โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองโฆษกสปส. ชี้งบบริหารกองทุนประกันสังคม 5 พันล้าน เฉลี่ยผู้ประกันตนจ่ายแค่ 80 บาทต่อวัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 04.54 น.

รองโฆษกสปส. ชี้งบบริหารกองทุนประกันสังคม 5 พันล้าน เฉลี่ยผู้ประกันตนจ่ายแค่ 80 บาทต่อวัน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ และรองโฆษกสปส. ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคม ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ

โดย นางนิยดา กล่าวในประเด็นของการจัดซื้อจัดจ้างทำยูนิฟอร์มเจ้าหน้าที่ประกันสังคม 7,000 ชุด ว่า เมื่อ 5 ปีก่อนมีการตัดชุดสูทด้วยงบประมาณ 30 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นสูทสีดำ คนละล็อตกับสีน้ำเงินที่ปรากฏในข่าวขณะนี้ ซึ่งใน 1 ชุด ประกอบด้วย 1.เสื้อเชิ้ต 2 ตัว 2.กางเกงหรือกระโปรง 2 ตัว และ 3.เสื้อสูท 1 ตัว ส่วนที่มาของการตัดชุดสูทให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ยืนยันว่าได้รับการเสนอมาจากผู้ประกันตน ให้มีชุดของเจ้าหน้าที่เพื่อการติดต่อได้ง่าย พร้อมเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงาน ขณะที่ วิธีการจัดซื้อจัดจ้างมีทั้งวิธีเฉพาะเจาะจงและประกวดราคา (e-bidding) ซึ่งมีการสืบราคากลางอย่างน้อย 3 แหล่ง ก่อนนำมาพิจารณาผ่านอนุกรรมการกลั่นกรอง และเสนอมาที่คณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ส่วนเอกสารที่มีการตั้งราคากลางและมีการจัดซื้อผ่านโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเช่นกันนั้น ยืนยันว่ามีการดูราคากลางมาจากแหล่งอื่นแล้ว และเป็นการให้ทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ยืนยันราคากลับมา ทั้งนี้ ระเบียบกฎหมายเปิดช่องให้การจัดซื้อโดยรัฐต่อรัฐใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ จึงมีการเลือกด้วยวิธีดังกล่าว ขณะเดียวกัน ได้ยืนยันว่าเงินที่นำมาซื้อนั้นเป็นเงินที่มาจาก 3 ฝ่ายคือ ผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐ ซึ่งการทำ 7,000 ชุด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม โดยใน 5 พันชุด ก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ประกันตนเช่นกัน ส่วนอีก 2 พันคนเป็นข้าราชการ ทั้งนี้ กฎหมายตามพรบ.ประกันสังคม เปิดช่องให้ใช้เงินสมทบประจำปี 10% เพื่อการบริหารสำนักงาน เพราะเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้งบประมาณแผ่นดิน

ผศ.ดร.นครินทร์ กล่าวต่อถึงประเด็นการบริหารกองทุนประกันสังคม ว่า เริ่มจากคำถามว่าสำนักงานประกันสังคมมีไว้ทำไม ตนยืนยันว่าเป็นกองทุนที่รองรับความเสี่ยงให้กับคนชั้นกลางไปจนถึงชั้นล่าง ไม่ให้ล้มละลายจากการรักษาพยาบาลและกรณีอื่น แบบเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข แต่ที่มีการสงสัยจากคนชั้นกลางไปจนถึงคนชั้นสูงว่าประกันสังคมมีไว้ทำไมนั้น ตนขอชี้แจงเรื่องการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจากผู้ประกันตน 5% นายจ้าง 5% และรัฐบาล 2.75% รวมเป็น 12.75% ครึ่งหนึ่งถูกเก็บไว้ในกองทุนชราภาพ ถ้าส่งสมทบครบ 15 ปี เงินจาก 6% จะโตเป็น 20% อีกส่วนหนึ่งเป็นเบี้ยประกัน ทั้งนี้ ถ้าคำนวณจากการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน 875 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 15 ปี จะเป็นเงิน 150,000 บาท ในจำนวนนี้ครอบคลุมกรณีการตาย การคลอด การอุดหนุนบุตร และการรักษาพยาบาล ฉะนั้น กองทุนจะเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำ

“ยืนยันว่าแม้จะเข้าสังคมสูงวัยแต่กองทุนประกันสังคมยังมีเสถียรภาพ โดยมีเงินสำรอง 2.85 ล้านล้านบาท สัดส่วนการส่งเงินสมทบกับผลตอบแทนที่ได้รับคิดเป็น 65% ตรงนี้ไม่มีใครพูด และยังเป็นกองทุนที่มีรายรับมากกว่ารายจ่าย” ผศ.ดร.นครินทร์ กล่าว

ผศ.ดร.นครินทร์ กล่าวว่า สำหรับเงินกองทุน 10% ที่กฎหมายให้นำมาบริหารกองทุนได้นั้น ปัจจุบันมีการใช้ 2.3% เป็นเงินประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท ในจำนวนนี้ 3,500 ล้านบาท จ่ายค่าเจ้าหน้าที่พนักงานที่ไม่ใช่ข้าราชการ เอามาใช้จริงแค่ 1,900 ล้านบาท ถ้าหารด้วยผู้ประกันตน 24 ล้านคน ตกคนละไม่ถึง 80 บาท ตนมองว่าเป็นตัวเลขที่รับได้ ซึ่งในการตั้งคำขอใช้งบประมาณส่วนนี้ต้องผ่านความเห็นจาก 3 คณะกรรมการ ซึ่งมีผู้แทนทั้งจากผู้ประกันตนและนายจ้างรวมถึงหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไม่ใช่ว่าถูกโครงการที่เสนอมาแล้วจะได้รับอนุมัติ เพราะเราต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ของผู้ประกันตน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รองโฆษกสปส. ชี้งบบริหารกองทุนประกันสังคม 5 พันล้าน เฉลี่ยผู้ประกันตนจ่ายแค่ 80 บาทต่อวัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...