ทองคำ–เงินผันผวนอีกครั้ง หลังดอกเบี้ยอาจสูงนาน ตลาดเข้าสู่โหมด ‘ลดความเสี่ยง’
ตลาดโลหะมีค่าเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยราคาทองคำและโลหะเงินกอดคอกันร่วงลงอย่างรุนแรง หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนต้องปรับมุมมองใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ที่มีแนวโน้มจะคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้เดิม
ภาวะการจ้างงานที่ยังคงร้อนแรงสะท้อนผ่านตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม 2569 ที่พุ่งสูงถึง 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เกือบเท่าตัว ทำให้ตลาดเข้าสู่โหมด “Risk-Off” หรือการลดความเสี่ยงขนานใหญ่ โดยมีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามดังนี้
- ดอกเบี้ย High for Longer
ตัวเลขจ้างงานและค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงที่เร่งตัวขึ้น เป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้ Fed ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็ววัน ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและบีบให้ราคาทองคำสปอตร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงสั้นๆ
- การเทขายตามระบบ (Algo Sell-off)
ความผันผวนถูกเร่งสปีดด้วยระบบการซื้อขายอัตโนมัติ (Algorithms) และกลุ่ม Commodity Trading Advisers (CTAs) ที่แห่เทขายเมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Calls) ในสินทรัพย์อื่นที่ทำให้นักลงทุนต้องขายทองเพื่อดึงสภาพคล่อง
- โลหะเงินโดนหนักกว่า
ในขณะที่ทองคำย่อตัว โลหะเงิน (Silver) กลับเผชิญกับแรงเทขายที่รุนแรงกว่า โดยร่วงลงถึง 11% ภายในวันเดียว เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวสูงต่อทั้งนโยบายการเงินและแนวโน้มอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่อาจชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะสั้นจะดูตึงเครียด แต่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan และ Goldman Sachs ยังคงมองว่านี่คือการปรับฐานเพื่อไปต่อ โดยมีแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังเป็นผู้ซื้อสุทธิ (Net Buyer) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15
อ้างอิง: Bloomberg