โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ภาษีทรัมป์เขย่า “อุตสาหกรรมรถแคนาดา” ดันหันซบจีน-เอเชีย หาอนาคตใหม่ยานยนต์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 03.14 น.

ภาษีทรัมป์เขย่า "อุตสาหกรรมรถแคนาดา" เริ่มเปิดทางดึงลงทุนจากจีน-เอเชีย พร้อมออกมาตรการกดดันผู้ผลิตให้ตั้งฐานผลิตในประเทศ

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนจากนโยบายภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ กำลังเร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์แคนาดาเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากเดิมที่พึ่งพาค่ายรถอเมริกันมาอย่างยาวนาน สู่การมองหาพันธมิตรใหม่ในเอเชีย โดยเฉพาะจีน

กรณีของ Mike Horne อดีตพนักงานสายการประกอบของ General Motors ที่โรงงาน CAMI เมืองอินเกอร์ซอลล์ รัฐออนแทรีโอ สะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจน หลัง GM ปิดสายการผลิตที่เขาทำงานมานานกว่า 20 ปี จากโรงงานที่เคยผลิต Chevrolet Equinox วันละหลายร้อยคัน ถูกปรับไปผลิตรถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ยอดขายไม่เป็นไปตามคาด และยิ่งถูกซ้ำเติมด้วยภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในแคนาดาเข้าสหรัฐ

Horne ยอมรับว่าคงถึงเวลาต้องมองไปข้างหน้า เพราะโอกาสที่งานจะกลับมาเหมือนเดิมแทบไม่มีอีกแล้ว และเขาไม่ใช่คนเดียวที่คิดเช่นนี้ คนงานยานยนต์จำนวนมากในออนแทรีโอกำลังเผชิญชะตาเดียวกัน หลังค่ายรถดีทรอยต์เร่งลดการจ้างงานและกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์

รัฐบาลแคนาดา ภายใต้การนำของมาร์ก คาร์นีย์ และรัฐมนตรีอุตสาหกรรม Melanie Joly เริ่มส่งสัญญาณชัดว่า หากบริษัทรถยนต์สหรัฐค่อย ๆ ถอนตัวจากแคนาดา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอื้อประโยชน์ให้เหมือนในอดีตอีกต่อไป

โดย 2 มาตรการสำคัญที่รัฐบาลผลักดัน ได้แก่

  • การเปิดทางดึงดูดการลงทุนจากจีน ซึ่งอาจทำให้เห็นรถจากแบรนด์อย่าง BYD หรือ Chery ผลิตในแคนาดาในอนาคต
  • การออกยุทธศาสตร์ยานยนต์ใหม่ พร้อมระบบเครดิตนำเข้า ที่ให้สิทธิประโยชน์กับค่ายรถที่ผลิตในประเทศ หากต้องการขายรถในแคนาดาโดยไม่เสียภาษี

เป้าหมาย คือ การส่งสัญญาณไปยังผู้ผลิตว่าอยากขายในแคนาดา ต้องผลิตในแคนาดา ซึ่งถือเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อ GM ที่เป็นเจ้าตลาดในประเทศ แต่ปัจจุบันเหลือโรงงานประกอบเพียงแห่งเดียวที่ผลิตรถกระบะเชฟโรเลต

ภาพรวมอุตสาหกรรมก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ค่ายรถดีทรอยต์สามราย GM, Stellantis และ Ford Motor Company เคยครองสัดส่วนการผลิตรถในแคนาดามากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ปีที่แล้วเหลือเพียง 23% ขณะที่ผู้เล่นหลักกลับกลายเป็น Honda Motor และ Toyota Motor

ฝั่งผู้ประกอบการยานยนต์สหรัฐแสดงท่าทีระมัดระวังต่อแผนเครดิตนำเข้า โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแคนาดาเร่งเจรจากับวอชิงตันเพื่อยุติสงครามภาษีมากกว่าเพิ่มมาตรการตอบโต้

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญในแคนาดามองว่า ปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดจากทรัมป์เท่านั้น แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศหดตัวต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว จำนวนรถที่ประกอบในแคนาดาลดจากราว 3 ล้านคันในปี 2543 เหลือเพียง 1.3 ล้านคันในปี 2567 และการกลับมาของทรัมป์เพียงทำให้ “วิกฤติเดิม” ชัดเจนและเร่งตัวขึ้น

แม้ภาคการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ยังพอเป็นจุดสว่าง แต่ผู้ประกอบการก็เผชิญต้นทุนเอกสารและขั้นตอนศุลกากรที่ซับซ้อนขึ้นอย่างมากจากสงครามการค้า

สำหรับรัฐบาลแคนาดา การเปิดไพ่จีนถูกมองว่าเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ แม้จะเสี่ยงต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ เพราะจีนคือผู้นำโลกด้านการผลิตรถยนต์และรถไฟฟ้า และสามารถผลิตได้ในต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิชาการบางรายสรุปตรงกันว่า หากแคนาดายังผูกอนาคตไว้กับค่ายรถสหรัฐ เพียงอย่างเดียว อุตสาหกรรมจะยิ่งถดถอย แต่หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว จำเป็นต้องใช้นโยบายอุตสาหกรรมที่กล้าหาญกว่าเดิม และเปิดรับผู้เล่นใหม่จากเอเชีย แม้จะเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองก็ตาม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...