสัญญาจองซื้อ หรือสัญญาจองแทน ซึ่งกฎหมายไม่ได้มีการกำหนดในชื่อสัญญาทั้งสองไว้ ทำให้ทางโครงการสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนชื่อได้ โดยส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 30,000 บาท ดังนั้นจึงควรสอบถามผู้ขายให้ดีว่าสัญญานี้เป็นสัญญาชนิดใด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเปรียบในภายหลัง

 

ขายดาวน์ คืน โครงการได้หรือไม่

         สำหรับคำถามนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งคำถามที่เป็นที่สนอกสนใจของใครหลาย ๆ คน ที่อยากจะใช้วิธีนี้ แต่ก็ไม่อยากจะต้องยุ่งยากไปกับการหาผู้ซื้อ ซึ่งแน่นอนว่าการขายดาวน์ คืน โครงการนั้นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ แม่ว่าจะขายเท่าทุนก็ตาม แต่สำหรับใครที่ทำเรื่องกู้กับทางธนาคารไม่ผ่านนั้น ก็สามารถขอเงินดาวน์คืนจากทางโครงการได้ ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขข้อสำคัญที่ผู้ทำเรื่องกู้กับทางธนาคารทุกคนควรทราบไว้ โดยทางโครงการจะต้องคืนเงินดาวน์แบบเต็มจำนวนให้กับเรา โดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แต่อย่างไรก็ตามทางโครงการจะสามารถยึดเงินจองได้ แม้จะกู้ไม่ผ่านก็ตาม เนื่องจากเป็นการทำให้ทางโครงการต้องเสียโอกาสในการขาย ดังนั้นแล้วสำหรับใครที่ไปต่อไม่ไหว และคิดว่าจะผ่อนดาวน์ต่อไม่ได้แน่ ๆ การขายดาวน์จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ นั่นเอง

ความเสี่ยงและข้อเสียในการขาย-ซื้อดาวน์

         แน่นอนว่าเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลาย ๆ คนน่าจะเห็นข้อดีของการขายดาวน์กันไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย การขายเพื่อทำกำไร หรือการได้เงินคืนมาโดยไม่ต้องเสียเงินไปเปล่า ๆ หากเปลี่ยนใจไปชอบโครงการอื่นหรือผ่อนต่อไม่ไหว แต่อย่างไรก็ตามการขายดาวน์คอนโดนั้นย่อมมีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง เพราะจะไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการขายดาวน์ไว้ตั้งแต่แรก ต่างจากผู้ที่ขายดาวน์เพื่อทำกำไรที่มักจะมองปัจจัยต่าง ๆ เอาไว้อยู่แล้วว่าโครงการไหนจะเหมาะกับการใช้วิธีนี้บ้าง และอะไรคือปัจจัยเสี่ยงและข้อเสียในการขายดาวน์บ้าง วันนี้ CondoNewb ได้สรุปมาให้ทุกคนได้อ่านกันในบทความนี้แล้ว

ต้องขายในราคาต่ำกว่าทุน

          แน่นอนว่าสำหรับโครงการที่ผู้ซื้อเลือกซื้อเพื่อการอยู่อาศัยนั้น บางทีอาจไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของทำเล เนื่องจากอาจทำงานอยู่ใกล้ ๆ ในบริเวณนั้น หรือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวอยู่แล้ว หรือบางทีอาจะมีตำแหน่งห้องที่ไม่ค่อยมีใครชอบเท่าไหร่นัก เช่น ห้องอยู่ใกล้กับห้องขยะ หรือห้องอยู่บนชั้นที่เห็นสายไฟพาดผ่านอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เองเป็นข้อเสียสำหรับการขายดาวน์ เพราะดีมานด์ของผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็อยากจะได้ห้องที่เห็นวิวสวย ไม่ต้องอยู่ใกล้กับห้องขยะ หรือเดินทางได้สะดวก ติดรถไฟฟ้า เป็นต้น

ขายออกได้ยาก

          ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเรื่องข้อตำแหน่งห้อง หรือแปลนห้องอย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้น รวมไปถึงชื่อของผู้พัฒนาว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด หากเป็นผู้พัฒนาที่ไม่ได้รับความนิยมหรือไม่เป็นที่รู้จักในตลาดอสังหาฯ ก็จะมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ

ถูกบวกราคามากเกินไป

          ถือเป็นข้อเสียอีกข้อหนึ่งที่ผู้ซื้อดาวน์น่าจะต้องพบเจอ ดังนั้นหากต้องการซื้อดาวน์ ควรหาประกาศขายดาวน์ของโครงการนั้นในหลาย ๆ เว็บไซต์ เพื่อที่จะได้ทำการศึกษาราคาได้ว่า ราคาจะอยู่ที่ประมาณไหน และไม่เลือกซื้อดาวน์ในราคาที่แพงจนเกินไป

เสี่ยงที่จะถูกหลอก

          แน่นอนว่าในขั้นตอนช่วงแรก ๆ ของการขาย-ซื้อดาวน์นั้น จะไม่เกี่ยวข้องกับทางโครงการเลย ดังนั้นผู้ซื้อดาวน์อาจมีโอกาสโดนหลอกได้ง่าย สำหรับใครที่กำลังต้องการซื้อดาวน์อยู่แล้วละก็ อย่าลืมที่จะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และหากต้องทำสัญญาได้ ๆ ก็ตามควรนัดเจอคู่สัญญาต่อหน้าจึงจะเป็นการดีที่สุด

          และนี่ก็เป็นข้อควรระวังข้อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อดาวน์ที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างมากก่อนการทำการขาย-ซื้อดาวน์ในทุก ๆ ครั้ง เพราะหากไม่คำนึงและพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ให้ดีแล้ว ก็อาจเกิดความเสียหายตามมาในทุกสุด

 

         เป็นอย่างไรกันบ้างกับความรู้และความน่าสนใจต่าง ๆ ของการขายดาวน์ CondoNewb ขอยืนยันเลยว่าสำหรับใครที่กำลังมีปัญหาและผ่อนดาวน์ต่อไม่ไหวจริง ๆ การเลือกใช้วิธีนี้ไม่ได้เป็นวิธีที่แย่เลย และยังเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างดีกว่าเดิมอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร ก็อย่าลืมพิจารณาถึงดีมานด์ของโครงการนั้น ๆ ให้ดีว่าเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวแบบนี้การซื้อเพื่อเก็งกำไรยังถือเป็นทางเลือกที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น้อยลง และถ้าหากตัดสินใจซื้อมาแล้วและปล่อยขายดาวน์ต่อไม่ได้ สุดท้ายแล้วก็จะเกิดปัญหาตามมาให้ต้องตามแก้ไขกันในที่สุด 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...