ไฟสงครามปลุกไทยเร่งรับมือ
ทั้งตอนรับตำแหน่งรมว.สาธารณสุข ยุครัฐบาลของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้ไม่นาน ต้องสะบักสะบอมจากปัญหาโรคอุบัติใหม่ “โควิด-19” บุกเข้าไทยเมื่อปี 2563
แม้กระทั่งหลังจับมือกับพรรคประชาชนที่หนุนนำให้ “เสี่ยหนู” นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ตั้ง“ครม.อนุทิน1” ได้ไม่ทันไร เกิดเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวเป็นหลุมใหญ่หน้ารพ.วชิรพยาบาล และหน้าสน.สามเสน เมื่อเดือน ก.ย.2568 ซึ่งสาเหตุมาจากดินไหลเข้าไปในโครงสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง ต่อมาในเดือน พ.ย.ปีเดียวกัน รัฐบาลต้องเผชิญกับมหาอุทกภัยในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและเศรษฐกิจไทย พอเปิดปีใหม่ เดือนม.ค.2569 เกิดอุบัติเหตุเครนยักษ์ถล่มทั้งในจ.นครราชสีมาและถนนพระราม 2
จนมาถึงล่าสุดเวลานี้ที่อยู่ช่วงรอยต่อของรัฐบาลรักษาการ เตรียมตัวขึ้นครองบังลังก์ไทยคู่ฟ้า สมัย 2 ต้องมาเจอกับปัญหาจากการสู้รบครั้งใหญ่ระหว่างอิสราเอล-สหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน จนลุกลามทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงไปทั่วที่หวั่นเกรงว่าจะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ในอนาคตได้หรือไม่
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงส่งผลให้ “รัฐบาลอนุทิน” ระส่ำระสาย แต่ยังซ้ำเติมปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมัน จึงเกิดภาพความโกลาหลที่คนแห่กันไปต่อแถวเติมและกักตุนน้ำมัน แม้ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” รมว.พลังงาน ยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอใช้ในประเทศ นี่จึงเป็นสะท้อนภาพความไม่เชื่อมั่นของชาวบ้านต่อแผนการของรัฐบาล จนทำให้ “นายกฯอนุทิน” ต้องทุบโต๊ะประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 29.94 บาท
แต่ปัญหายังไม่จบแค่นั้น เพราะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังยืดเยื้อ สั่นสะเทือนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลต่อประเทศไทย แม้สมรภูมิอยู่ห่างไกลหลายพันกิโลเมตร บวกกับอีกหนึ่งชาติมหาอำนาจ อย่างจีนที่สนับสนุนอิหร่านป้องกันตัวเอง และคัดค้านการกระทำของ“โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำพญาอินทรีที่ไล่ทุบชาติอื่นโดยพลการ สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำภาพความร้อนแรงของสงครามตัวแทนระหว่าง 2 ขั้วอำนาจใหญ่ “สหรัฐฯ vs จีน”
ที่สำคัญ แรงกระแทกที่ไทยต้องเผชิญ นอกจากปัญหาราคาพลังงานแล้ว ยังจะกระทบกับตลาดการเงิน สถานการณ์ค่าเงินบาท ตลาดหุ้นผันผวน และที่หนีไม่พ้น คือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซ้ำเติมปัญหาปากท้องของประชาชน
ดังนั้น โจทย์ของรัฐบาลไทยในขณะนี้ไม่ใช่แค่การติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเตรียมมาตรการรองรับแรงกระแทกต่างๆ ทั้งการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การประสานงานใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อดูแลค่าเงินและเสถียรภาพตลาดทุน การสื่อสารให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารถูกต้อง เข้าใจสถานการณ์จริง เพื่อลดความตื่นตระหนก เพราะในโลกยุคนี้ข้อมูลข่าวสารไหลเร็ว ขณะที่ข่าวลวง ข่าวเท็จแพร่สะพัดว่องไวเช่นกัน
แม้ประเทศไทยห่างไกลสมรภูมิรบดังกล่าว แต่อยู่ในระบบเศรษฐกิจโลกเดียวกัน การป้องกันไม่ให้คลื่นความขัดแย้งจากภายนอกมาซัดใส่เศรษฐกิจบ้านเราให้เสียสมดุล จึงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาล “อนุทิน 2 ” ต้องเร่งรับมืออย่างรอบคอบและมีสติในทุกย่างก้าว.