โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BYD มูลค่าหายสะสม 6 หมื่นล้านดอลล์ นลท.หนีหุ้น EV จีน เหตุต้นทุนแบต–ชิปพุ่ง ฉุดกำไรฮวบ

efinanceThai

เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 10.44 น.

BYD มูลค่าหายสะสม 6 หมื่นล้านดอลล์ นลท.หนีหุ้น EV จีน เหตุต้นทุนแบตชิปพุ่ง ฉุดกำไรฮวบ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 69 17:44 น.

แรงเทขายหุ้น BYD ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มกำไรของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่เริ่มชะลอตัว และต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น

หุ้น BYD ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงไป 7% ในสัปดาห์นี้ หลังบริษัทรายงานยอดขายที่น่าผิดหวัง ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปแล้วกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2025

การร่วงลงของหุ้น BYD ยังกระทบหุ้นตัวอื่นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า และซ้ำเติมตลาดหุ้นที่กำลังเผชิญความกังวลเกี่ยวกับภาษี และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาดิสรัปต์ภาคธุรกิจ

แม้นักลงทุนจะตั้งรับตลาด EV ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวในปีนี้ หลังจากรัฐบาลจีนลดเงินอุดหนุน ขณะที่สถานะการลงทุนที่มองแนวโน้มอยู่ในฝั่งขาลงเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนพ.ย. อย่างไรก็ตาม การทรุดตัวในฝั่งอุปสงค์กลับเร่งตัวรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ นอกจากนี้ ต้นทุนแบตเตอรี่และชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูง ยังมีแนวโน้มบีบอัตรากำไรของผู้ผลิตรถยนต์ให้หดแคบลงไปอีก

ด้าน เสี่ยว เฟิง หัวหน้าร่วมฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมจีนจาก CLSA ให้ความเห็นว่า บรรยากาศการลงทุนเป็นลบอย่างรุนแรง แต่ความกังวลที่มากกว่านั้นคือ อาจมีการปรับลดประมาณการกำไรครั้งใหญ่ในปีนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนของผู้ผลิต EV ในตลาดจีน

แม้ว่าการส่งออกยังเป็นข้อได้เปรียบ แต่ผู้ผลิตรถยนต์จีนยังคงต้องพึ่งพาตลาดภายในประเทศอย่างมาก ซึ่งมีการแข่งขันดุเดือด ขณะที่ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย โดย Morgan Stanley ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศส่วนใหญ่คาดว่า ยอดขายในไตรมาสแรกจะลดลง 3040% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2025

ขณะที่ยอดขายในเดือนม.ค. ตอกย้ำว่า แม้แต่ผู้นำตลาดก็ไม่อาจรอดพ้นจากแรงกดดัน โดยยอดส่งมอบรถในประเทศของ BYD ลดลงครึ่งหนึ่งจากปีก่อน มาอยู่ที่ 109,569 คัน ขณะที่ XPeng รายงานยอดส่งมอบรวมลดลงกว่า 30%

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นคือ ผลกระทบต่อกำไรจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิต EV ยังต้องผลาญเงินสดไปกับการทำโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยราคาลิเทียมซึ่งใช้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาทองแดงและอะลูมิเนียมก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ การขาดแคลนชิปหน่วยความจำยังทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนรถยนต์อัจฉริยะเพิ่มสูงขึ้น

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...