“อิหร่าน” ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล สงครามลุกลามวันที่ 6
"อิหร่าน" ยิงขีปนาวุธระลอกใหญ่ใส่อิสราเอล ประชาชนหลายล้านคนต้องเข้าหลุมหลบภัย ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐโหวตคว่ำญัติยุติปฏิบัติการทางทหาร เปิดทางให้ทรัมป์เดินหน้าสงครามต่อ
วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 11.26 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธระลอกใหญ่ใส่อิสราเอลในช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดี ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนต้องรีบเข้าหลบภัยในหลุมหลบภัย ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐ–-อิสราเอลกับอิหร่าน เข้าสู่วันที่ 6 และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังความพยายามในวอชิงตันที่จะหยุดการโจมตีทางอากาศของสหรัฐถูกสกัด
วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันในสหรัฐลงคะแนนคัดค้านญัตติที่ต้องการยุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและกำหนดให้การใช้กำลังทหารต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา ส่งผลให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีอำนาจในการดำเนินสงครามต่อไป ขณะที่ความขัดแย้งขยายวงกว้างทั่วตะวันออกกลาง
วุฒิสภาสหรัฐลงคะแนน 53 ต่อ 47 เสียง ไม่เห็นชอบให้เดินหน้าญัตติดังกล่าว โดยสมาชิกรีพับลิกันเกือบทั้งหมดโหวตคัดค้าน ขณะที่สมาชิกเดโมแครตเกือบทั้งหมดสนับสนุน
สถานการณ์สงครามทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังเรือดำน้ำสหรัฐจมเรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา เมื่อวันพุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 คน ขณะเดียวกันระบบป้องกันภัยทางอากาศของนาโตสามารถยิงสกัด ขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านที่มุ่งหน้าไปยังตุรกี
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่ตุรกี ซึ่งมีพรมแดนติดกับอิหร่านและมีกองทัพขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของนาโต ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณว่ากรณีนี้จะนำไปสู่การใช้มาตรการป้องกันร่วมของนาโต
ขณะเดียวกันสงครามยังส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก โดยการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางหยุดชะงักอย่างหนัก
ประธานาธิบดีทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะจัดการประกันภัยและคุ้มกันทางทะเล สำหรับเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี และมีเรืออย่างน้อย 200 ลำ ที่ยังคงจอดทอดสมออยู่บริเวณนอกชายฝั่ง ตามการประเมินของ Reuters
คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ กล่าวกับ Fox News ว่า กองทัพเรือสหรัฐจะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซทันทีที่ทำได้ แต่ขณะนี้กองทัพยังคงมุ่งเน้นกับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
ในด้านตลาดการเงิน หุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังจากร่วงลงอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในวันพุธ ท่ามกลางความหวังว่าสงครามอาจยุติลงในไม่ช้า
ความเชื่อมั่นของตลาดบางส่วนเกิดขึ้นหลังรายงานของ The New York Times ที่ระบุว่า หน่วยข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อกับ CIA ในช่วงต้นของสงคราม เพื่อหารือถึงแนวทางยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข่าวเท็จและสงครามจิตวิทยา
ขณะเดียวกันหลายประเทศเริ่มจัดเที่ยวบินอพยพพลเมืองออกจากตะวันออกกลาง เนื่องจากมีประชาชนหลายหมื่นคนติดค้างจากสงคราม การบินพาณิชย์ในภูมิภาคยังคงหยุดชะงักในหลายพื้นที่ โดยศูนย์กลางการบินสำคัญ เช่น ดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ขณะเดียวกันแผนการจัดพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านวัย 86 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กำลังเผชิญความไม่แน่นอน เดิมทีมีกำหนดตั้งบำเพ็ญกุศลในมัสยิดใหญ่ของกรุงเตหะรานตั้งแต่เย็นวันพุธ แต่รัฐบาลอิหร่านประกาศเลื่อนพิธีไว้อาลัยสามวันออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีการกำหนดวันจัดพิธีศพ
แหล่งข่าวอิหร่านสองรายเปิดเผยว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุด ไม่ได้อยู่ในกรุงเตหะรานในช่วงที่บิดาถูกสังหาร
ทางการอิหร่านระบุว่า สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ จะประกาศผลการตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้ นับเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามในปี 1979
หนึ่งในสมาชิกสภาดังกล่าว อยาตอลเลาะห์ อาห์หมัด คาตามี เปิดเผยทางโทรทัศน์ของรัฐว่า ได้มีการคัดเลือกผู้สมัครไว้แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ
ด้านอิสราเอลประกาศว่าจะติดตามและกำจัดผู้นำคนใหม่ของอิหร่านที่จะได้รับการแต่งตั้ง
ขณะที่ผู้ที่ถูกจับตามองอีกคนคือ ฮัสซัน โคไมนี หลานชายของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายปฏิรูปที่ถูกลดบทบาทลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
อ้างอิง : reuters.com