โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"วาฬโอมูระเผือก" อวดโฉม 2 วันติด พื้นที่อุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

สวพ.FM91

อัพเดต 02 มี.ค. 2567 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2567 เวลา 19.07 น.

"วาฬโอมูระเผือก" อวดโฉม 2 วันติด พื้นที่อุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

วันที่ 1 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ชุดสายตรวจชุด 1 ได้ออกลาดตระเวน Smart Patrol รอบเกาะสุรินทร์เหนือ ขณะลาดตระเวนได้พบวาฬโอมูระจำนวน 3 ตัว โดยเป็นวาฬโอมูระตัวสีดำ 2 ตัว เเละวาฬโอมูระเผือก 1 ตัว ซึ่งวาฬโอมูระเผือกจัดเป็นสัตว์ทะเลหายากที่หาพบได้ยาก และเมื่อเวลา 15.41 น. วันที่ 2 มี.ค.67 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบวาฬโอมูระเผือก ที่อ่าวไทรเอน

"วาฬโอมูระ" เป็นวาฬสายพันธุ์หายากที่มีความใกล้เคียงกับวาฬบรูด้า เรียกว่าเป็นญาติกับบรูด้า จึงมักถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ และมีข้อมูลเกี่ยวกับวาฬชนิดนี้น้อยมาก "วาฬโอมูระ" ยังเป็น 1 ในสัตว์ป่าสงวนของไทยที่ใกล้จะสูญพันธุ์และหายาก สำหรับชื่อของวาฬโอมูระนั้นตั้งตามชื่อนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลชาวญี่ปุ่นนามว่าฮิเดโอะ โอมูระ ซึ่งเป็นผู้ค้นพบวาฬโอมูระ ในปี พ.ศ. 2546

วาฬโอมูระ (Omura’s Whale) Balaenoptera omurai Wada, Oishi, and Yamada, 2003 ขนาดโตเต็มที่ยาว 9.0 - 11.5 เมตร หนักน้อยกว่า 20 ตัน ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เล็กน้อย รูปร่างค่อนข้างเพรียว ส่วนหัวมีสันนูน 1 สัน มีร่องใต้คางสีอ่อนจำนวน 80-90 ร่อง ยาวพ้นสะดือ กรามด้านซ้ายมีสีดำ ส่วนข้างขวามีสีจางหรือสีขาว สีลำตัวเทาดำ ท้องสีอ่อน หรือชมพู ซี่กรอง จำนวน 180-210 คู่ ขนาดสั้นและกว้าง มีสีขาวเหลืองถึงดำ ครีบหลัง คล้ายวาฬบรูด้า แต่โค้งงอ มากกว่า อยู่ค่อนไปทางหาง

พฤติกรรมพบเพียงลำพังตัวเดียวหรือเป็นคู่ แต่อาจมีพฤติกรรมการรวมกลุ่มจำนวนมากในแหล่งอาหาร อาหาร ปลาที่รวมฝูง กินแบบพุ่งงับฝูงเหยื่อครั้งละมากๆ (Lunge feeder) ถิ่นอาศัยและการแพร่กระจาย : เขตร้อนถึงอบอุ่น พบทั้งเขตนอกฝั่งและชายฝั่ง ส่วนมากพบบริเวณตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย และฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก
ในประเทศไทยพบซากบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน ส่วนฝั่งอ่าวไทย พบตั้งแต่ จ.ประจวบคิรีขันธ์ลงไปถึง จ.สงขลา ภาพถ่ายในธรรมชาติถ่ายได้จากฝั่งทะเลอันดามัน พบใกล้เกาะราชา จ.ภูเก็ต ฝูงหนึ่งจำนวน 4 ตัว

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติฯ , อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...