โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ธนาธร ชู พิธา หาเสียงล้อมโลก สู่รถแห่ เปิดแผนรัฐบาลประชาชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 06.21 น.

พรรคประชาชนเปิดเผนรัฐบาลใหม่ กำตัวละครลับ “ว่าที่รัฐมนตรีคลัง” ไว้ช่วงโค้งสุดท้าย ดึง “พิธา” ร่วม “ธนาธร-ณัฐพงษ์” ร่วมหาเสียงก่อนวันเลือกตั้ง

ในปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ มี เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรค ป๊อก-ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค สร้างปรากฏการณ์ “ฟ้ารักพ่อ” หักปากกาเซียนการเมือง พา สส.เข้าสภาได้มากถึง 81 เสียง

…แต่เงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ดันพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน

ในปี 2566 พรรคก้าวไกล ที่มี ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค ต๋อม – ชัยธวัช ตุลาธน เป็นเลขาธิการพรรค สร้างปรากฏการณ์รอบ 2 ได้เสียงข้างมากในสภา 151 เสียง

แต่เงื่อนไขรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลต้องไปเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง แม้คะเสียงอันดับหนึ่ง เพราะติดกลไก สว.ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

มาถึงปี 2569 พรรคประชาชน ที่มี 3 คนสำคัญ เท้ง – ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไหม – ศิริกัญญา ตันสกุล ต้น – วีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ หวังที่จะสร้าง “ปรากฏการณ์” ตั้งรัฐบาลประชาชนให้ได้จริง

โดยมี เอก – ธนาธร เป็น ผู้ช่วยหาเสียงระดับผู้นำจิตวิญญาณ เป็น เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ

ทีมบริหารพรรคประชาชน แง้มความลับด้วยว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเป็นตัวละครลับ ที่จะไม่เปิดเผย แต่จะเป็นบุคคลที่สังคมเซอร์ไพรซ์

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชน นำเสนอ 200 นโยบาย ลดลงจากการเลือกตั้งสมัยที่ยังเป็นพรรคก้าวไกล ที่มีอยู่ 300 นโยบาย

แต่ขมวดกรอบให้ชัดขึ้น มี 4 ชุดหลัก 1. โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2. การปฏิรูปรัฐ 3. ความมั่นคงและประชาธิปไตย และ 4. ยกระดับคุณภาพชีวิต

“ธนาธร” ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน ที่วันนี้ทุ่มสุดตัว ถึงขั้นคืนจอโซเชียลแสดงละครแนวตั้งเป็น “ลุงเอก” เพื่ออธิบายนโยบายพรรคประชาชน

ธนาธร เล่าว่า นโยบายพรรคประชาชนไม่ได้คิดเมื่อเดือนที่แล้ว หรือ 3 เดือนที่แล้ว แต่คิดตั้งแต่เลือกตั้ง 2566 พอเราเป็นฝ่ายค้าน เราเริ่มเดินเรื่องนโยบายทันที เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไปคือเราเป็นพรรคอันดับ 1 แล้ว ดังนั้น ถ้ามีเลือกตั้งครั้งต่อไป เราคิดว่าจะมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศจริงๆ เราจะพลาดไม่ได้ถ้าเราได้บริหารประเทศจริงๆ

ทุกคนจึงเตรียมมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 2566 ที่พูดเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ได้มีคำว่า “ลอยๆ”

“เช่น ถ้าจะสร้าง medical industry มีอะไรบ้างที่ผู้ประกอบการทำได้ มูลค่ารวมเป็นอย่างไร เราจะปฏิรูปภาคพลังงาน ต้องมีมาทั้งแผง จะพูดอย่างเดียวไม่ได้”

ธนาธร เชื่อว่า พรรคอื่นทำอย่างพรรคประชาชนไม่ได้ เพราะพรรคเตรียมกฎหมายพร้อมมากกว่าครึ่ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมาย เชื่อว่าทุกคนไม่เคยเจอการทำงานแบบนี้ ที่สำคัญคือ ทุกคนที่มาร่วมงานกับพรรคมาด้วยเจตจำนงอันมุ่งมั่น พร้อมกับความรู้ความสามารถที่มีในหน้างาน คนของพวกเราพร้อมทำงานเป็นทีม

“ไม่ใช่ว่าคนที่ดูฝั่งเศรษฐกิจก็จะดูแต่ฝั่งเศรษฐกิจ แต่ทุกคนดูภาพรวมว่าภาพรวมประเทศไทยที่เราอยากสร้างเป็นแบบไหน พอทุกคนเห็นภาพรวมเขารู้ว่าบทบาทอะไรที่เขาจะเข้าไปเกี่ยว หรือ เข้าไปเป็นบทบาทเสริม”

“เลือกตั้ง 2566 สิ่งที่เรารู้ทันทีคือ เราพร้อมบริหารประเทศจริงๆ หรือเปล่า คำตอบตอนนั้นคือไม่พร้อมจริงๆ แต่เรารู้ว่าเราเหลือเวลา 4 ปี ดังนั้น ไม่ใช่แค่ What กับ Why แต่เราต้องมี How ทำอย่างไร และทำโดยใคร แม้การเลือกตั้งมาเร็วขึ้นปีกว่า แต่โชคดีที่เราเตรียมตัว เตรียมพร้อมมาก่อน”

“หน้าที่ของเราคือส่งมอบรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประชาชน”

มั่นใจเป็นรัฐบาล

เผื่อใจพรรคประชาชนอาจต้องกลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกรอบหรือไม่? ธนาธร หัวเราะเสียงดังขึ้นมา ก่อนตอบว่า

“เราต้องพร้อมทุกสถานการณ์ แต่ถ้าถามตัวเองวันนี้ มั่นใจมากว่า พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลแน่นอน”

“เราพูดไม่ได้หรอกครับว่าเราจะได้หรือไม่ได้ การเลือกตั้งยังเหลือ 20 กว่าวัน แต่จากการดูกระแสของโพล การเมืองกระดานใหญ่ การที่ไม่มี สว.ยากมากที่จะกั้นเสียงของประชาชน หน้าตาของการเลือกตั้งตอนปี 2562 และการเลือกตั้ง 2566 ไม่สอดคล้องกัน พรรคที่ชนะเลือกตั้งกลับไม่ได้เป็นรัฐบา การมีสว.ทำให้บิดเบือนการตัดสินใจของพรรคการเมือง รอบนี้ เชื่อว่า กลไกแบบนั้น โอกาสจะเกิดขึ้นน้อยมากๆ”

“เลือกตั้งปี 66 มี (ดีล) ลังกาวี รู้อยู่แล้วว่า รัฐบาลเป็นใคร เพียงแต่ว่า พอพรรคก้าวไกล ชนะ เกิดอาการช็อกแป๊บหนึง พอตั้งหลักติด มันก็เดินไปตามลังกาวี”

ดีลลับ ต้องเหนียมอายประชาชน

ถามว่า เลือกตั้งรอบนี้จะดีลอะไรอีกหรือไม่ ธนาธร ตอบว่า “ถ้าเกิดว่า ชนะกันขาด ชนะกันใกล้ 250 เสียง คิดว่า คงต้องเหนียมหายประชาชนบ้าง ไม่แน่ใจ”

“เวลาเราดีลกัน ไม่เคยเอาผลประโยชน์ส่วนตัวไปอยู่บนโต๊ะเจรจา นี่ต่างหากที่เป็นจุดตัด ว่า ดีลผิด หรือ ไม่ผิด เอาผลประโยชน์ส่วนตัวไปอยู่บนโต๊ะเจรจาหรือไม่ เอาผลประโยชน์ส่วนตัวไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนรวมหรือเปล่า”

“ดีลกันตลอดอยุ่ในห้องงบประมาณ มันเทรด มันคุยกันตลอด เพื่อที่จะหาทางออก และทางออกที่สันติที่สุด คือ ผ่านสภาฯ ดังนั้น ถ้าไม่คิดที่จะหาทางออกที่สันติ ไม่ตั้งพรรคการเมืองหรอกครับ”

รัฐประหารครั้งใหม่..ไม่ง่าย

คำถามสำคัญ หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจะเกิดการรัฐประหาร หรือไม่ ธนาธร ย้อนถามกลับ ประชาชนยอมเหรอ ย้อนกลับไปการรัฐประหาร 2 ครั้งล่าสุด ปี 2549 และ ปี 2557 การทำรัฐประหารไม่ได้เกิดลอยๆ เกิดการปูทางก่อนหน้ามาอยู่แล้ว

การทำรัฐประหาร 2549 ปูทางกันตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และจุดแตกหัก ยืดเยื้อ คือ ตอนที่คุณทักษิณ ชินวัตร ขายหุ้นชินคอร์ปฯ ปลายปี 48 ต่อเนื่องต้นปี 49

“การทำรัฐประหาร 2557 อยู่ ๆ ทหารเข็นรถถังออกมายึดอำนาจเลยหรือเปล่า ไม่ใช่ มันเกิดการปูทาง คือ การชัตดาวน์กรุงเทพฯ ดังนั้น คำถามรอบนี้ไม่ใช่อยู่ ๆ จะยอมให้ทำรัฐประหารเลยหรือเปล่า”

“การทำรัฐประหารต้องสร้างความชอบธรรม ถ้าไม่ทุจริตคอรัปชั่น ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะทำรัฐประหารอย่างไร ผมเชื่อว่ารอบนี้ประชาชนไม่ยอม การทำรัฐประหารไม่ง่ายขนาดนั้น การปูพรมให้ไปสู่การที่ทหารเอารถถังมายึดอำนาจได้ ไม่ง่ายแบบปี 49 และ 57 แน่นอน”

มีทหาร ไม่ได้มีไว้เพื่อรัฐประหาร

แล้ววันนี้คิดว่า สังคมยังเข้าใจผิดพรรคประชาชนในเรื่องอะไร ธนาธร ตอบ 2 ข้อ หนึ่ง เยอะที่สุด คือ “ทหารมีไว้ทำไม” สอง “เลือกส้มได้หนู”

“ทหารมีไว้ทำไม” นโยบายปฏิรูปกองทัพยังอยู่ทั้งหมด การที่มีความตึงเครียดที่ชายแดนเกิดขึ้นและทำให้ทหารเสียชีวิต และทหารออกไปสู้รบเพื่อป้องกันอธิปไตย ไม่เท่ากับการลบล้างสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรของกองทัพที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวกัน มีหรือไม่มีความขัดแย้งชายแดนรอบนี้ก็ไม่เกี่ยวกัน

“ผมคิดว่า ทหารหารมีไว้ทำไม จำเป็นต้องชี้แจงพี่น้องประชาชน ทหารมีไว้ทำไม มีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ มีไว้ปกป้องประชาชน แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อทำรัฐประหาร ทหารที่เข้ามาก้าวก่ายการเมืองต้องไม่มี ทหารที่เข้าไปทำเสนาพาณิชย์ต้องไม่มี เพื่อทำให้กองทัพมีภารกิจที่แคบลงแต่มีความเป็นเลิศทางภารกิจนั้น คือ ภารกิจปกป้องประชาธิปไตย กองทัพที่มีสมาธิต่อการพัฒนาสมรรถนการรบ ไม่ใช่กองทัพที่นายพลไปนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ไปบริหารสนามกอล์ฟ ไปบริหารสนามมวย ผลิตน้ำมัน”

ตอนนี้มีคดีอะไรที่เสี่ยงทำให้พรรคถูกยุบ “ธนาธร” บอกว่า ตั้งมา 3 พรรคแล้ว ยุบหรือไม่ยุบไม่ซีเรียส ยุบพรรคแต่ละครั้งก็มีการสูญเสียกำลังใจ สูญเสียบุคลากรที่ถูกตัดสิทธิ มีต้นทุนสูง เกิดยุบรอบนี้ไม่มีความหมายเลย ยุบรอบนี้ธนาธรกลับมาแล้ว ยุบธนาธรอีกรอบพิธากลับมาอีก

ปชน.ชนะเลือกตั้ง พท.ที่ 3

ขณะที่ 2 แคนดิเดตนายกฯ “ศิริกัญญา-วีระยุทธ” ฉาย scenario หลังเลือกตั้ง

โดย “ศิริกัญญา” มองอย่างเป็น “วิทยาศาสตร์” บนฐานที่พรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง และพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับสอง พรรคเพื่อไทยเป็นอันดับสาม และมีพรรคเล็กต่างๆ เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

“เราน่าจะแข่งตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย ต้องรวบรวมให้ได้ 250 เสียง แต่ก็มีเผื่อเหลือเผื่อขาด ต้องเป็นรัฐบาลผสม”

วีระยุทธ เสริมว่า ตัวเลขรัฐบาลผสม 270 เสียงกำลังสวย แต่ต้องไม่เยอะเกิน 350 ก็ไม่จำเป็น เราต้องการเสถียรภาพแน่ๆ แต่ต้องไม่เยอะเกินจนกดฝ่ายค้านไป เราต้องคิดทั้งกระดาน ไม่งั้นจะเยอะมาก

“แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้ที่ 1 แน่ๆ เราก็ยอมถอยไป แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้ที่ 3 ขึ้นมาล่ะ เขาจะจับกับเราไหม มันก็มีความเป็นไปได้อยู่เช่นกัน”

แล้วทำไมปิดโอกาสไม่จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าเขาได้ที่ 1 วีระยุทธ ชี้แจงว่า “แปลว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศเห็นด้วยวาระ หรือ สไตล์ทำงานของพรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคประชาชน ก็แปลว่าเขาเหมาะที่จะเป็นรัฐบาล แต่ถ้าโหวตเตอร์เห็นวาระพรรคประชาชนนำ และให้คะแนนพรรคประชาชนขาด ห่างจากพรรคภูมิใจไทยเยอะ เขาก็ต้องยอมเราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล”

“วาระของพรรคประชาชนต่างจากพรรคอื่นชัดเจน จนคนไทยต้องเลือกพรรคประชาชนหรือพรรคอื่น”

“ศิริกัญญา” เสริมว่า “ถ้าเลือกพรรคประชาชนไม่ขาด โอกาสที่เราจะได้เป็นรัฐบาลก็น้อยลงมาด้วย ไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์ในการโหวตหรืออะไร แต่เป็นความจริงที่หวานอมขมกลืน”

ถูกหักหลังไม่ใช้ครั้งสุดท้ายในชีวิต

ถามว่าเจ็บไหมกับการถูกหักหลังที่ผ่านมา “ธนาธร” ที่นั่งข้างๆ หัวเราะโพล่งออกมา “ความจริงไม่ใช่ครั้งแรก และครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 หลังจากนั้นก็เจอมาตลอด ไม่ว่าเป็นการเมืองระดับชาติ การเมืองระดับท้องถิ่น”

“ขอให้เรามั่นใจได้ว่า เราครองตนเหมาะสมกับความไว้วางใจของประชาชน เราไม่เอาผลประโยชน์ของตัวเองไปแลกกับผลประโยชน์รวม ถ้าตราบใดมีการดีลกัน โดยที่เราเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง จะถูกหักหลังกี่ครั้งก็ การเมือง คงไม่มีครั้งสุดท้ายแน่นอน แต่ผมยืนยันตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา เราไม่เคยเอาผลประโยชน์ส่วนตัวไปอยู่บนโต๊ะการพูดคุยเจรจา ดังนั้น เรายืนยันจะทำงานตามแนวทางนี้ต่อไป ในอนาคตหากจะโดนหักหลังอีกก็ไม่แปลก ไม่ได้คิดว่า การถูกหักหลัง หรือ ตระบัดสัตย์ช็อกมินท์ ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในชีวิต ต้องเจออีกแน่นอน”

วีระยุทธ เสริม “ธนาธร” ว่า เราเติบโตตามบาดแผล พรรคจะใหญ่ ทำการเมืองดีขึ้นต้องตัดสินใจยากขึ้นเรื่อยๆ เป็นภารกิจการเมือง

แล้วถ้าเป็นพรรคประชาชน กลายเป็นพรรคอันดับสองอันดับสาม ต้องร่วมรัฐบาล นโยบายอะไรที่ผลักดันเข้าไปเป็นรัฐบาล “วีระยุทธ” บอกว่า เรามีภารกิจ 4 ข้อชัด ถ้าไปร่วมรัฐบาล เราต้องได้ภารกิจในนั้น 1 ใน 4 หรือ 2 ใน 4 ก็ว่าไป ถ้าเราได้รับผิดชอบเรื่อง ถ้าเราผิดชอบเรื่อง SMEs เราก็จะทำเรื่องดันเศรษฐกิจ สร้างตลาดใหม่ หวยใบเสร็จชัดเจน โดยจะต้องได้กระทรวงที่ครอบคลุมภารกิจนี้

“แต่ยังไม่ค่อยได้คิด เพราะคิดว่าเราได้พรรคอันดับ 1 ทำงานบนฐานที่คิดว่าเราเป็นรัฐบาล”

โค้งสุดท้าย 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง พรรคประชาชนวางยุทธศาสตร์อย่างไร ตอนแรก “ธนาธร” ไม่ยอมบอก แต่ก็แย้มว่า “พิธา” จะกลับมา

“คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตอนนี้ยู่ระหว่าง เดินสายพบคนไทยในต่างประเทศ เพื่อชวนให้ลงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ภายใต้ ชื่อ Pita US Tour ตระเวณไปหลายเมืองของสหรัฐฯ ร่วมกับครูจุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่”

“จากสหรัฐอเมริกา พิธา ก็จะข้ามแอตแลนติกไปยังยุโรป เริ่มจากฝั่งยุโรปตะวันออก เริ่มจากลอนดอน อังกฤษ ต่อด้วยด้วยกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงเยอรมนี จบด้วยปารีส ฝรั่งเศส แล้วบินกลับสู่ประเทศไทย ร่วมหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย” ธนาธร ปิดท้ายการสนทนาด้วยคำตอบนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธนาธร ชู พิธา หาเสียงล้อมโลก สู่รถแห่ เปิดแผนรัฐบาลประชาชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...