โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตะลึง! พบ “หลุมดำ” กว่า 100 แห่ง ซ่อนตัวในธารดาวฤกษ์พาลอมาร์ 5 กลางกาแล็กซีทางช้างเผือก

SPACEMAN

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1.41 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ลึกลงไปในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบความลับที่น่าทึ่ง นั่นคือการพบหลุมดำ (Black hole) มากกว่า 100 แห่ง ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มดาวที่เรียกว่า ธารดาวฤกษ์พาลอมาร์ 5 (Palomar 5) แม้จะมีการตั้งข้อสงสัยมานาน แต่ด้วยข้อมูลล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศไกอา (Gaia) ทำให้เราเพิ่งไขปริศนาได้สำเร็จว่า หลุมดำเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการกำหนดรูปร่างกาแล็กซีของเรา การค้นพบครั้งนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ว่าหลุมดำก่อตัวและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างได้อย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ธารดาวฤกษ์เปรียบเสมือนแม่น้ำสายยาวที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์เรียงตัวทอดยาวข้ามระนาบของกาแล็กซี ที่ผ่านมาธารดาวเหล่านี้เป็นปริศนามาตลอด เพราะมักปรากฏเป็นเพียงร่องรอยจาง ๆ บนท้องฟ้า ทำให้สังเกตได้ยาก แต่เมื่อเรามีกล้องโทรทรรศน์อวกาศไกอาที่สามารถทำแผนที่กาแล็กซีด้วยความแม่นยำสูง การค้นพบจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ย้อนไปในปี พ.ศ. 2564 ตอนที่นักวิจัยพบธารดาวของพาลอมาร์ 5 เป็นครั้งแรก พวกเขายังไม่รู้แน่ชัดว่ามันมีจุดกำเนิดมาจากอะไร

มาร์ก กีเลส นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา อธิบายว่า แนวคิดหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้คือ ธารดาวเหล่านี้อาจเป็นซากของกระจุกดาวที่ถูกฉีกออกจากกันด้วยแรงโน้มถ่วง (Gravity) แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการพบธารดาวไหนที่เชื่อมโยงกับกระจุกดาวต้นกำเนิดได้เลย พาลอมาร์ 5 จึงเปรียบเสมือน "กุญแจสำคัญ" เพราะเป็นกรณีเดียวที่เราพบธารดาวฤกษ์อยู่ร่วมกับระบบดาวฤกษ์ต้นกำเนิด ทีมวิจัยจึงสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาการโต้ตอบระหว่างดาวฤกษ์ และตั้งสมมติฐานถึงบทบาทของหลุมดำในการสร้างโครงสร้างธารดาวนี้ขึ้นมา

ผลการศึกษานี้สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เพราะพบว่าจำนวนหลุมดำในพาลอมาร์ 5 มีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 3 เท่า ซึ่งหมายความว่ามวลมากกว่าร้อยละ 20 ของกระจุกดาวนี้คือมวลของหลุมดำล้วน ๆ หลุมดำแต่ละแห่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 20 เท่า พวกมันเกิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมากตั้งแต่ตอนที่กระจุกดาวยังอายุน้อย

แรงโน้มถ่วงมหาศาลของหลุมดำจำนวนมากนี้เอง ที่เป็นตัวการคอยเหวี่ยงดาวฤกษ์ดวงอื่น ๆ ให้หลุดกระเด็นออกไปจนกลายเป็นธารดาวฤกษ์อย่างที่เราเห็น ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นชะตากรรมของกระจุกดาวพาลอมาร์ 5 ว่าในอีกพันล้านปีข้างหน้า มันจะค่อย ๆ สลายตัวไป และทิ้งให้หลุมดำกระจัดกระจายออกสู่วงโคจรของกาแล็กซี ซึ่งอาจนำไปสู่การพุ่งชนและรวมตัวกันของหลุมดำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

การค้นพบนี้ยิ่งใหญ่กว่าแค่เรื่องของพาลอมาร์ 5 เพราะมันอาจช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับการรวมตัวกันของหลุมดำคู่ที่นักวิทยาศาสตร์สงสัยมานาน ฟาบิโอ อันโตนินี นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ระบุว่า การค้นพบนี้เปิดโอกาสให้เราตรวจหาระบบหลุมดำคู่ที่ปกติแล้วสังเกตได้ยากมาก แม้เราจะมองไม่เห็นหลุมดำโดยตรง แต่งานวิจัยนี้ได้เสนอวิธีใหม่ในการประเมินจำนวนประชากรหลุมดำทางอ้อม นั่นคือการสังเกตจากดาวฤกษ์ที่ถูกเหวี่ยงออกมาแทน วิธีนี้อาจปฏิวัติความเข้าใจและช่วยให้เราทำแผนที่วัตถุล่องหนแต่อุดมไปด้วยพลังงาน ที่คอยกำหนดรูปร่างของจักรวาลของเราได้ในที่สุด

ข้อมูลอ้างอิง: Daily Galaxy

  • Over 100 Black Holes Discovered in the Milky Way, Revealing Secrets of Star Clusters
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...