Gold – Silver ร่วงแรงเมื่อคืนนี้ แค่พักฐาน หรือเริ่มเปลี่ยนเทรนด์
Gold – Silver ร่วงแรงเมื่อคืนนี้ แค่พักฐาน หรือเริ่มเปลี่ยนเทรนด์ นักลงทุนสายเทรดดิ้งระยะสั้น และสายลงทุนระยะยาว การย่อแรงรอบนี้ ควรมีกลยุทธ์อย่างไร
วันที่ 13 ก.พ.2569 นายศุภกฤต พิทักษ์พรเกษม หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.)โรโบเวลธ์ จำกัด กล่าวว่า ช่วงนี้ราคาทองคำ “ผันผวนแรง” จนเริ่มถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เก็งกำไร มากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเมื่อคืนนี้ราคาทองคำหลุด 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ($฿ ลงมา ก่อนจะไหลไปแถวๆ 4,880 $ ส่วนราคาเงินร่วงแรงกว่า 10%
โดยการปรับตัวลงของทองและเงินเป็นลักษณะของการ “เทขายพร้อมกัน” ของนักลงทุนจำนวนมาก หลังจากก่อนหน้านี้ทองและเงินวิ่งขึ้นแรงต่อเนื่องจากธีมดอกเบี้ยขาลงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
สำหรับต้นตอหลักของแรงขายเมื่อคืนนี้ มาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง และอัตราว่างงานลดลง สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยัง “ไม่ได้ชะลอตัว” เพียงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯต้องรีบลดดอกเบี้ยในครึ่งปีแรก ทำให้ตลาดต้อง “ปรับมุมมองใหม่” ว่าดอกเบี้ยอาจจะอยู่สูงนานกว่าที่คิด ซึ่งในเชิงกลไกถือว่าเป็นลบกับราคาทอง เพราะการถือทองไม่ให้ดอกเบี้ย ทำให้ยิ่งดอกเบี้ยในตลาดสูง Opportunity Cost ของการถือทองก็ยิ่งสูงตาม
นอกจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว เมื่อคืนนี้ทองยังโดนแรงเทจากฝั่ง Technical ไปด้วย โดยระดับ 5,000$ ถือว่าเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยาที่เชื่อว่านักลงทุนจำนวนมากตั้ง Stop Loss (จุดตัดขาดทุน)เอาไว้ พอราคาหลุดระดับนี้ คำสั่งขายอัตโนมัติ (Algo Trading) จึงทำงานต่อเนื่องเป็นทอด ๆ คล้ายโดมิโน ยิ่งราคาลงเร็ว นักลงทุนสายเก็งกำไรที่ซื้อมาก่อนหน้า ก็รีบขายทำกำไร กลายเป็นการเร่งแรงขายให้หนักขึ้นไปอีกในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเป็นภาพที่เราเห็นกันมาต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนทีผ่านมา
อีกประเด็น คือ บรรยากาศ risk-off ในตลาดการลงทุนรอบนี้ มาจาก “หุ้นเทคโนโลยี” หลายตัวที่ถูกกระทบจากการมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) เช่น หุ้นในกลุ่ม Software หลายตัวโดนเทขายพร้อมกัน ทำให้นักลงทุนบางส่วนต้องขาย “สินทรัพย์ที่มีกำไรในพอร์ต” อย่างทองและเงิน เพื่อนำเงินสดไปอุดพอร์ตฝั่งที่ขาดทุน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เห็นได้บ่อยในช่วงที่ตลาดผันผวนดังนั้นถึงทองจะถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เวลาตลาดต้องการสภาพคล่อง ทองก็สามารถโดนขายได้เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในภาพใหญ่ การย่อลงแรงรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากทองและเงินขึ้นมาแรงตลอดปีที่ผ่านมา ทองขึ้นมาต่อเนื่องกว่า 30% ส่วนเงินขึ้นแรงกว่า 100% ดังนั้นการพักฐานแรง ๆ จึงถือเป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ที่ขึ้นมาด้วย“แรงเก็งกำไร” มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าขาขึ้นระยะยาวจบลงแล้ว เพราะ ในเชิงโครงสร้าง ปัจจัยหนุนทองคำระยะยาวยังอยู่ครบ ทั้งปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศใหญ่ ๆ ความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ และการซื้อทองสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก
เพียงแต่ในระยะสั้น ตลาดกำลังอยู่ในช่วง “ปรับมุมมอง” เรื่องดอกเบี้ยและสภาพคล่อง ทำให้ราคาทองและเงินเหวี่ยงแรงกว่าปกติ
ส่วนทิศทางระยะสั้นต่อจากนี้ ปัจจัยที่กำหนดทิศทางของทอง คือ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ที่จะประกาศในคืนนี้ ถ้าเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดจะกลับมาเก็งว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ราคาทองก็มีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นไปทดสอบโซน 5,100$ ได้อีกครั้ง แต่ถ้าเงินเฟ้อยังสูง และข้อมูลเศรษฐกิจยังแข็งแรงต่อเนื่อง ราคาทองอาจแกว่งตัวลงมาในกรอบ 4,600-4,800$ อีกครั้ง
สำหรับนักลงทุนสาย Trading ระยะสั้น ช่วงนี้อาจจะไม่ใช่ช่วงที่Momentum ขาขึ้นชัดเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ การเข้าออกควรให้ความสำคัญกับจังหวะและระดับราคา เพราะตลาดตอนนี้อ่อนไหวกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างมาก
ส่วนสายลงทุนระยะยาว การย่อแรงรอบนี้มองว่าไม่ใช่สัญญาณให้ต้องทิ้งทอง แต่เป็นจังหวะให้กลับมาดูพอร์ต ว่าถือสัดส่วนเหมาะสมหรือยัง ถ้าต้องการวางทองในสัดส่วนที่มากขึ้นในพอร์ต ก็ควรใช้จังหวะที่ทองพักฐานลงมาแบบนี้ในการทยอยสะสมเพิ่ม หรือ หากต้องการลดสัดส่วนทองลงเพราะช่วงนี้ราคาผันผวนแรง ก็อาจจะมองระดับแถวๆ 5,000$ในการลดน้ำหนักทองในพอร์ตลง