สรุปที่นี่ มติ ครม. ล่าสุด สั่งหน่วยงานรัฐ "ประหยัดพลังงาน" รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง มีมาตรการอะไรบ้าง?
"รัฐบาล" สั่งด่วนลดใช้ไฟฟ้า ประหยัดพลังงานภาครัฐ หลังสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางเสี่ยงกระทบราคาน้ำมันโลก "หน่วยงานราชการ" Work From Home ทันทีในงานที่ไม่กระทบบริการประชาชน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มีนาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานราชการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานของภาครัฐและรับมือความผันผวนของราคาพลังงานจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
มาตรการสำคัญ คือ
1. มาตรการ Work from Home และงานบริการ
ให้หน่วยงานราชการทุกแห่งเริ่มปฏิบัติงานนอกสถานที่พัก (Work from Home) เต็มรูปแบบทันที จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ข้อยกเว้น สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจในการบริการประชาชนโดยตรง ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการรับบริการของภาคประชาชน
2. มาตรการประหยัดพลังงานในที่ทำงาน
รณรงค์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ "ถอดสูท" ในการเข้าประชุมหรือปฏิบัติงาน ซึ่งเริ่มมีการปฏิบัติแล้วในการประชุมครม.ในวันนี้
กำหนดให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในหน่วยงานไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าในภาพรวม
3. การเดินทางไปต่างประเทศ
สั่งระงับการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับในขณะนี้
ข้อยกเว้น หากเป็นภารกิจการประชุมที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง สามารถเดินทางได้ตามความเหมาะสม โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การดำเนินนโยบาย Work From Home ในขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย เนื่องจากอยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษา แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปจนถึงช่วงเปิดภาคเรียน กระทรวงจะพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติมอีกครั้ง
ทั้งนี้ บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในสถานที่ ยังสามารถเข้าทำงานได้ตามความเหมาะสม
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานของประเทศเป็นวาระเร่งด่วน
ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวม 8,055 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับหากเกิดผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ
สำหรับมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วยการปรับการใช้เครื่องปรับอากาศ โดยกำหนดอุณหภูมิที่ 26–27 องศาเซลเซียส และส่งเสริมให้สวมเสื้อแขนสั้น งดสวมสูทและผูกเนกไท ยกเว้นในโอกาสพิธีการ
รวมถึงมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ ปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน ลดการใช้ลิฟต์โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้ และลดการใช้กระดาษด้วยการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร
ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทำงานแบบ Work From Home ตามความเหมาะสม เพื่อลดการเดินทางและการใช้พลังงาน
การประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง มีมาตรการให้หน่วยงานตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม ใช้รถร่วมกันหรือ Car Pool และวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน
รัฐบาลยังมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์วิกฤต
หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการจัดหาพลังงาน รัฐบาลอาจพิจารณามาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น การจำกัดการใช้ไฟฟ้าสำหรับป้ายโฆษณา ป้ายร้านค้า ป้ายโรงภาพยนตร์ และสถานที่ประกอบธุรกิจ โดยให้ปิดไฟตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป รวมถึงการกำหนดเวลาเปิด–ปิดสถานีบริการน้ำมันไม่เกินเวลา 22.00 น. ยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงสายหลัก
ทั้งนี้ หากสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณ 5% จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ราว 330,000 ลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5% จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน
รัฐบาลระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ และเป็นต้นแบบให้ภาคส่วนอื่นของสังคมร่วมกันประหยัดพลังงาน พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ราคา "อะลูมิเนียม" พุ่งรอบ 4 ปี ท่ามกลางสงคราม
- "บังกลาเทศ" สั่งปิดมหา'ลัยทั่วประเทศ วิกฤตพลังงาน-ตะวันออกกลางป่วน
- กองทุนน้ำมันเริ่มติดลบ! รัฐบาลเตรียมออก "พ.ร.ก.กู้เงิน" ช่วยชดเชย เบนซินจ่อขึ้นราคาเป็นขั้นบันได
- อาวุธเผาไหม้ที่โลกจับตา “ฟอสฟอรัสขาว” ร้อนแรงกว่า 1,300 องศาฯ
- กงสุลกาตาร์กลับมาเปิด ทยอยส่งคนไทยกลับ