24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569
>> พ่อเฒ่าชาวแคนาดา ตกจากห้องพักบนชั้น 14 ที่คอนโดฯ เมืองพัทยา ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต ตร.เร่งสอบสวนหาสาเหุที่แท้จริง
07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีบุคคลพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดภายใน คอนโดแห่งหนึ่งย่านจอมเทียน เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ เป็นคอนโดมิเนียมสูง 27 ชั้น บริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคาร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อายุ 86 ปี สัญชาติแคนาดา พักอาศัยอยู่ชั้นที่ 14 สภาพร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต ตรวจสอบภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ให้ข้อมูลว่า ภรรยาชาวไทยของผู้เสียชีวิตได้ออกจากห้องพักตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อไปดูแลบ้านสวนตามปกติ และจะมีผู้ดูแลเข้ามาดูแลแทนในเวลาประมาณ 06.00 น. แต่เมื่อผู้ดูแลมาถึงกลับไม่พบตัว จึงช่วยกันค้นหา ก่อนจะพบว่าผู้เสียชีวิตพลัดตกลงมาจากระเบียง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้กู้ภัยเคลื่อนย้ายร่าง ส่งตรวจชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมสอบปากคำผู้ใกล้ชิด และตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
>> รถบัสรับส่งพนักงาน เสียหลักพลิกคว่ำ ตกข้างทาง 42 ชีวิตบาดเจ็บหลายราย
08.30 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา รับแจ้งเหตุรถบัสรับส่งพนักงานโรงงานเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณหน้าปิ่นทอง 3 ถนนหมายเลข 331 ตัดใหม่ มุ่งหน้าแหลมฉบัง ม.4 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถบัสรับส่งพนักงานโรงงานที่พลิกตกถนนลงข้างทาง ทะเบียน กรุงเทพฯ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บที่โดยสารมาในรถคันดังกล่าวเป็นชาย 26 ราย หญิง 16 ราย รวมเป็น 42 คน และติดภายในเป็น หญิง 1 ราย
เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์ตัดถ่างกว่า 5 นาที จึงสามารถนำผู้ติดภายในออกจากตัวรถได้ โดยผู้บาดเจ็บมีแผลแตกที่ศีรษะ มีอาการฟกช้ำตามร่างกาย ทราบว่าผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ซึ่งทุกคนเป็นชาวเมียนมา
ทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้ช่วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอศรีราชาให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชานำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลในพื้นที่ อ.ศรีราชา ก่อนจะดำเนินการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
>> รถ 18 ล้อเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี 2 ผัว-เมียชาวเมียนมาเสียชีวิต กลางถนนกาญจนวนิช จ.สงขลา
10.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลสำนักขาม ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถบรรทุกเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์และมีผู้เสียชีวิต ถนนกาญจนวนิช บริเวณใกล้เคียงอนามัยศรีประชาเขต ในพื้นที่ หมู่ 2 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน - ขาว ล้มคว่ำอยู่บนถนนเลนซ้าย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนอยู่ไม่ห่างกัน ทราบต่อมา เป็นผู้ชาย อายุ 39 ปี และ ผู้หญิง อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยา ชาวสัญชาติเมียนมา
เบื้องต้น พยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า รถหัวลากที่วิ่งอยู่เลนขวาได้เปลี่ยนเลนเข้าซ้ายอย่างกะทันหัน ก่อนจะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์จนล้มลง ทำให้ผู้เสียชีวิตทั้งสองกระเด็นถูกรถบรรทุกเหยียบซ้ำอย่างรุนแรง จากนั้นรถคู่กรณีได้ขับหลบหนีมุ่งหน้าอำเภอสะเดาไป
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง เพื่อไล่ติดตามรถหัวลากและตัวคนขับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป บรรยากาศในที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติและเพื่อนแรงงานที่ทราบข่าวต่างร่ำไห้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของทั้งคู่
>> คุณตาวัย 73 ปี ปีนเก็บสะเดาขาย พลาดพลัดตกลงมาศีรษะกระแทกพื้นเสียชีวิต
10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิต บริเวณป่ารกร้าง ริมถนนเลียบคันคลองใหม่ ม.13 ตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย นอนอยู่ใต้ต้นสะเดาขนาดใหญ่ ตรวจสอบทราบชื่อ นายเฉลียว อายุ 73 ปี ลักษณะพลัดตกจากต้นสะเดา ความสูงราว 8–10 เมตร สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และเสื้อยืดสีเทาดำ มีบาดแผลบริเวณคิ้วซ้าย คาดว่าศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง
จากการสอบสวน คุณยาย ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า ตนและสามีมักออกตระเวนเก็บยอดดอกสะเดาเพื่อนำไปขายเป็นรายได้เสริม โดยสามีเป็นคนปีนขึ้นต้นสะเดา ส่วนตนคอยเก็บอยู่ด้านล่าง ก่อนเกิดเหตุสามีบอกว่าบนต้นสะเดามีมดแดงจำนวนมาก แต่ก็ยังคงเก็บต่อไป จู่ ๆ ได้ยินเสียงดังตุบ เมื่อหันกลับมาก็พบว่าสามีตกจากต้นไม้ลงมากระแทกพื้น ตนรีบเข้าช่วยเหลือและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บันทึกภาพ ทำแผนที่ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลงพื้นที่เหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ในเบื้องต้นบาดเจ็บ 2 รายและเสียชีวิต 2 ราย
10.40 น. กรณี ได้เกิดเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงมาบริเวณเกาะกลางถนน จุดเกิดเหตุคือถนนพระราม 2 ฝั่งลงใต้ บริเวณหน้าโรงแรมปารีส การ์เด้น อินน์ อยู่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เยื้องๆ ตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาคร
นาย อำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ที่เกิดเหตุเครนถล่มร่วงลงมาจากการก่อสร้างทางยกระดับ (M82) ตอน7 บริเวณถนนพระราม 2 (ขาออก) ช่วง กม. 30+300-400 ช่องทางหลัก ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนหมู่ 1 ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร
ในเกิดเหตุ พบกระบะตู้ทึบ โดนเครนและแท่นปูนทับ จำนวน 2 คัน ในเบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 คน และได้รับบาดเจ็บ 2 คน ขณะนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจษฎา 2 จำนวน 1 คน และโรงพยาบาลมหาชัย 1 คน ทั้งนี้ทางจังหวัดสมุทรสาครได้เตรียมรถพยาบาลฉุกเฉินและรถมูลนิธิ เพื่อรับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตแล้ว
>> ไทย - จีนย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้น สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ไทย 20 ล้านหยวน
11.00 น. นายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เพื่อมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศไทย เป็นเงินบริจาคจำนวน 10 ล้านหยวน และสิ่งของบรรเทาทุกข์มูลค่า 10 ล้านหยวน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 20 ล้านหยวน ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
นายกฯ ขอบคุณรัฐบาลและประชาชนจีน โดยระบุว่าความช่วยเหลือดังกล่าวสะท้อนมิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีน และความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่พัฒนารอบด้านและต่อเนื่อง ทั้งนี้เอกอัครราชทูตจีนแสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน พร้อมกำชับบริษัทจีนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการตรวจสอบ ย้ำว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ
นายกฯ กล่าวชื่นชมความจริงใจของรัฐบาลจีน พร้อมย้ำความสัมพันธ์แบบ “พี่น้อง” ที่ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และหวังว่าจีนจะพิจารณาจัดซื้อข้าวจากไทย 500,000 ตัน รวมถึงผลักดันนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเอกอัครราชทูตจีนได้แสดงความพร้อมในการผลักดันการนำเข้าข้าวและสนับสนุนการท่องเที่ยวมายังไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมรัฐบาลไทยในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง ยืนยันพร้อมร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างยั่งยืน
>> เปิดปฏิบัติการ "ปิดเกมโอมิ" ทลายเครือข่ายพาลูกสาววัย 14 ลวงหนุ่มใหญ่ สูญเงินกว่า 8 ล้าน
11.43 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงข่าว ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา3 ราย ดังนี้ ในข้อหา“เป็นอั้งยี่ ฯ, ร่วมกันกรรโชก โดยข่มขืนใจผู้อื่น และร่วมกันฟอกเงิน” หลังเข้าตรวจค้นสถานที่ 3 แห่ง คือ บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม, โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ, สร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่อง, พระเครื่องพร้อมกรอบ, โทรศัพท์มือถือ และ อาวุธปืนลูกซอง รวมตรวจยึดทรัพย์สิน มูลค่าประมาณกว่า 4,000,000 บาท
คดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายกับพวกรวม 4 ราย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อให้การและแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเครือข่ายผู้ต้องหา หลังถูกกลุ่มผู้ต้องหา นำเด็กคือ ด.ญ.เอ อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้ต้องหา มาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และกรรโชกทรัพย์ โดยเหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. สืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหา จนสามารถจับกุมได้
จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันวางแผนโดยกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายจำนวนหลายราย และได้รับเงินจากผู้เสียหายรวมประมาณกว่า 8 ล้านบาท โดยได้นำเงินดังกล่าวไปเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ยักย้าย ถ่ายเท อาทิ การนำเงินที่ได้รับจากผู้เสียหายไปซื้อทองคำ รถยนต์ และที่ดิน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5–8 ล้านบาท
>> สืบภาค 2 - สสจ.ชลบุรี บุกจับคลินิกเถื่อน ใช้หมอปลอมฉีดโบท็อกซ์ ลูกค้าคาเตียงพยาบาล
14.13 น. พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวน ภาค 2 (ผบก.สส.ภ.2) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผู้กำกับการ กองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวน ภาค 2 นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และนายจิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต เภสัชกรชำนาญการพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 2 ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบคลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสาย 3 จ.ชลบุรี
ขณะเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในขณะที่บุคคลซึ่งอ้างตัวเป็นแพทย์ พร้อมพนักงานของคลินิก กำลังเตรียมเข็มฉีดโบท็อกซ์บริเวณเตียงพยาบาล เพื่อให้บริการแก่เจ้าหน้าที่หญิงที่ปลอมตัวเข้าไปเป็นลูกค้า โดยคิดค่าบริการ 2,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่าตัวยาโบท็อกซ์เป็นผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับ ผู้ทำการฉีดไม่ใช่แพทย์ตามกฎหมาย ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ออ (นามสมมุติ) ส่วน น.ส.จอ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นผู้ดูแลคลินิก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาและผลิตภัณฑ์เสริมความงามหลากหลายยี่ห้อไว้เป็นของกลาง รวมถึงตรวจพบตัวยาและเข็มที่ฉีดแล้วอยู่จำนวนมาก
สำหรับการเข้าจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าคลินิกเสริมความงามดังกล่าวมีการโพสต์โฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ชักชวนให้บริการฉีดโบท็อกซ์และเสริมความงามในราคาต่ำกว่าท้องตลาด เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดต่อผ่านเพจดังกล่าว ก่อนส่งเจ้าหน้าที่หญิงปลอมตัวเป็นลูกค้า พร้อมนำเงินสดเข้าไปใช้บริการ จนนำไปสู่การจับกุมได้คาหนังคาเขา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ลักลอบประกอบกิจการสถานพยาบาล, ลักลอบดำเนินการสถานพยาล, ลักลอบประกอบวิชาชีพวิชาชีพเวรกรรม (หมอปลอม) และ ลักลอบขายยาแผนปัจจุบันก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> บอร์ดการรถไฟฯ ระบุ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ พร้อมพิจารณาเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 1 ล้านบาท
15.09 น. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุเครนหล่นทับรถไฟที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาว่า ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายขบวนรถไฟออกจากจุดเกิดเหตุและตรวจสอบผู้ตกค้างเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปคือการรื้อถอน "ลอนเชอร์" (Launcher) หรือคานเหล็กน้ำหนักกว่า 400 ตัน ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนคาดว่าจะใช้เวลาในการกู้คืนเส้นทางและซ่อมแซมรางให้กลับมาเดินรถปกติได้ภายใน 7 วัน
ขณะนี้ทีมวิศวกรต้องสั่งหยุดการเดินรถในเส้นทางชั่วคราว ในจุดนี้อยู่ระหว่างสอบสวนว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอนหรือไม่ พร้อมให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน 2 ชุด ทั้งจากกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการกลางของ รฟท โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานและสภาวิศวกรร่วมตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง คาดสรุปผลได้ใน 15 วัน สำหรับการประเมินความเสียหายของรถดีเซลราง 2 คัน อยู่ที่ประมาณ 105 ล้านบาท ในส่วนของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นพิจารณาเกณฑ์เยียวยาตามมาตรฐานบริการสาธารณะที่รายละประมาณ 1 ล้านบาท โดยมีบริษัทประกันภัยของคู่สัญญารับผิดชอบ
สำหรับบริษัท อิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นคู่สัญญาในโครงการนี้ นายจิรุตม์ ระบุว่าได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ส่วนในทางแพ่งจะมีการฟ้องร้องค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทั้งหมด นอกจากนี้ยังเตรียมพิจารณามาตรการ "แบล็กลิสต์" ผู้รับเหมา หากพบความบกพร่องร้ายแรง โดยจะรายงานต่อกรมบัญชีกลางต่อไป
>> นายกฯ ประชุมด่วนกรณีเกิดเหตุเครนถล่มสีคิ้ว - พระรามสอง ดำเนินคดีตามข้อกฎหมาย หามาตรการความปลอดภัย ดูแลเยียวยาประชาชน
15.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
โดยความเสียหายครั้งนี้แยกเป็นสองส่วน คือ รัฐในฐานะผู้ให้บริการกับประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ใช้บริการ และ รัฐต้องเรียกร้องความเสียหาย ดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ระบุในสัญญาหรือดำเนินการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเกิดขึ้น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในอนาคตกับผู้ที่จะมาก่อสร้างโครงการในอนาคตกับรัฐ
ทั้งนี้ นายกฯได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี ขึ้นบัญชีดำและลงโทษให้หยุดก่อสร้างไป 2 สัปดาห์ พร้อมเร่งมาตรการความปลอดภัยที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของสาธารณะและความปลอดภัยของประชาชนและสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย
การประชุมวันนี้ เป็นการดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วนตรงนี้ก่อน เพราะเป็นเหตุที่สร้างความสะเทือนใจต่อประชาชน ทั้งนี้ รายละเอียดของการยกเลิกสัญญาเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ อธิบดีกรมบัญชีกลางก็ได้ให้คำแนะนำถึงการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ กลางถนนหมายเลข 304 มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นเด็กชายวัย 14 ปีด้วยกันทั้งคู่ จ.นครราชสีมา
16.17 น. หน่วยกู้ภัย ฮุก 31จุดไทยสามัคคี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนหมายเลข 304 ฝั่งขาเข้า นครราชสีมา บริเวณบ้านศาลเจ้าพ่อ ในพื้นที่ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักยานยนต์ ฮอนด้า สีดํา ป้ายทะเบียน นครราชสีมา ลักษณะชนกับ รถกระบะ นิสสัน สีเทา ป้ายทะเบียน ชลบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และได้รับการยืนยันจากทางกู้ชีพว่า มีผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ 2 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นเด็กชายไทย อายุ 14 ปีด้วยกันทั้งคู่ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว
>> เหตุเพลิงไหมบ้านของคนขายรถมือสอง เสียหายวอดทั้งหลัง ลุกลามรถยนต์เสียหาย 8 คัน คาดมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
17.30 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ที่ 11 บ้านบรูพา ต.อุดมพร อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย
ที่เกิดเหตุ ลัษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่จอดรถ ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ใช้เวลากว่า 1 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบ ความเสียหายเบื้องต้น บ้านเสียหายทั้งหลัง รถยนต์ที่จอดไว้ใต้ถุนบ้านและบริเวณใกล้เคียง เสียหาย 8 คัน ทราบภายหลังว่าเจ้าของบ้านมีอาชีพเสริมขายรถยนต์มือสอง จึงนำรถยนต์มาจอดไว้ใต้ถุนบ้าน คาดว่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เฝ้าไร่ กำลังหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป
>> พัทยาเอาจริง ปูพรมกวาดล้างขอทานกลางเมืองท่องเที่ยว ชูป้าย "หยุดให้ทาน หยุดปัญหา"
18.00 น. นาย ดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางรัชนี วรรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์คนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดชลบุรี นำกำลังบูรณาการร่วมกับ ปลัดอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เทศกิจ และฝ่ายกิจการพิเศษ เจ้าหน้าที่ได้ ปล่อยแถวที่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา ก่อนกระจายกำลังเข้าตรวจสอบจุดเสี่ยงและย่านเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ถนนพัทยาสายสอง ชายหาดพัทยา และซอยบัวขาว
จากการตรวจสอบ พบกลุ่มขอทานจำนวนหลายราย ทั้งที่นั่งขอทานริมฟุตปาธ บางรายหลับนอนข้างทางต่อหน้าสายตานักท่องเที่ยว สร้างความไม่สบายใจและกระทบต่อภาพลักษณ์เมือง โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ทั้งหมด 14 ราย แยกเป็น หญิงไทย 5 ราย ชายไทย 6 ราย ชาวเมียนมา 2 ราย และเด็ก 1 ราย อายุเพียง 1 ปี 2 เดือน
ทั้งหมดถูกนำตัวไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อทำการคัดแยก ตรวจสอบประวัติ และประเมินสภาพความเป็นอยู่ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการ บันทึกประวัติ ตักเตือน และเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย สำหรับคนไทยที่ฝ่าฝืนกฎหมายขอทาน ส่วนชาวเมียนมาถูกส่งต่อให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและพิจารณาผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
>> แผ่นดินไหว ขนาด 5.9 ภายในประเทศเมียนมา
19.12 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานเหตุ แผ่นดินไหวขนาด 5.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 259 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้ภายในคอนโด ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
21.25 น. สำนักป้องกันและบรรเทาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ คอนโดแห่งหนึ่ง ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตสูง 8 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องต้นเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ลุกลามเครื่องซักผ้า พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยถนนจันทน์
>> "วลาดิมีร์ ปูติน" ปธน.รัสเซีย ส่งสารถึงในหลวง แสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนถล่มทับรถไฟ
21.42 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนรถไฟถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ความดังต่อไปนี้
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนรถไฟ ที่ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียในจังหวัดนครราชสีมา
พระองค์ท่านโปรดถ่ายทอดคำแห่งความอาลัย ความเห็นอกเห็นใจ และขอส่งกำลังใจอย่างจริงใจจากข้าพเจ้าไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทุกคน และขออวยพรให้ผู้บาดเจ็บทุกคนฟื้นตัวในเร็ววันจากเหตุการณ์ในครั้งนี้