โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สี จิ้นผิง-นายกฯเยอรมนีถกกระชับสัมพันธ์ รับมือโลกป่วนหลังทรัมป์ตั้งกำแพงภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 03.43 น.

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี หารือกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังโลกปั่วนจากกำแพงภาษีทรัมป์

วันที่ 26 ก.พ. 2569 - กระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ตกลงร่วมกันเมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับ ความปั่นป่วนมากขึ้น ซึ่งเป็นการพาดพิงถึงการตั้งกำแพงภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ระหว่างการเจรจาที่กรุงปักกิ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า ยิ่งโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและความปั่นป่วนมากเท่าใด การที่ทั้งสองประเทศจะยกระดับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ เสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และผลักดันความก้าวหน้าใหม่ ๆ ในความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างจีน-เยอรมนี ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย

ผู้นำจีนยังกล่าวด้วยว่า จีนและเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสองและสามของโลก ควรเป็นผู้นำในการปกป้องลัทธิพหุภาคีและการค้าเสรี ซึ่งเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายกีดกันทางการค้า "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) ของโดยนัลด์ ทรัมป์ โดยนัย

กระทรวงฯ ระบุเสริมว่า ปธน.สียังได้เรียกร้องให้มีการทำงานร่วมกันเพื่อรักษาห่วงโซ่อุปทานให้มีเสถียรภาพและไม่เกิดการติดขัด

ด้านนายกฯ แมร์ซ ซึ่งเดินทางเยือนจีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการหารือกับปธน.สีว่า เขาได้ขอให้มีการแก้ไขปัญหาไต้หวันด้วย "สันติวิธี" พร้อมเรียกร้องไม่ให้จีนแผ่นดินใหญ่ใช้กำลังทหารเพื่อผนวกไต้หวัน

ผู้นำเยอรมนี เน้นย้ำว่า เยอรมนีและสหภาพยุโรป (EU) มีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน รวมถึงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกโดยรวม พร้อมเสริมว่าเสถียรภาพในภูมิภาคที่ถดถอยลงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อยุโรปได้เช่นกัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพื่อรวมชาติกับไต้หวัน โดยจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยได้แยกกันปกครองนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 2492

รัฐบาลเยอรมนีเปิดเผยว่า นายกฯ แมร์ซยังได้กล่าวกับปธน.สีว่า ทั้งสองประเทศควรรื้อฟื้นการปรึกษาหารือระหว่างรัฐบาลที่หยุดชะงักไปจากการเปลี่ยนผ่านผู้นำในเยอรมนีและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยปธน.สีเน้นย้ำว่ากุญแจสำคัญในการหาทางออกคือการเจรจาและการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ในแถลงการณ์ร่วมต่อสื่อมวลชนหลังการประชุม ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนความพยายามในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพที่ยั่งยืน

เอกสารแถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดกว้างในการเจรจา การแข่งขันที่เป็นธรรม และการเข้าถึงตลาดซึ่งกันและกัน

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นายกฯ แมร์ซได้เริ่มต้นการเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 2 วัน ด้วยการเข้าพบหารือกับหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง โดยมีคณะผู้แทนภาคธุรกิจ 30 คน ซึ่งรวมถึงตัวแทนจากค่ายรถยนต์รายใหญ่ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคีที่ลึกซึ้งและเป็นธรรมมากขึ้น

สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า นายกฯ จีนระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งยินดีที่จะขยายการค้าและยกระดับความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ยานยนต์และเคมีภัณฑ์ ตลอดจนสาขาเกิดใหม่ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชีวเภสัชภัณฑ์

รายงานข่าวระบุด้วยว่า นายกฯ หลี่และนายกฯ แมร์ซได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว ศุลกากร กีฬา และสื่อ

รัฐบาลเยอรมนีเปิดเผยว่า นายกฯ แมร์ซได้เรียกร้องให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีมีความเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งคาดว่าเป็นการอ้างอิงถึงการขาดดุลการค้าของเยอรมนีที่มีต่อจีน

เมื่อปีที่แล้ว จีนได้ก้าวขึ้นมาแทนที่สหรัฐฯ ในฐานะประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี โดยภาคยานยนต์ของเยอรมนีได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการตั้งกำแพงภาษีของทรัมป์

ทั้งนี้ นายกฯ แมร์ซถือเป็นผู้นำยุโรปคนล่าสุดที่เดินทางเยือนจีน ตามหลังประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในเดือนธ.ค. และเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรในเดือนม.ค.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...