โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ยกเครื่องระบบข้าราชการสหรัฐ เพิ่มอำนาจปลด-ตั้งพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 03.27 น.

"ทรัมป์" ประกาศปรับโครงสร้างระบบข้าราชการพลเรือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าศตวรรษ เปิดทางให้ประธานาธิบดีมีอำนาจตัดสินใจถอดถอนความคุ้มครองตำแหน่งงานของเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีอำนาจมากขึ้นในการจ้างและปลดพนักงานข้าราชการประจำของรัฐบาลกลางสหรัฐสูงสุดถึง 50,000 คน ภายใต้การยกเครื่องระบบข้าราชการพลเรือนครั้งใหญ่ ที่รัฐบาลประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี โดยถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านการบริหารบุคลากรภาครัฐครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าศตวรรษ

การปรับโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่โดย Office of Personnel Management (OPM) เป็นไปตามคำมั่นสัญญาหาเสียงของทรัมป์ ที่ต้องการตัดสิทธิ์ความคุ้มครองด้านความมั่นคงในการทำงานของข้าราชการบางกลุ่ม ซึ่งทีมงานของเขามองว่าเป็นผู้มีบทบาทชี้นำหรือแทรกแซงนโยบายรัฐบาล โดยทรัมป์เคยเรียกแนวคิดนี้ว่า “Schedule F” ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก

สก็อตต์ คูเปอร์ ผู้อำนวยการ OPM กล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถบริหารองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากบุคลากรปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหาร พร้อมระบุว่ามาตรการใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ที่รัฐบาลมองว่าบ่อนทำลายลำดับความสำคัญของประธานาธิบดี

ตามกฎใหม่นี้ ทรัมป์จะมีอำนาจเป็นผู้ตัดสินใจว่าตำแหน่งใดในหน่วยงานรัฐจะถูกถอดถอนความคุ้มครองด้านตำแหน่งงาน ซึ่งเปิดทางให้สามารถปลดหรือโยกย้ายได้ง่ายขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะถูกตรวจสอบโดยศาลรัฐบาลกลางในเร็ว ๆ นี้

ก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานข้าราชการกลางและกลุ่มพันธมิตรได้ยื่นฟ้องในเดือนมกราคม เพื่อขัดขวางนโยบายนี้ตั้งแต่ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ โดยผู้พิพากษาได้สั่งชะลอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่ารัฐบาลจะสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้าย ขณะที่ Democracy Forward ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ยื่นฟ้อง ระบุว่าจะกลับไปต่อสู้คดีในศาลอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สกาย เพอร์รีแมน ผู้นำของ Democracy Forward กล่าวว่า กลุ่มจะใช้ทุกช่องทางทางกฎหมายเพื่อหยุดยั้งกฎที่มองว่าผิดกฎหมาย และเพื่อเอาผิดกับรัฐบาลในกรณีนี้

ปรับเปลี่ยนการคุ้มครองผู้เปิดโปงข้อมูล (Whistleblowers)

รัฐบาลทรัมป์ยังเตรียมเปลี่ยนแปลงวิธีบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองผู้เปิดโปงข้อมูลในหน่วยงานรัฐ ซึ่งเดิมห้ามไม่ให้หน่วยงานตอบโต้หรือกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ออกมาเปิดเผยการกระทำผิด

ภายใต้แนวทางใหม่ หน่วยงานรัฐแต่ละแห่งจะต้องเป็นผู้กำหนดและดูแลระบบคุ้มครองผู้เปิดโปงข้อมูลของตนเอง แทนที่ก่อนหน้านี้จะเป็นหน้าที่ของ Office of the Special Counsel ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่ปกป้องผู้ร้องเรียนจากการถูกเอาคืน

เจ้าหน้าที่ OPM ระบุด้วยว่า ผู้บริหารหน่วยงานต้องมีความเป็นกลางในการสอบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตอบโต้ผู้เปิดโปงข้อมูล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่อาจกระทบต่อโครงสร้างการคุ้มครองข้าราชการและระบบถ่วงดุลภายในรัฐบาลกลางสหรัฐ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...