โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : ราชาธิปไตย (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 01.51 น.

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

ศัพท์สามคำในปีกขวาสุดโต่ง : ราชาธิปไตย (1)

หนึ่งเดือนหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่สอง โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข่าวใน Truth Social อันเป็นโซเชียลมีเดียของตนว่า รัฐบาลของเขาได้ยกเลิกมาตรการเก็บเงินค่าธรรมเนียมรถติดของทางการมหานครนิวยอร์กแล้ว พร้อมข้อความตบท้ายปลาบปลื้มสรรเสริญตัวเองว่า “ทรงพระเจริญ” (“LONG LIVE THE KING!” https://www.yahoo.com/news/republicans-happily-roll-over-trump-203609252.html)

บรรดาลูกขุนพลอยพยักและนางสนองพระโอษฐ์ในทีมบริหารของทรัมป์ที่ทำเนียบขาวพากันเชลียร์ขานรับ ความห่ามเหิมของเจ้านายโดยใช้คอมพิวเตอร์สร้างรูปเทียมเลียนแบบหน้าปกนิตยสาร Time เป็นภาพทรัมป์สวมมงกุฎทองพร้อมข้อความ “ทรงพระเจริญ” โพสต์ลงโซเชียลมีเดียต่างๆ ของทำเนียบขาว ก่อให้เกิดเสียงตำหนิ วิจารณ์อื้อฉาวในอเมริกา (ภาพซ้ายสุดด้านบน https://www.nbcnews.com/politics/donald-trump/king-trump-rcna192912 & https://phlcouncil.com/trump-king-resolution/)

ยิ่งด่าเหมือนยิ่งยุ ต้นเดือนพฤษภาคมศกก่อน ทรัมป์ก็จุดกระแสวิวาทะการนำเสนอตัวเขาเองรอบใหม่ขึ้นอีก โดยสร้างภาพตัวเองใส่ชุดเสื้อคลุมขาว สวมหมวกสังฆราชและห้อยกางเขนทองคล้องคอเหมือนพระสันตะปาปาออกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียของทำเนียบขาว (ภาพกลางบน https://x.com/WhiteHouse/status/1918502592335724809)

โดยไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ระหว่างพิธีศพพระสันตะปาปาฟรานซิสที่กรุงโรม ทรัมป์ประกาศกร่างว่า “ผมอยากเป็นโป๊ปว่ะ นั่นจะเป็นตัวเลือกแรกของผมเลยละ” (https://www.facebook.com/watch/?v=669177772698351)

(ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับพรรคพวกจินตนากรรมการปราบดาภิเษกตนเองเป็นพระราชาและสันตะปาปาในโซเชียลมีเดีย)

หลังสุดเมื่อเดือนตุลาคมศกก่อน ทรัมป์ก็โพสต์เผยแพร่คลิปวิดีโอสร้างโดย AI ที่ตัวเขาเองสวมชุดนักบินและมงกุฎทองขับเครื่องบินขับไล่ไปทิ้งกองอึมหึมาใส่ขบวนผู้ชุมนุมประท้วงชาวอเมริกันที่ต่อต้านรัฐบาลของเขาอย่างอุจาดสะใจ (https://www.youtube.com/watch?v=ugrn6DNAYEU) ค่าที่ผู้ประท้วงเหล่านั้นเห็นว่านับวัน รัฐบาลทรัมป์เลื่อนไหลไปใช้อำนาจอัตตาธิปไตยหนักข้อขึ้นทุกที พร้อมชูป้ายคำขวัญเด่นหราว่า “No Kings” (ไม่เอาพระราชาเฟ้ย https://www.nokings.org/)

เรามิควรตีความประเมินค่าจินตนากรรมปราบดาภิเษกข้างต้นนี้ว่า เป็นแค่ตัวอย่างเสริมเติมซึ่งอุปนิสัยสันดานห่ามเหิมก้าวร้าวของทรัมป์เอง, หรืออาการหลงละเมอเพ้อพกเนื่องจากพยาธิสภาพมักใหญ่ใฝ่สูงทางจิต, หรือยุทธวิธีที่มุ่ง “ทิ้งอึปูพรมให้ท่วมมันทั้งเขต” แบบที่สตีฟ แบนนอน อดีตหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ทำเนียบขาวของทรัมป์ เคยบอก

ตรงกันข้าม มันเป็นการแสดงออกอย่างประจักษ์แก่ตาซึ่งการหวนกลับมาของชุดความคิดและวาทกรรมย้อนยุค ที่ผู้คนมักไม่ใส่ใจในคริสต์ทศวรรษ 2020 อันเสนอว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) เป็นระบอบการเมืองที่พึงปรารถนาหรือแม้กระทั่งจำเป็นเพื่อพลิกทวนหวนกลับตาลปัตรความเสื่อมโทรมตกต่ำอย่างไม่หยุดยั้งของสังคมตะวันตก

กล่าวในแง่นี้ อาการโหยหาการเมืองย้อนยุคของทรัมป์มิใช่กรณียกเว้นหนึ่งเดียวในหมู่ผู้นำขวาจัดแต่อย่างใด!

นับแต่ปลายปี 2023 มา ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล แห่งเอลซัลวาดอร์ (ภาพซ้ายบน) ได้ปรับแก้ประวัติย่อของเขาบนโซเชียลมีเดีย X จาก “เผด็จการที่เจ๋งที่สุดในโลก” (https://www.bbc.com/thai/articles/c3gez007yw7o) ไปเป็น “ราชาปราชญ์” อันเป็นแนวคิดของเพลโต นักปรัชญากรีกโบราณในงานเรื่องอุตมรัฐ (The Republic ดู สมบัติ จันทรวงศ์, ความนำว่าด้วยอุตมรัฐของเพลโต้, 2527)

ในช่วงเดียวกัน ระหว่างรณรงค์เลือกตั้งจนประสบชัยชนะได้เข้าสู่ทำเนียบชมพูในตำแหน่งประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ มิเล (ภาพขวาบน) ก็ร้องเพลง Panic Show ของวงดนตรีฮาร์ดร็อก La Renga ชื่อดังของอาร์เจนตินาบนเวทีหาเสียงด้วย โดยปรับแก้เนื้อเพลงท่อนที่พูดถึงตัวเองเป็น “พระราชา” กับ “ราชสีห์” แทน มิเล ยังใช้ฉายาเรียกตัวเองเช่นนี้ในการชุมนุมปราศรัยทุกครั้งซึ่งมักแปรสภาพกลายเป็นการแสดงคอนเสิร์ตไป (https://www.theguardian.com/world/article/2024/may/23/javier-milei-buenos-aires-argentina)

ภายใต้ฉากบังหน้าว่าเป็นการก่อกวนหาเรื่องหรือยั่วให้ยัวะทางออนไลน์ อันเป็นสายใยพฤติกรรมของพวกขวาจัดแห่งสหัสวรรษที่สามนั้น สิ่งอันซ่อนแฝงอยู่ในทางเป็นจริงคือความคิดการเมืองนิยมราชาธิปไตยซึ่งกลุ่มปัญญาชน อินฟลูเอนเซอร์และนักเคลื่อนไหวในแนวอนุรักษนิยมสุดโต่ง อิสรเสรีนิยมหัวเก่าและนีโอปฏิกิริยาพากันปกป้องแก้ต่างให้มาช้านาน

เรือธงโด่เด่ในหมู่นักคิดขวาจัดเหล่านี้ได้แก่เคอร์ติส ยาร์วิน (1973-ปัจจุบัน) บล็อกเกอร์ชาวอเมริกันผู้ค่อนข้างปิดงำอำพรางตัวจนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ หากแต่เป็นที่รู้จักกันมากกว่าใต้นามแฝงว่า เมนเชียส (เม่งจื๊อ) โมลด์บัก ค่าที่เขาได้แรงหนุนจากปีเตอร์ เทียล อภิมหาเศรษฐีไฮเทคนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวา จนกลายเป็นดาวเด่นของพวกขวาจัดผู้สามารถกระซิบกระซาบป้อนความคิดพิสดารเข้าหูเหล่านายทุนนักล่าหน้าใหม่ผู้ยึดกุมกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตอนนี้ได้

ในงานตีพิมพ์สำนวนประชดประเทียดเสียดสีมากมายหลายชิ้นของเขาซึ่งมักอ้างถึงภาพยนตร์เรื่องต่างๆ อย่าง The Matrix (1999) และอวดโอ่จุดยืนต่อต้านวงวิชาการนั้น ยาร์วินตอกย้ำซ้ำซากความคิดทฤษฎีนีโอปฏิกิริยาชุดเดิมของตัวนับแต่ปี 2007 เมื่อเขาเริ่มเปิดบล็อกของตัวเองชื่อ UNQUALIFIED RESERVATIONS BY MENCIUS MOLDBUG (https://www.unqualified-reservations.org/) อันได้แก่ :

1) ระบอบประชาธิปไตยดังที่เป็นอยู่ทั้งหลายหาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ หากเป็นระบอบคณาธิปไตย ภายใต้การควบคุมของชนชั้นข้าราชการซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นรัฐพันลึกหรือที่เขาเรียกว่า “มหาวิหาร” (the Cathedral) ต่างหาก ตัวแทนหลักของรัฐพันลึก/มหาวิหารที่ว่านี้ได้แก่มหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาที่เรียกว่า Ivy League และหนังสือพิมพ์ The New York Times

(อนึ่ง Ivy League หรือสันนิบาตไม้เลื้อยไอวี หมายถึง มหาวิทยาลัยวิจัยของเอกชน 8 แห่งที่ถือว่าทรงเกียรติคุณทางวิชาการอย่างสูง และเป็นสถาบันของชนชั้นนำทางสังคมซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา ได้แก่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, มหาวิทยาลัยเยล, มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน, มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย, มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย, มหาวิทยาลัยบราวน์, มหาวิทยาลัยดาร์ตมัธ, และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ส่วนชื่อไอวีมาจากไม้เลื้อยพันธุ์ที่บัณฑิตรุ่นอาวุโสของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ปลูกไว้บนตัวอาคารเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนถาวรของรุ่นตน)

ตัวอย่างการบิดเบือนเฉไฉประวัติศาสตร์ขนานใหญ่ของยาร์วินก็เช่น การที่เขาถือว่าสหรัฐอเมริกาเคยปกครองในระบอบราชาธิปไตยมาแล้วในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ (1933-1945) ซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์ “ระบบราชการ” ขึ้นมาด้วยนโยบายนิวดีล (https://th.wikipedia.org/wiki/สัญญาใหม่) อีกทั้งรับผิดชอบก่อรูประเบียบโลกขึ้นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

2) ระบอบประชาธิปไตยทั้งหลายไม่มีประสิทธิภาพเพราะมันให้ความสำคัญแก่เสรีภาพทางการเมืองมากกว่าอื่น

ทางแก้ไขสภาวะเสื่อมโทรมที่ว่านี้มีหนทางเดียว ได้แก่การก่อตั้งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นมาใหม่ โดยมีพระราชาเป็นซีอีโอ (Chief Executive Officer หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) ของวิสาหกิจ

ส่วนผู้คนในวิสาหกิจแบ่งออกเป็นข้าราชการของระบอบกับไพร่พลเมืองในบังคับ (officers & subjects) โดยที่ไพร่พลเมืองประกอบด้วยผู้อยู่ใต้การอุปถัมภ์ที่พึ่งพาอาศัยระบอบในทางเศรษฐกิจและสามัญชนที่ระบอบต้องพึ่งพาอาศัยในทางเศรษฐกิจ (clients & commoners) อีกที หากไพร่พลเมืองในบังคับคนใดไม่พึงพอใจระบอบที่เป็นอยู่ ก็สามารถอพยพโยกย้ายไปนครรัฐอื่นได้

ตัวแบบนครรัฐดลใจของยาร์วิน ได้แก่ สิงคโปร์, ดูไบ, เอลซัลวาดอร์ใต้การปกครองของบูเคเล, บรรดาบริษัทสตาร์ตอัพแห่งซิลิคอนแวลลีย์, หรือวิสาหกิจเอกชนอย่าง Apple ซึ่งถือเป็นระบอบราชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ

ความคิดราชาธิปไตยใหม่ของยาร์วินเป็นองค์ประกอบแกนกลางของขบวนการนีโอปฏิกิริยาหรือที่เรียกกันว่า “ยุครู้แจ้งสนธยา” (Dark Enlightenment) และเป็นที่ยอมรับนับถือในหมู่ชนชั้นนำซิลิคอนแวลลีย์บางคน รวมทั้งปีเตอร์ เทียล

ข้อคิดงานเขียนของยาร์วินยังถูกผู้ทรงอิทธิพลในบริษัทบริวารของประธานาธิบดีทรัมป์อ้างอิงถึง อาทิ รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ สมัยเป็นวุฒิสมาชิกก็เคยเสนอแนะแผนการที่คล้องจองกับทฤษฎีของยาร์วินว่า ให้ไล่เจ้าหน้าที่บริหารระดับกลางของรัฐออก แล้วจ้างพวกจงรักภักดีทางการเมืองเข้ามาทำงานแทน (https://theconversation.com/friday-essay-trumps-reign-fits-curtis-yarvins-blueprint-of-a-ceo-led-american-monarchy-what-is-technological-fascism-256202)

ในทางกลับกัน ทฤษฎีของยาร์วินก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มุ่งสร้างระบบเทคโนศักดินาที่ต่อต้านประชาธิปไตยขึ้นมา ซึ่งจะบูชายัญสิทธิต่างๆ ของพลเมือง เช่น สิทธิ์เลือกตั้งและสิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณาไต่สวนโดยชอบตามกระบวนการยุติธรรมไป เพื่อแลกกับสิ่งที่อ้างว่าเป็น “ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง”

(อ่านต่อตอนหน้า)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : ราชาธิปไตย (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...