โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระเมรุมาศ” ตามฐานานุศักดิ์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 10.59 น.
กระบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรังคารพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ออกจากบริเวณพระเมรุมาศทางทิศตะวันออก (ภาพจาก FB: Pirasri Povatong)

พระเมรุมาศ ตามฐานานุศักดิ์

ความเป็นสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ส่งผลถึงการเรียกสถานที่ตั้งพระบรมศพหรือพระศพเพื่อประกอบพิธีถวายพระเพลิงว่า เมรุ พระเมรุ หรือพระเมรุมาศ เพื่อเป็นการส่งพระศพและดวงพระวิญญาณ เสด็จกลับยังเขาพระสุเมรุ ที่สถิตของเหล่าเทพตามคติทางศาสนาพราหมณ์ รวมทั้งรูปลักษณ์ของสิ่งก่อสร้างที่สอดคล้องกับความเชื่อมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามลักษณะการก่อสร้างและการใช้งาน ดังนี้

พระเมรุมาศ คือ พระเมรุขนาดสูงใหญ่ ลักษณะเป็น กุฎาคาร คือ เรือนยอด หมายถึงเรือนซึ่งทำหลังคาต่อกันเป็นยอดแหลม พระเมรุมาศสมัยโบราณนิยมสร้างเป็นยอดปรางค์ มีพรหมพักตร์หรือไม่มีก็ได้ เหตุที่เรียกว่า เมรุมาศ นั้นเนื่องจากใช้สีทองประดับพระเมรุ สมัยกรุงศรีอยุธยามีการสร้างพระเมรุมาศขนาดสูงใหญ่หลายครั้ง เช่น พระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรสูงประมาณ ๗๔ เมตร ส่วนพระเมรุมาศงานพระบรมศพสมเด็จพระนารายณ์สูงถึง ๑๐๒ เมตร

พระเมรุมาศเสมือนโรงพระราชพิธีพระบรมศพทั้งมวล คือ เป็นที่พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม สดับปกรณ์ เลี้ยงพระ และเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์ ข้าราชบริพารที่มาในงานพระบรมศพ

พระเมรุทอง คือ เมรุทำด้วยกระดาษปิดทองหรือกระดาษทอง หรือทองน้ำตะโก อยู่ภายในพระเมรุมาศ ดังที่โคลงเฉลิมพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาในรัชกาลที่ ๑ พระนิพนธ์ของกรมหมื่นศรีสุเรนทร์ ความว่า

จุลเมรุเหมมาศไว้ ภายใน
ทรงทรวดสุนทรประไพ เลิศล้ำ
เหมือนเมรุสหัสไนย นฤมิตร
มาช่วยทรนุกค้ำ เชิดช้อนบารมี

โดยทั่วไปนิยมสร้างพระเมรุทองเป็นทรงกุฎาคารหรือเรือนยอด ทรงบุษบกหรือทรงมณฑป สูงประมาณ ๒๐ เมตร เป็นที่ตั้งพระเบญจาทองคำรองรับพระบรมโกศภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ดังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายว่า

“พระเมรุที่ปลูกเป็นรูปบุษบกสวมพระเบญจา เรียกว่าพระเมรุทอง ทำด้วยดีบุกก็ดีทำด้วยทองอังกฤษก็ดี ทำด้วยทองน้ำตะโกก็ดี หรือจะลงรักปิดทองคำเปลวก็ดี หรือจะหุ้มทองคำจริงก็ดี ก็คงเรียกชื่อว่าพระเมรุทองทุกครั้งทุกคราว”

สำหรับพระราชวงศ์ที่ฐานานุศักดิ์ลดลง จำนวนชั้นของเศวตฉัตรก็ลดลงเป็น ๗-๕ ชั้น พระเบญจาอาจจะไม่ตั้งหรือชั้นพระเบญจาลดเล็กลง พระเมรุทองถูกสร้างครั้งสุดท้ายในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระเมรุ ลักษณะทั่วไปเช่นพระเมรุมาศ แต่ขนาดเล็กลง ใช้สำหรับพระราชวงศ์ที่ทรงฐานานุศักดิ์ ในพระเมรุไม่มีพระเมรุทอง

พระเมรุพิมาน เป็นสมมตินาม คือ อาคารถาวรที่ใดที่หนึ่งซึ่งตั้งพระบรมศพหรือพระศพ ครั้นเวลาถวายพระเพลิง อัญเชิญพระบรมศพหรือพระศพจากพระเมรุพิมานไปถวายพระเพลิงที่พระเมรุ (ขนาดน้อย) อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลกันมากนัก ไม่เพียงเท่านั้นมีบันทึกของเจ้านายบางพระองค์เรียกทั้งอาคารที่ใช้ตั้งพระบรมศพหรือพระศพ และพระเมรุที่ใช้ถวายพระเพลิงในปริมณฑลนั้นรวมกันว่า พระเมรุพิมาน อีกด้วย

พระเมรุชนิดนี้แรกมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓ (ร.ศ. ๑๑๙) ใช้ในการพระบรมศพและพระศพเจ้านายที่เสด็จสู่สวรรคาลัยเวลาใกล้เคียงกันถึง ๖ พระองค์ รวมทั้งสยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกของไทยคือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

พระเมรุบรรพต เป็นพระเมรุซึ่งสร้างบนภูเขาสมมติ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์มีเพียง ๓ ครั้ง คือ

ครั้งแรกสมโภชพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ครั้งต่อมาทำในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระศพสมเด็จพระนางเจ้ารำเพยภมราภิรมย์ พ.ศ. ๒๔๐๕ สร้างพระเมรุที่ท้องสนามหลวง ยกพื้นสูง ทำเป็นภูเขาประกอบเชิงเมรุรอบ อนุโลมเป็นพระเมรุบรรพต เมื่อเสร็จแล้ว สมโภชพระศพสมเด็จ เจ้าฟ้าจันทรมณฑล แต่พระราชทานเพลิงพระเมรุน้อยเชิงภูเขา ครั้งหลังสุดมีในสมัยรัชกาลที่ ๕ งานพระศพพระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาสที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พ.ศ. ๒๔๒๙

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

คัดข้อความจาก : หนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย”. นนทพร อยู่มั่งมี. มติชน. ๒๕๕๙

ปรับเนื้อหาและเผยแพร่ในระบบออนไลน์เมื่อ 27 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระเมรุมาศ” ตามฐานานุศักดิ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...