รองโฆษกสปส. ชี้งบบริหารกองทุนประกันสังคม 5 พันล้าน เฉลี่ยผู้ประกันตนจ่ายแค่ 80 บาทต่อวัน
รองโฆษกสปส. ชี้งบบริหารกองทุนประกันสังคม 5 พันล้าน เฉลี่ยผู้ประกันตนจ่ายแค่ 80 บาทต่อวัน
เมื่อวันที่ 29 มกราคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ และรองโฆษกสปส. ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคม ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ
โดย นางนิยดา กล่าวในประเด็นของการจัดซื้อจัดจ้างทำยูนิฟอร์มเจ้าหน้าที่ประกันสังคม 7,000 ชุด ว่า เมื่อ 5 ปีก่อนมีการตัดชุดสูทด้วยงบประมาณ 30 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นสูทสีดำ คนละล็อตกับสีน้ำเงินที่ปรากฏในข่าวขณะนี้ ซึ่งใน 1 ชุด ประกอบด้วย 1.เสื้อเชิ้ต 2 ตัว 2.กางเกงหรือกระโปรง 2 ตัว และ 3.เสื้อสูท 1 ตัว ส่วนที่มาของการตัดชุดสูทให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ยืนยันว่าได้รับการเสนอมาจากผู้ประกันตน ให้มีชุดของเจ้าหน้าที่เพื่อการติดต่อได้ง่าย พร้อมเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงาน ขณะที่ วิธีการจัดซื้อจัดจ้างมีทั้งวิธีเฉพาะเจาะจงและประกวดราคา (e-bidding) ซึ่งมีการสืบราคากลางอย่างน้อย 3 แหล่ง ก่อนนำมาพิจารณาผ่านอนุกรรมการกลั่นกรอง และเสนอมาที่คณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ส่วนเอกสารที่มีการตั้งราคากลางและมีการจัดซื้อผ่านโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเช่นกันนั้น ยืนยันว่ามีการดูราคากลางมาจากแหล่งอื่นแล้ว และเป็นการให้ทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ยืนยันราคากลับมา ทั้งนี้ ระเบียบกฎหมายเปิดช่องให้การจัดซื้อโดยรัฐต่อรัฐใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ จึงมีการเลือกด้วยวิธีดังกล่าว ขณะเดียวกัน ได้ยืนยันว่าเงินที่นำมาซื้อนั้นเป็นเงินที่มาจาก 3 ฝ่ายคือ ผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐ ซึ่งการทำ 7,000 ชุด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม โดยใน 5 พันชุด ก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ประกันตนเช่นกัน ส่วนอีก 2 พันคนเป็นข้าราชการ ทั้งนี้ กฎหมายตามพรบ.ประกันสังคม เปิดช่องให้ใช้เงินสมทบประจำปี 10% เพื่อการบริหารสำนักงาน เพราะเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้งบประมาณแผ่นดิน
ผศ.ดร.นครินทร์ กล่าวต่อถึงประเด็นการบริหารกองทุนประกันสังคม ว่า เริ่มจากคำถามว่าสำนักงานประกันสังคมมีไว้ทำไม ตนยืนยันว่าเป็นกองทุนที่รองรับความเสี่ยงให้กับคนชั้นกลางไปจนถึงชั้นล่าง ไม่ให้ล้มละลายจากการรักษาพยาบาลและกรณีอื่น แบบเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข แต่ที่มีการสงสัยจากคนชั้นกลางไปจนถึงคนชั้นสูงว่าประกันสังคมมีไว้ทำไมนั้น ตนขอชี้แจงเรื่องการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจากผู้ประกันตน 5% นายจ้าง 5% และรัฐบาล 2.75% รวมเป็น 12.75% ครึ่งหนึ่งถูกเก็บไว้ในกองทุนชราภาพ ถ้าส่งสมทบครบ 15 ปี เงินจาก 6% จะโตเป็น 20% อีกส่วนหนึ่งเป็นเบี้ยประกัน ทั้งนี้ ถ้าคำนวณจากการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน 875 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 15 ปี จะเป็นเงิน 150,000 บาท ในจำนวนนี้ครอบคลุมกรณีการตาย การคลอด การอุดหนุนบุตร และการรักษาพยาบาล ฉะนั้น กองทุนจะเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำ
“ยืนยันว่าแม้จะเข้าสังคมสูงวัยแต่กองทุนประกันสังคมยังมีเสถียรภาพ โดยมีเงินสำรอง 2.85 ล้านล้านบาท สัดส่วนการส่งเงินสมทบกับผลตอบแทนที่ได้รับคิดเป็น 65% ตรงนี้ไม่มีใครพูด และยังเป็นกองทุนที่มีรายรับมากกว่ารายจ่าย” ผศ.ดร.นครินทร์ กล่าว
ผศ.ดร.นครินทร์ กล่าวว่า สำหรับเงินกองทุน 10% ที่กฎหมายให้นำมาบริหารกองทุนได้นั้น ปัจจุบันมีการใช้ 2.3% เป็นเงินประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท ในจำนวนนี้ 3,500 ล้านบาท จ่ายค่าเจ้าหน้าที่พนักงานที่ไม่ใช่ข้าราชการ เอามาใช้จริงแค่ 1,900 ล้านบาท ถ้าหารด้วยผู้ประกันตน 24 ล้านคน ตกคนละไม่ถึง 80 บาท ตนมองว่าเป็นตัวเลขที่รับได้ ซึ่งในการตั้งคำขอใช้งบประมาณส่วนนี้ต้องผ่านความเห็นจาก 3 คณะกรรมการ ซึ่งมีผู้แทนทั้งจากผู้ประกันตนและนายจ้างรวมถึงหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไม่ใช่ว่าถูกโครงการที่เสนอมาแล้วจะได้รับอนุมัติ เพราะเราต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ของผู้ประกันตน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รองโฆษกสปส. ชี้งบบริหารกองทุนประกันสังคม 5 พันล้าน เฉลี่ยผู้ประกันตนจ่ายแค่ 80 บาทต่อวัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th