โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดหุ้นเด้งแรงรับ 'รัฐบาลสีน้ำเงิน' เอกชนจี้ขอทีมเศรษฐกิจ 'มืออาชีพ' แก้ปม 'คนป่วยแห่งเอเชีย'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 02.16 น.

บทความพิเศษ | ศัลยาประชาชาติ

ตลาดหุ้นเด้งแรงรับ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’

เอกชนจี้ขอทีมเศรษฐกิจ ‘มืออาชีพ’

แก้ปม ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’

หลังผลการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จบลงด้วยการที่พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ชนะเลือกตั้งได้ที่นั่ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการแบบถล่มทลาย 193 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชน ตามมาห่างๆ ด้วยจำนวน 118 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง

แม้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ยังฝุ่นตลบ โดยที่นายอนุทินยังไม่เปิดเผยถึงการเชิญพรรคการเมืองใดเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยขานรับความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของรัฐบาลสีน้ำเงินทันที โดยตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดตลาดที่ 1,400.89 จุด เพิ่มขึ้น +46.88 จุด (+3.46%)

เรียกว่า สามารถยืนเหนือ 1,400 จุดครั้งแรกในรอบปี ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงถึง 1.02 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 17 เดือน โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.65 หมื่นล้าน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยตอบรับผลการเลือกตั้งอย่างร้อนแรง ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเกิดเสถียรภาพทางการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และรัฐบาลใหม่จะสามารถจัดตั้งได้อย่างรวดเร็ว มีความมั่นคง และมีศักยภาพเพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

“ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุดภายในปีนี้ หากรัฐบาลใหม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนว่า เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพกลับมาขยายตัวในระดับราว 4% ต่อปีในระยะถัดไป จากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยเพียงประมาณ 2% ต่อปี”

รัฐบาลใหม่ต้องเร่งเดินหน้าสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่” ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์แห่งอนาคต การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ขณะที่ซีอีโอธุรกิจ-เอกชน ต่างก็ขานรับรัฐบาลสำนักน้ำเงินในเชิงบวก เพราะด้วยจำนวน ส.ส. 193 ที่นั่ง ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลมีเสถียรภาพ และมีโอกาสรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี ทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจหลายๆ เรื่องมีความต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ตัวแทนของภาคธุรกิจ ทั้งหอการค้า-สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย-ภาคท่องเที่ยว ตอกย้ำขอรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “รู้ลึก-รู้จริง” เป็นมืออาชีพ ทั้งเรียกร้องให้ลดสัดส่วนรัฐมนตรีโควต้านักการเมือง

รวมถึงฝากการบ้านรัฐบาล ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้หลุดกับดักเศรษฐกิจโตต่ำ จนได้ชื่อว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”

และย้ำเตือนรัฐบาลชุดใหม่ให้ทำตามนโยบายหาเสียง โดยเฉพาะการจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นมะเร็งร้ายเศรษฐกิจไทย

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนและประชาชนรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้สามารถเดินหน้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน ต้องการความเชื่อมั่นทั้งจากในและต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเร่งด่วน

“สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งเดินหน้าคือ ขับเคลื่อนงบประมาณ การลงทุนภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ในส่วนของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ควรคำนึงถึงความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญ ต้องถูกฝาถูกตัว ไม่มีทุนเทา ต้องดูประวัติด้วย หากเป็นรัฐมนตรีตามโควต้ามองว่าเหนื่อย”

รวมทั้งเรื่องของคอร์รัปชั่น ก็เป็นสิ่งที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไข เพราะเป็น “มะเร็งร้าย” ของประเทศ ซึ่งเอกชนทุกภาคส่วนต้องการให้แก้ไขจริงจัง รวมไปถึงแก้ไขปัญหาทุนเทา ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้ต่อเนื่องก็จะเป็นเรื่องดี อย่างเช่น คนละครึ่งพลัส แต่ก็ต้องไม่กระทบต่องบประมาณด้วย

เช่นเดียวกับนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกรรมการ บริษัท มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สิ่งที่ภาคเอกชนคาดหวังเป็นลำดับแรกคือ โฉมหน้าทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่มีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกทั้งเศรษฐกิจในประเทศและสามารถอ่านเกมเศรษฐกิจโลกได้รอบด้าน

ขณะที่นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รัฐบาลใหม่จะต้องวางตัวบุคคลที่จะมาเป็นคณะรัฐมนตรี เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เพราะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างที่ผ่านมาการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์ โปรไฟล์ดี และทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เป็นมิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนอย่างมาก น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนสูง

“ที่สำคัญรัฐบาลใหม่ต้องทำตามนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะที่ยังไม่ฟื้นตัว”

ขณะที่ตัวแทนภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญก็มีข้อเสนอแนะในการตั้อง “วอร์รูมการท่องเที่ยว” โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการทบทวนมาตรการ “ฟรีวีซ่า”

โดยนายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า หวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะสามารถดำเนินการได้เร็วและมีเสถียรภาพสูง เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สำหรับการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมอันดับต้นๆ ที่นำรายได้เข้าประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ ขอรองนายกฯ ที่กำกับดูแลมีความเข้าใจและสามารถวางไกด์ไลน์ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ

และขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับ Tourism War จึงจำเป็นต้องมีวอร์รูมด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ ที่ดึงเอกชนเข้ามาร่วมด้วยเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

โดยประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งทำคือ

1. ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

2. ทบทวนมาตรการ “ฟรีวีซ่า” ทั้งเรื่องระยะเวลา ประเทศ และเงื่อนไขที่เหมาะสม หากมีวอร์รูมที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องเวลามาคุยกันทุกฝ่ายจะได้เข้าใจตรงกัน

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า ผลการเลือกตั้งไม่เหนือความคาดหมาย พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงมากสุด คาดจาก 3 ปัจจัย

1. การแก้ปัญหาชายแดน

2. การดึงผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและเฉพาะด้านเข้ามานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีจนเป็นที่ยอมรับทางการเมือง

3. อดีต ส.ส.พรรคอื่นย้ายมาสังกัดจึงหนุนคะแนนเสียง และคาดว่ารัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี และดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยอยู่ภาวะลองโควิด ยังมีหลายเรื่องรุมเร้าทั้งภาษีทรัมป์ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่จีดีพีก็โตต่ำสุดในอาเซียน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลจะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้หลัดกับดักโตต่ำ 2-3% ได้อย่างไร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดหุ้นเด้งแรงรับ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ เอกชนจี้ขอทีมเศรษฐกิจ ‘มืออาชีพ’ แก้ปม ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...