โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สมบัติทัวร์” เตรียมรถโดยสารรับเดินทางสงกรานต์ พร้อมเปลี่ยนใช้ยูโร 5 ลดมลพิษ

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มี.ค. 2567 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2567 เวลา 05.25 น. • เดลินิวส์
“สมบัติทัวร์” เตรียมรถโดยสาร 300 คัน พร้อมเที่ยวเสริม อำนวยความสะดวกรองรับผู้โดยสารเดินทางสงกรานต์วันละ 8 พันคน เร่งผลิตรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 คาดให้บริการประชาชนกลางปีนี้ ยกระดับบริการปลอดภัย หนุนขนส่งสาธารณะสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ

รายงานข่าวจาก บริษัท เทพสมบัติ จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารสมบัติทัวร์ แจ้งว่า เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 67 คาดว่าจะมีการเดินทางจำนวนมาก ขณะนี้มีผู้โดยสารทยอยจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าจำนวน 32 เส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภาคเหนือ และ ภาคใต้ กว่า 60-70% และตั๋วโดยสารยังไม่เต็ม ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วล่วงหน้าเดินทางสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนการจัดเดินรถสงกรานต์ปีนี้ จัดเตรียมรถโดยสารไว้บริการ 300 คัน และจัดเตรียมเที่ยววิ่งเสริมไว้ด้วย คาดว่าจะรองรับการเดินทางผู้โดยสารได้สูงสุด 7,000-8,000 คนต่อวัน และให้บริการเพียงพอ ซึ่งสงกรานต์ปีนี้ มองว่าผู้โดยสารทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย.67 เพราะมีวันหยุดวันจักรี 6 เม.ย.67 ผู้โดยสารบางคนลางานได้น่าจะเดินทางก่อน เพราะหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด ส่วนผู้โดยสารที่ลางานไม่ได้น่าจะมีการเดินทางตั้งแต่วันที่ 10-12 เม.ย.67 เป็นวันเดินทางมากที่สุด ซึ่งสงกรานต์ในปีนี้คาดว่าผู้โดยสารมาเลือกใช้บริการเดินทางด้วยรถโดยสารมากขึ้น เนื่องจากตั๋วโดยสารของสายการบินที่มีราคาแพง รวมทั้งเน้นย้ำการตรวจสภาพรถโดยสารให้มีความพร้อมใช้งาน และพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร

นอกจากนี้สมบัติทัวร์มีแผนปรับเปลี่ยนรถโดยสารที่ใช้พลังงานสะอาด โดยจะปรับเปลี่ยนจากรถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซล มาตรฐานยูโร 3 มาเป็นเครื่องยนต์ดีเซลมาตรฐานยูโร 5 ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้รถโดยสารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รวมทั้งช่วยยกระดับบริการรถโดยสารให้มีประสิทธิภาพความสะดวก และปลอดภัยมากขึ้น

โดยมีแผนจะปรับเปลี่ยนรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 จำนวน 300 คัน ใช้งบลงทุนประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท เบื้องต้นจะนำร่องผลิตรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 จำนวน 12 คันก่อน ขณะนี้บริษัทฯ ได้นำเข้าอุปกรณ์รถโดยสารจากต่างประเทศที่ไม่สามารถผลิตได้ในไทย เช่น แชสซีและเครื่องยนต์ เพื่อเตรียมผลิตและประกอบรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 ในประเทศไทย คาดว่าจะสามารถนำมาวิ่งให้บริการผู้โดยสารช่วงกลางปี 67 โดยจะกำหนดและสรุปเส้นทางที่นำมาให้บริการต่อไป เน้นเส้นทางที่รถโดยสารปลดระวาง เพราะมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี และเส้นทางที่ใช้บริการจำนวนมาก เช่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-เชียงราย และ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เป็นต้น

สำหรับรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 จะเป็นรถโดยสารชั้นเดียว ความยาว 13-15 เมตร จำนวน 33-40 ที่นั่งตามความเหมาะสม และเงื่อนไขการเดินรถในเส้นทางที่มีการให้บริการ เมื่อเทียบกับรถโดยสารยูโร 3 จะมีความเงียบ และปล่อยมลพิษทางอากาศน้อยกว่า รวมทั้งระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น อาทิ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมประเมินในเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณีระบบเบรก หากมีการตัดหน้าฉุกเฉิน และระบบเตือนในจุดอับ ทำให้ตอบโจทย์ด้านระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นำรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 มาวิ่งให้บริการผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะทยอยผลิตและประกอบรถโดยสารมาตรฐานยูโร 5 เพื่อนำมาให้บริการผู้โดยสารตามแผนที่จะปรับเปลี่ยนให้ครบ 300 คันต่อไป

ส่วนอนาคตบริษัทฯ มีแผนปรับเปลี่ยนรถโดยสารมาเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล เพราะรถโดยสารพลังงานไฟฟ้ายังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรรถนะรถที่มีการใช้งานจะเทียบเท่ากับรถโดยสารที่ใช้ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงให้บริการในปัจจุบัน เรื่องระยะทาง เพราะให้บริการระยะทางไกล 400-800 กิโลเมตร (กม.) แบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการใช้งาน และ ระบบการชาร์จประจุไฟฟ้า ต้องศึกษาข้อมูลให้มีความรอบด้านต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...