โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เรืองไกร ขออำลา 'บิ๊กป้อม' ไขก๊อก พปชร. หลังสอบตก ไร้ที่ยืน

Khaosod

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 09.09 น.

เรืองไกร ขออำลา 'บิ๊กป้อม' ไขก๊อก พลังประชารัฐ หลังสอบตก ไร้ที่ยืน แถมพรรคขนาดเล็กลง ชี้ปม "สเปกเตอร์ ซี" พรรคประชาชน เสี่ยงถูกยุบพรรค

วันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ก่อนเปิดเผยว่า ตั้งใจมายื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. หลังลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับเลือก ด้วยขนาดของพรรค พปชร. ที่เล็กลงในปัจจุบัน จึงมองว่า ตนต้องมีที่ยืน ซึ่งได้ตัดสินใจมาระยะหนึ่งแล้ว

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้เข้าแจ้งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร. พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้สอบถามเหตุผล แต่เคารพการตัดสินใจ พร้อมชวนว่า หากว่างก็ให้ไปกินข้าว และออกรายการด้วยกัน

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ส่วนหลังจากนี้ยังไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง หรือจะไปสังกัดพรรคใด แต่มีพรรคพวกมาชวน เช่น พรรคทางเลือกใหม่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เบื้องต้นวางแผนว่า หลังลาออกแล้วก็จะเดินหน้าตรวจสอบอิสระ ทั้งเรื่องของบาร์โค้ด และสเปกเตอร์ ซี แม้ไม่ได้สังกัดพรรคใด แต่ยังคงทำหน้าที่ในฐานะประชาชน

นายเรืองไกร กล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาเรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะว่า มองว่าคนที่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาอาจจะไม่แม่นกฎหมายเพียงพอ เพราะเรื่องโดยตรงและลับ ไม่ได้มีแค่ในมาตรา 85 แต่มีในมาตรา 83 วรรค 2 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยตรงและลับด้วย แต่ผู้ที่ออกมาร้องเรียนไม่ได้หยิบประเด็นตรงนี้ขึ้นมา

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า แม้ตอนนี้จะมีการไปร้องเรียนยังผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลปกครอง แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งออกมา มีเพียงหมายเลขดำที่แสดงถึงการรับเรื่องไว้เท่านั้น ซึ่งสุดท้ายศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างไรยังต้องรอดูต่อไป

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดไว้บนบัตรเลือกตั้งนั้น การจะตรวจสอบบัตร 30-40 ล้านใบ ว่าเป็นของใคร เป็นไปได้ยาก แม้แต่ผู้มีอำนาจก็ทำได้ยาก เพราะว่าไม่ได้มีเหตุจำเป็นในการจะไปเข้าไปเปิดหีบ เพื่อดูบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเข้าใจในสิ่งที่ กกต. ชี้แจงออกมา แต่จะเกินเลยจาก TOR ที่ได้ทำกับบริษัทจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งหรือไม่นั้น ให้ไปสนใจเรื่องบัตรเขย่งดีกว่า ซึ่ง กกต.ต้องหาสาเหตุของจำนวนบัตรต่างกันให้ได้

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องของการลงคะแนนโดยตรงและลับก็ได้ แต่เป็นเรื่องของความไม่ยุติธรรม คะแนนที่ออกมาก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้น คนที่พยายามก่อกระแสเรื่องนี้ ขอให้ดูกฎหมายให้ดี ส่วนตัวยังมองว่า มุมที่ไม่เป็นความลับก็น่าจะยังมีอยู่ ซึ่งอาจจะมีคนไปร้องเรียนก็ได้

ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูล Laser ID ของสมาชิกพรรคนายเรืองไกร กล่าวว่า หากเขาต้องการจะเก็บ แล้วเราให้ ก็เป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย แต่กฎหมายจะครอบคลุมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บุคคลที่สามจะไปบอกว่า ทำไม่ได้ เวลาขึ้นศาล ศาลจะถามว่าเป็นการคาดเดา

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า กรณีที่มีคนเปรียบเทียบว่า การเก็บ Laser ID เทียบเท่ากับการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวมองว่า Think too much คิดมากไป

ขณะที่กรณีสเปกเตอร์ ซี ที่มีการโจมตีพรรคประชาชนอยู่นั้น นายเรืองไกร มองว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และการให้ข้อมูลของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต สส. พรรคอนาคตใหม่นั้น ให้ข้อมูลเยอะเกินไป อาจจะเป็นผลย้อนกลับเข้ามาที่ตัวเองได้ ซึ่งส่วนตัวได้เก็บรายละเอียดทั้งหมด อย่างการพาสื่อมวลชนเข้าไปดู ก็เป็นเหมือนการพยายามแก้ต่าง ทำสิ่งที่ไม่ถูกให้ถูก

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หากพรรคประชาชนเข้าไปก้าวก่าย มีส่วนถือหุ้นในบริษัทนั้น หรือนำเงินพัฒนากองทุนไปจ่ายเป็นค่าจ้าง หรือพรรคได้ประโยชน์ ก็เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้ ซึ่งหากตนเองได้ตรวจสอบก็น่าจะยุ่ง แต่ตอนนี้ละไว้ก่อน เพราะส่วนตัวห่วงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะสำเร็จหรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรืองไกร ขออำลา 'บิ๊กป้อม' ไขก๊อก พปชร. หลังสอบตก ไร้ที่ยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...