ศบก.อัปเดต ช่วยคนไทยหนีภัยสงคราม ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 381 คน เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างสถานทูตหลอกโอนค่าตั๋ว
วันนี้ (11 มี.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางว่า ขณะนี้ยังไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ อาทิ คนไทยกลุ่มที่อพยพออกจากอิหร่านชุดแรกได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพครบแล้ว และคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 68 คนที่ ได้อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวานนี้ และได้เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ประเทศตุรกีเรียบร้อยแล้ว โดยคนไทยชุด 2 จะเดินทางกลับประเทศไทยโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเดินทางมาถึงไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค) และกลุ่มที่ 2 จะเดินทางถึงกลับถึงไทยช่วงเช้าของวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มดังกล่าว
สำหรับประเทศอิรักขณะนี้ ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะเดินทางออกจากอิรัก เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว โดยศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับไทยของคนไทยต่อไป ส่วนกรณีของ UAE สายการบินเอทิฮัด ประกาศเปิดเที่ยวบินไปกรุงเทพและภูเก็ต เส้นทางละ 1 เที่ยวต่อวัน จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2569 และมีแผนกลับมาบินในเส้นทางเชียงใหม่ และกระบี่ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ขณะที่ กาตาร์ สถานเอกอัครราชทูตได้ประสานงานยืนยันให้คนไทยที่ตกค้างทั้งหมด ที่ประสงค์จะกลับไทย 24 คนเดินทางด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ ในเส้นทางกรุงโดฮา-กรุงเทพ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง โดยจะถึงกรุงเทพในช่วงคืนนี้ นอกจากนี้ คนไทยกาตาร์ทุกคนที่ประสงค์จะกลับไทยด้วยเที่ยวบินดังกล่าว สามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรงรวมถึงสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินกลับไทยผ่านจุดแวะพักอื่นที่จำหน่ายได้ด้วยเช่นกัน ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกดูแล และให้คำแนะนำประสานงานกับสายการบิน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กลับในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ สำหรับภาพรวมในขณะนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้างและได้รับความช่วยเหลือเพื่อออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมแล้วประมาณ 381 คน อย่างไรก็ตาม ให้ประชาชนเฝ้าระวังมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตหลอกลวงให้โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย ย้ำว่า สถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศไทยแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนที่ประสงค์เดินทางกลับไทยติดต่อสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ของไทยที่รับผิดชอบประเทศนั้นๆ ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
เมื่อถามว่าทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีการติดต่อให้ความช่วยเหลือของประชาชนชาวอิหร่านและอิสราเอล ที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทยและประสงค์จะเดินทางกลับภูมิภาคหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ แต่ตนมองว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับเที่ยวบินว่าจะสามารถรองรับเรื่องนี้ได้หรือไม่ และหากมีเที่ยวบินที่สามารถเดินทางกลับไปในพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศได้ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูเรื่องการเปิดปิดน่านฟ้าซึ่งใน 2 พื้นที่นี้ก็ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ อีกทั้ง 2 ประเทศนก็มีสถานทูตที่อยู่ในประเทศไทยและก็ยังสามารถดูแลประชาชนในชาติของตนเองได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตฯของทั้ง 2 ประเทศก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่แล้วซึ่งหากต้องการให้เราช่วยเหลือ เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่