โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

อธิบายเหตุ Schumacher ชนจนรถขาด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

Car2day

อัพเดต 07 มิ.ย. 2565 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2565 เวลา 10.44 น. • Car2Day

ในการแข่งขันสนามที่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์หนึ่งที่ติดตาตรึงใจผู้ชมมาก เห็นจะเป็นจังหวะที่ Mick Schumacher หลุดโค้งไปฟาดกำแพง จนรถ Haas ของเขาขาดครึ่ง และมันสร้างความตื่นตะลึงให้กับทั้งผู้ชมหรือแม้กระทั่งบรรดานักแข่งด้วยกันเอง

ในตอนที่ Schumacher หลุดโค้งนั้น สภาพแทร็คยังคงไม่แห้งทั่วทั้งแทร็ค นักแข่งเยอรมันกำลังออกจากโค้งขวา Piscine แต่แล้วดูเหมือนว่าล้อหลังซ้ายของรถ Haas จะไปเหยียบบริเวณนอกไลน์แห้ง นั่นส่งผลให้รถของนักแข่งเยอรมันหมุนไปชนกำแพงที่โค้ง 15 จนชิ้นส่วนชุดเกียร์ท้ายรถหลุดแยกออกมา

ในตอนแรกนายสนามนั้นสั่งการให้ทั่วทั้งแทร็คอยู่ในสภาวะเวอร์ชวลเซฟตี้คาร์ ก่อนที่จะยกระดับขึ้นเป็นเซฟตี้คาร์ และท้ายที่สุดพวกเขาตัดสินใจตีธงแดงยุติการแข่งขันชั่วคราว หลังจากที่พวกเขาพบว่ากำแพงเทคโปรนั้นต้องได้รับการซ่อมแซมและติดตั้งใหม่

ถึงแม้ว่าความเร็วในการกระแทกนั้นจะดูไม่หนักหนา แต่สิ่งที่เป็นประเด็นดราม่าก็คือส่วนท้ายรถที่ขาดออกมา ทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น?

Schumacher ชน

ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์อุบัติเหตุของ Romain Grosjean ที่บาห์เรน ปี 2020 รถ Haas ของนักแข่งเฟรนช์ปลิวเข้าไปบี้กับกำแพงเหล็กกั้นและส่วนท้ายรถขาดออกมาเช่นกัน หลังจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น FIA ก็ได้ร้องขอให้ทีมแข่งทำการศึกษาอย่างละเอียดกับการที่ตัวรถจะขาดออกจากกันในอุบัติเหตุที่มีการกระแทกอย่างรุนแรง

FIA ได้ออกกฎทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการยึดของเครื่องยนต์กับแชสซีส์ และชุดเกียร์กับเครื่องยนต์ ซึ่งมันมีความละเอียดมากทีเดียว

กฎข้อที่ 5.4.8 จุดยึดเครื่องยนต์จะต้องประกอบด้วยน็อตสตัด M12 จำนวน 6 ตัว ที่ถูกยึดกับ Survival Cell (โครงสร้างกันกระแทกบริเวณนักขับ) และน็อตสตัด M12 อีกจำนวน 4 หรือ 6 ตัว ที่ถูกยึดกับชุดเกียร์ สตัดเหล่านี้อาจจะใช้ยึดบน Survival Cell, เครื่องยนต์, หรือ ชุดเกียร์ โดยจุดที่ติดตั้งจะต้องเป็น M12 และส่วนปลายน็อตอาจใช้เส้นผ่านศูนย์กลางที่แตกต่างกันได้

เมื่ออ้างอิงจากกฎ คุณจะเห็นว่าจุดยึดระหว่างเครื่องยนต์กับชุดเกียร์นั้นสามารถที่จะใช้การยึด 4 หรือ 6 จุด ก็ได้ ซึ่งบนรถของ Haas ที่ใช้ชิ้นส่วนร่วมกับ Ferrari นั้น จะมีการใช้จุดยึด 4 ตัว ดังแสดงในรูป

Ferrari Gear Box

เมื่อสังเกตจุดยึดดี ๆ เราจะเห็นว่าตัวจุดยึดนั้นไม่มีความเสียหาย นั่นหมายความว่าตัวน็อตนั้นเกิดการขาดภายใต้แรงกระแทกที่เกิดขึ้น

กลับมาดูที่รถของ Schumacher ถึงแม้ว่าจะมีชิ้นส่วนขาดกระจัดกระจายไปทั่ว แต่ส่วนสำคัญนั้นคือ Survival Cell ที่ทำหน้าที่ปกป้องนักขับนั้นยังคงอยู่ในสภาพคงเดิม

ในการที่ชิ้นส่วนหลักแต่ละชิ้นขาดออกจากกัน นั่นทำให้ความเร็วของ Survival Cell นั้นลดลง อีกทั้งชิ้นส่วนที่แยกออกมายังทำให้น้ำหนักรถโดยรวมลดลง และนั่นก็หมายความว่าแรงกระแทกนั้นจะลดความรุนแรงลงจากการที่พลังงานนั้นลดลงและถูกกระจายออกไป

ดังนั้นข้อสรุปก็คือ ไม่ว่ารถจะมีชิ้นส่วนขาดกระจัดกระจายจากการชนไปมากแค่ไหน ส่วนสำคัญนั้นอยู่ที่ Survival Cell ซึ่งปกป้องนักขับ และมันเป็นชิ้นส่วนที่แข็งแรงอย่างถึงที่สุด จนน่าจะกล่าวได้ว่าในการชนของ F1 ยุคใหม่ เราคงแทบไม่ได้เห็นอุบัติเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของนักขับ อย่างเช่น ขาขาด เหมือนอย่างในอดีตอีกแล้ว

FIA ได้ทำการศึกษาเหตุการณ์อุบัติเหตุทั้งหมดมาพัฒนาและปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยจนถึงระดับสูงสุด ไม่ว่ารถแข่งจะชนหรือพลิกคว่ำอย่างไร แทบไม่มีทางเลยที่ตัวร่างกายของนักแข่งจะได้รับบาดแผลหรือเกิดอันตราย ยกเว้นในส่วนเดียวของร่างกายนักขับ ซึ่งก็คือส่วน ศีรษะ ที่โผล่ออกมาจาก Survival Cell แต่นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา รถแข่ง F1 นั้นก็มี Halo ที่เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ในการปกป้องศีรษะของนักขับ ซึ่งมันก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บส่วนศีรษะของนักขับไปได้อีกมากโข

บริเวณ Survival Cell ของรถแข่ง ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ

อ้างอิง : the-race.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...