โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องกำไรหุ้นค้าปลีก “เจ้าสัว” เซเว่นฯขายดี หนุน CPALL โตแรง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 10.52 น.

โบรกฯประเมินหุ้นค้าปลีก “CPALL-CPAXT” ธุรกิจในเครือ “เจ้าสัว ซี.พี.” และ “BJC” ของ “เจ้าสัวเจริญ” ก่อนประกาศงบฯ คาดกำไรไตรมาส 4/2566 “CPALL” พุ่งแรง ยอดขาย “เซเว่นอีเลฟเว่น” ปัง ส่วน “BJC” โตดีกว่าไตรมาสก่อนหน้า รับปัจจัยบวกชัดเจนจากการฟื้นตัวของการบริโภค-นักท่องเที่ยว หนุนจำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่ม ส่วนทิศทางปี 2567 ยังต้องจับตาแจกเงินดิจิทัลวอลเลต

นายธนวิชช์ บุญชูวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเมินผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2566 หุ้นค้าปลีกอย่าง บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ธุรกิจในเครือเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ คาดจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 4,870 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 67.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า (QOQ)

ถือเป็นไตรมาสที่ค่อนข้างดีมาก หลัก ๆ ได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดจะโต 3% ตามจำนวนลูกค้าที่เข้าร้าน 7-Eleven มากขึ้นเป็น 959 คน/สาขา/วัน เพิ่มขึ้นมา 5% YOY แต่ทรงตัว QOQ

ขณะที่ยอดขายต่อบิลอาจจะดรอปลงเล็กน้อยเหลือ 84 บาท จาก 85 บาท ในไตรมาส 4/2565 ในส่วนของแผนการขยายสาขาร้าน 7-Eleven ในไตรมาส 4/2566 คาดมีประมาณ 147 สาขา เพิ่มขึ้น 5% YOY รวมทั้งปี 2566 คาดว่าจะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 14,538 สาขา

กำไรค้าปลีกเจ้าสัว

“ในแง่ของมาร์จิ้นโดยรวมยังมีทิศทางขยายตัวได้ต่อเนื่อง คาดธุรกิจร้าน 7-Eleven จะมีมาร์จิ้นขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 27% เทียบกับ 26.5% เมื่อไตรมาส 4/2565 ภาพรวมหลัก ๆ มาจากอาหารพร้อมทาน (Ready to Eat) ที่ขายได้มากขึ้น ซึ่งมีมาร์จิ้นที่สูง ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารอาจจะขยายตัวขึ้นเล็กน้อย YOY ตามขนาดสาขาที่ใหญ่ขึ้นและการจ่ายโบนัสปลายปี แต่ทั้งนี้ยังอยู่ในทิศทางที่ควบคุมได้”

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2566 คาดว่า CPALL จะมีรายได้รวม 888,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% YOY มีกำไรสุทธิ 17,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% YOY ส่วนปี 2567 คาดจะมีรายได้รวม 939,446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% YOY และมีกำไรสุทธิ 21,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% YOY

โดยแนวโน้มของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะหนุนให้มีจำนวนลูกค้าเข้าร้าน 7-Eleven มากขึ้น และรายได้ Ready to Eat จะขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่า SSSG จะขยายตัวต่อเนื่อง และหากมีมาตรการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต จะเป็นปัจจัยบวกต่อ SSSG เติบโตได้ 5-10% (ปัจจัยนี้ยังไม่ใส่ไว้ในประมาณการ)

ขณะที่ต้นทุนต่อสาขาน่าจะมีลักษณะคงที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2566 ทำให้มาร์จิ้นดีขึ้น มองอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ของ CPALL น่าจะขยายตัวจาก 2% ในปี 2566 มาเป็น 2.3% ในปี 2567

“ปัจจุบันความกังวลเรื่องเดียวของหุ้นกลุ่มค้าปลีก ยังคงอยู่ที่มาตรการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต ว่าจะมีหรือไม่”

นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังคือ ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่อาจต่ำกว่าเป้า ส่วนด้านต้นทุนทางการเงินที่สูงเชื่อว่าน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% แต่มี 2 เสียงที่เริ่มส่งสัญญาณให้ลดดอกเบี้ย ซึ่งทั้ง CPALL และ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) มีภาระทางการเงินค่อนข้างมาก และมีดอกเบี้ยจ่ายที่สูง ดังนั้นหากดอกเบี้ยมีทิศทางเป็นขาลง ในระยะถัดไป ๆ จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเข้ามา

นายธนวิชช์กล่าวว่า สำหรับ CPAXT ประเมินรายได้รวมปี 2566 จะอยู่ที่ 486,276 ล้านบาท เติบโต 4.3% YOY มีกำไรสุทธิ 8,520 ล้านบาท เติบโต 10.7% ส่วนปี 2567 คาดจะมีรายได้รวม 570,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YOY และมีกำไรสุทธิ 10,657 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% คาดว่าธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) จะมี SSSG เติบโต 1.7% และธุรกิจค้าปลีก (โลตัส) เติบโต 5%

ทั้งนี้ CPAXT จะมีปัจจัยเสี่ยงจากธุรกิจค้าปลีกที่อาจถูกกดดันจากสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมาตั้งโกดังในไทยเพื่อจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีความเสี่ยงจะกระทบต่อจำนวนลูกค้าเข้าร้านลดน้อยลง และเป็นเทรนด์ที่ต้องจับตาดูว่าธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตของประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนโฉมหน้าไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะสังเกตเห็นการปรับตัวของโลตัสในการขายอาหารสด (Fresh Food) และส่งดีลิเวอรี่มากขึ้น

“ปีนี้ยังมองบวกต่อ CPAXT เพราะทั้งแม็คโครและโลตัสจะได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว โดยแม็คโครมีสัดส่วนยอดขายกลุ่มธุรกิจโฮเรก้า 30% ประกอบด้วย โรงแรม, ร้านอาหาร เป็นต้น ขณะที่การรวมสาขาแม็คโคร-โลตัส (Hybrid Wholesale) ก็มียอดขายที่ดีและช่วยต้นทุนต่ำลง ซึ่งตามแผนจะปรับปรุงทั้งหมด 7 สาขา ถือเป็นโมเดลที่ช่วยทำให้กำไรดีขึ้นได้”

ส่วนของ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี นายธนวิชช์กล่าวว่า BJC มีสัดส่วนรายได้ 65-70% มาจาก บมจ.บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น (BRC) คาดว่างวดไตรมาส 4/2566 จะมีกำไรสุทธิ 1,626 ล้านบาท ทรงตัว YOY เพิ่มขึ้น 134.6% QOQ หลัก ๆ เพราะมีอัตราภาษีจ่ายที่ลดลง และธุรกิจบิ๊กซีคาดว่าจะดีขึ้น 2% YOY แม้ว่า SSSG จะติดลบ 0.5% แต่มียอดขายสาขาใหม่ และ SSSG ของมินิบิ๊กซีที่เป็นบวกได้

ส่วนการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ทำให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวเป็น 19.1% เทียบกับ 18.8% ในช่วงไตรมาส 4/2565

“ประเมินรายได้รวม BJC ในปี 2566 จะอยู่ที่ 155,042 ล้านบาท เติบโต 3.1% YOY มีกำไรปกติ 4,663 ล้านบาท ติดลบ 6.2% ได้รับผลกระทบจากธุรกิจบิ๊กซีช่วงไตรมาส 3/2566 ที่ออกมาแย่ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มีทิศทางอ่อนตัวลงช่วงครึ่งปีแรก”

นายธนวิชช์กล่าวว่า ในปี 2567 มองว่า BJC จะฟื้นตัวกลับมาได้ มีรายได้รวม 160,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% YOY และมีกำไร 5,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% โดยการค่อย ๆ ทยอยปรับปรุงสาขาบิ๊กซีมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยทำให้ความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น และมี SSSG เป็นบวกได้มากขึ้น แม้ว่าช่วงเดือน ม.ค. 2567 จะยังติดลบ โดยตามแผนบิ๊กซีจะปรับปรุงสาขาเพื่อรับนักท่องเที่ยวเป็น 60 สาขา จากเดิมมีอยู่ 10 สาขา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องกำไรหุ้นค้าปลีก “เจ้าสัว” เซเว่นฯขายดี หนุน CPALL โตแรง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...