โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไฟเขียวเก็บค่าธรรมเนียมนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำ แก้ปัญหานำเข้าล้นตลาดทุบราคาดิ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. 2567 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2567 เวลา 03.13 น.

“ธรรมนัส” ไฟเขียวเก็บค่าธรรมเนียมนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำ แก้ปัญหาสินค้านำเข้าล้นตลาดทุบราคาดิ่ง มอบกรมประมงจัดทำอัตราจัดเก็บที่เหมาะสม พร้อมแก้ประกาศ 2 ฉบับ ปรับขนาดเรือและเครื่องมือทำการประมงบางประเภทเชิบพาณิชย์-ประมงพื้นบ้าน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาประมงทะเล ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นพิจารณา ดังนี้

1. เห็นชอบให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำ โดยเห็นชอบอนุมัติหลักการการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำสัตว์น้ำหรือซากสัตว์น้ำ เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และสามารถนำค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บได้มาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการ รวมถึงการควบคุมตรวจสอบการนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ มอบหมายกรมประมงพิจารณาอัตราจัดเก็บที่เหมาะสมและดำเนินการเสนอกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ (ฉบับที่ …) พ.ศ…. ตามลำดับขั้นตอนต่อไป

“กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าผลักดันการปรับปรุงข้อกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายประมงเพื่อให้มีความเหมาะสม เพื่อเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและดำรงอาชีพประมงให้อยู่กับคนไทยและประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยกฎระเบียบในข้อใดที่เป็นอุปสรรคและทำให้พี่น้องชาวประมงได้รับผลกระทบ ที่ประชุมได้นำมาพิจารณาหารือร่วมกันทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ซึ่งการทบทวนปรับปรุงกฎหมายรองนั้นที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่าไม่มีขัดต่อหลักการต่อต้านการประมงไอยูยู

สำหรับปัญหาสินค้าประมงตกต่ำ เราได้มีมาตรการในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยใช้มาตรการสากลทั่วไป พร้อมทั้งมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำ เพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคระบาดสัตว์ ตลอดจนยังคงยกระดับความเข้มข้นในการปราบปราบสินค้าเถื่อนอย่างต่อเนื่อง” ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการปรับปรุงแก้ไขประกาศ 2 ฉบับ ได้แก่ 1. ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดขนาดเรือและเครื่องมือทำการประมงบางประเภท เป็นประมงพาณิชย์ พ.ศ. …. ซึ่งประกาศฉบับดังกล่าวเป็นการปรับปรุงข้อกำหนดของเครื่องมือทำการประมงบางประเภทเป็นประมงพาณิชย์ให้มีความเหมาะสม และเป็นไปตามหลักการที่ได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการการขอรับใบอนุญาตประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์

ประกาศฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญที่ครอบคลุม ประกอบด้วย 1) ยกเลิกการกำหนดกำลังแรงม้า 280 แรงม้าขึ้นไป เป็นประมงพาณิชย์ 2) ยกเลิกการกำหนดเครื่องมือประมงพาณิชย์ จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ อวนลากคู่ อวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่าง อวนล้อมจับ (มีสายมาน) อวนล้อมจับปลากระตัก คราดทุกชนิดประกอบเรือกล และ 3) ยังคงกำหนดให้เรือประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เรือปั่นไฟ) เป็นประมงพาณิชย์ดังเดิม เพื่อป้องกันการล่อสัตว์น้ำในเขตทะเลชายฝั่ง และมอบหมายกรมประมงดำเนินการเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อออกประกาศตามขั้นตอนต่อไป

2. ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดขนาดหรือลักษณะของเรือประมงพื้นบ้าน และเครื่องมือทำการประมงที่ต้องขอรับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน พ.ศ. .… เพื่อให้เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ปรับปรุงชนิดเครื่องมือที่ต้องมาขอรับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน จากเดิม 7 ชนิด เพิ่มเป็น 9 ชนิด ได้แก่ 1) อวนลากแผ่นตะเฆ่ 2) อวนลากคานถ่าง 3) อวนล้อมจับ 4) อวนล้อมจับปลากะตัก 5) อวนครอบปลากะตัก 6) อวนช้อนหรือยกปลากะตัก 7) คราดหอยแครง 8) คราดหอยลาย 9) คราดหอยอื่น ให้ได้รับใบอนุญาตและยังคงมีประสิทธิภาพในการควบคุมการทำการประมง โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

1.ความก้าวหน้า การเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่มีการบัญญัติใช้บังคับอยู่แล้ว การปรับปรุงอัตราโทษให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามบริบททางเศรษฐกิจและสังคม และดำรงไว้ซึ่งการประกอบอาชีพประมงโดยสุจริตของชาวประมง โดยยังคงหลักการควบคุมการบริหารจัดการการทำการประมง การรายงานการทำการประมง โดยไม่ขัดต่อหลักการต่อต้านการประมง IUU อนุสัญญาและพันธกรณีระหว่างประเทศ มีเจตนารมย์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการประมง และเพื่อเป็นการจัดระเบียบการประมงในประเทศไทย

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. …. ต่อมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เพื่อตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีมติเห็นชอบร่างฯ และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาตามกลไกในรัฐสภา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ต่อไป

2.การแปลงสินทรัพย์ภาคการประมงเป็นทุนให้เกิดมูลค่า โดยเตรียมนำร่องในกุ้งทะเลในบ่อดิน การเลี้ยงปลาในกระชังและการเลี้ยงปลานิล โดยมอบหมายกรมประมงจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ภาคการประมงเป็นทุน และนำเสนอต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาประมงทะเลในการประชุมครั้งถัดไป

และ 3.ผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเสนอนโยบายการประมงทะเลและพัฒนาคุณภาพชีวิตประมงพื้นบ้าน โดยเห็นชอบในหลักการโครงการปรับปรุง ซ่อมแซมท่าเทียบเรือประมง ซึ่งกำหนดกรอบการดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมท่าเทียบเรือประมงจากโครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้าน 2530-2539 และโครงการฟื้นฟูทะเลไทย ปี 2540-2544 จำนวน 50 แห่ง (10 แห่ง/ปี) ระยะเวลา 5 ปี

และให้กรมประมงเริ่มดำเนินการนำร่องใน 4 พื้นที่ ดังนี้ 1) บ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2) บ้านในถุ้ง ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช 3) บ้านทับเหนือ ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง และ 4) บ้านตะโละใส ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล (คานเรือชาวประมงพื้นบ้าน)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟเขียวเก็บค่าธรรมเนียมนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำ แก้ปัญหานำเข้าล้นตลาดทุบราคาดิ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...