โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ เผยยิงตอร์ปิโด จมเรือรบอิหร่านแล้ว 20 ลำ ใช้เรือดำน้ำเข้าโจมตีอิหร่าน

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สหรัฐฯ เผยยิงตอร์ปิโด จมเรือรบอิหร่านแล้ว 20 ลำ ใช้เรือดำน้ำเข้าโจมตีอิหร่าน

สหรัฐฯ เผยยิงตอร์ปิโด จมเรือรบอิหร่านแล้ว 20 ลำ ใช้เรือดำน้ำเข้าโจมตีอิหร่าน รวมถึงเรือฟริเกตไอริสเดนา พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 87 ราย

วันที่ 5 ก.พ.2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้โจมตีเรืออิหร่านมากกว่า 20 ลำ จมลงสู่ก้นมหาสมุทร รวมถึงเรือรบที่ถูกจมใกล้ศรีลังกา ที่เป็นการใช้เรือดำน้ำสหรัฐฯ ปฏิบัติการลักษณะนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

“เรือดำน้ำอเมริกันจมเรือรบอิหร่านที่คิดว่าปลอดภัยในน่านน้ำสากล แต่กลับถูกจมด้วยตอร์ปิโด เผชิญความตายอย่างเงียบงัน” พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุ

เจ้าหน้าที่ศรีลังกาคนหนึ่งระบุว่า เรือดังกล่าวคือเรือฟริเกตไอริสเดนา ซึ่งกำลังเดินทางกลับอิหร่านจากอินเดียตะวันออก ทางการท้องถิ่นกล่าวว่าสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ 32 คน ขณะที่พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 87 ราย และยังมีลูกเรือราว 60 คนสูญหาย จากจำนวนลูกเรือทั้งหมดประมาณ 180 คน

แม้จะแสดงความกังวลต่อสงครามกับอิหร่าน แต่บางประเทศในยุโรปก็ถูกดึงเข้าไปมีบทบาททางทหารในตะวันออกกลาง เพื่อปกป้องพลเมืองของตนและผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ โดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสระบุว่า จะใช้กองกำลังทางเรือและอากาศช่วยป้องกันการตอบโต้จากอิหร่าน ขณะที่กรีซได้เคลื่อนย้ายอากาศยานและเรือรบไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอย่างไซปรัสแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐฯ เผยยิงตอร์ปิโด จมเรือรบอิหร่านแล้ว 20 ลำ ใช้เรือดำน้ำเข้าโจมตีอิหร่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...