โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเหตุผลบางจาก ทุ่มเงินซื้อ Chevron ฮ่องกง หวังกลั่นน้ำมันขายลิตรละ 120 บาท คาดคืนทุนใน 6-7 ปี

Thairath Money

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 11.07 น.
ภาพไฮไลต์

นับเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่พลังงานไทย เมื่อ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศรุกตลาดพลังงานข้ามชาติ ทุ่มงบลงทุนกว่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อหุ้น 100% ในกิจการ Chevron Hong Kong Limited (CHK) ซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน Caltex และคลังน้ำมันเชื้อเพลิงในฮ่องกง

ผู้บริหารมองว่าดีลนี้ไม่เพียงแค่เป็นการขยายฐานธุรกิจ แต่เป็นการเปิดประตูสู่ตลาดที่ "ราคาน้ำมัน" ที่สูงมากกว่าไทยถึง 3-4 เท่า และเต็มไปด้วยโอกาสในการทำกำไรภายใต้กลไกตลาดเสรี

ส่วนกรณีความคืบหน้าทางคดีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการเพื่อยึดทรัพย์และหุ้นของบางจากมูลค่า 6,000 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย “ยิม เลียก-เบน สมิธ” นั้น ยืนยันว่าบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ และกรณีดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินหรือการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด

เปิดเหตุผล ทำไมต้องซื้อ Chevron ฮ่องกง

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสทองในตลาดฮ่องกง ที่ราคาน้ำมันค้าปลีกสูงถึงลิตรละ 120 บาท ซึ่งสูงกว่าประเทศไทยถึง 3-4 เท่าตัว ขณะที่ต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่น (ก่อนภาษี) นั้นอยู่ที่ระดับ 17-18 บาท ใกล้เคียงกับตลาดโลก

ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ฮ่องกงพิเศษคือ การเป็นตลาดเสรี (Free Market) ที่แท้จริง ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงไม่แทรกแซงราคาและปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ทำให้ส่วนต่างราคาน่าสนใจมากสำหรับผู้ผลิต และยังไม่มีประเด็นเรื่องการผูกขาดทางการค้าด้วย

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านโลจิสติกส์ ทั้งท่าอากาศยานและท่าเรือ ซึ่งบางจากจะได้ครอบครองคลังน้ำมันขนาดใหญ่ เสริมความแข็งแกร่งด้านธุรกิจ Trading ให้กับกลุ่มบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้บริหารระบุว่า จิ๊กซอว์ที่ซ่อนอยู่ในดีลนี้คือตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงเรือเดินสมุทร เพราะ Chevron Hong Kong มีฐานลูกค้ากลุ่มนี้ที่แข็งแกร่งมาก โดยปีที่ผ่านมามียอดขายน้ำมันกลุ่มนี้สูงถึง 1,000 ล้านลิตร ซึ่งสอดรับกับศักยภาพการผลิตของโรงกลั่นบางจากด้วย

“การได้ตลาดฮ่องกงเข้ามาจะช่วยรองรับดีมานด์ตรงนี้ได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อโรงกลั่นขยายกำลังการผลิตแตะระดับ 280,000 บาร์เรลต่อวันในอนาคต”ชัยวัฒน์ กล่าว

เปิดยุทธศาสตร์ฮ่องกง จ่อรีแบรนด์ คาดคืนทุนไวใน 6-7 ปี

ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ในช่วงแรกสถานีบริการน้ำมันจะยังคงเปิดให้บริการภายใต้รูปลักษณ์ของ Caltex เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ แต่จะเริ่มสร้างการรับรู้ใหม่ผ่านข้อความ "Licensed by Bangchak" ที่จะปรากฏคู่กัน

อย่างไรก็ตาม ภายใต้กรอบเวลาการพิจารณาเรื่องแบรนด์ที่มีระยะเวลา 5 ปี บริษัทได้วางแผนทดสอบตลาดเชิงรุกในระยะ 2 ปีแรก ด้วยการนำร่องเปลี่ยนโฉมสถานีบริการน้ำมันจำนวน 2 แห่ง ให้เป็นแบรนด์บางจากอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อประเมินผลตอบรับที่แท้จริงจากผู้บริโภคชาวฮ่องกง

ก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า จะคงแบรนด์เดิมหรือรีแบรนด์ใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ ธุรกรรมการเข้าซื้อกิจการคาดว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในกลางปี 2569 พร้อมกับการจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป

นอกจากนี้ มองว่าดีลนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ด้วยปัจจัยหนุนด้านค่าเงิน เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกค่าเงินไว้กับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เสมือนว่าบางจากได้ลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักของการซื้อขายน้ำมันโลก ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

พร้อมมั่นใจถึงความคุ้มค่าของการลงทุนครั้งนี้ โดยเมื่อคำนวณจากศักยภาพตลาดและกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับ มองว่าดีลนี้จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 6-7 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมและน่าพอใจอย่างมาก

ปักธงปี 2569 ผลประกอบการโตทุกกลุ่มธุรกิจ

บางจากวางเป้าหมายการเติบโตของผลประกอบการในปี 2569 เติบโตมากกว่าปีก่อน ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่มีความแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยในกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันนั้น ตั้งเป้าการเติบโตของ EBITDA ไว้ที่ 25% หรือขยับขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 ล้านบาท

ขณะที่กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นราว 50% มาอยู่ที่ระดับ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดนั้น คาดการณ์ปริมาณการกลั่นจะเพิ่มขึ้นเป็น 275,000 บาร์เรลต่อวัน ภายใต้ค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) ที่ยังคงระดับแข็งแกร่งในเกณฑ์ 6–6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ซึ่งดีลในการเข้าซื้อกิจการ Chevron Hong Kong จะเริ่มออกดอกออกผลโดยคาดว่าจะช่วยสร้าง EBITDA เพิ่มเติมให้กับกลุ่มบริษัทได้ถึง 750-1,000 ล้านบาทในปี 2569 ทันที

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน บางจากตั้งเป้าผลักดัน EBITDA ให้เติบโตอีกราว 10% จากการปรับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "Monsoon" ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่จะเดินเครื่องผลิตเต็มปี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนกำไรและรองรับการขยายตัวสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและดิจิทัลในอนาคตอย่างยั่งยืน

ย้ำเคส ปปง. ชงยึดหุ้นบางจาก ไม่กระทบธุรกิจ

อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจ คือกรณีความคืบหน้าทางคดีที่กำลังถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการเพื่อยึดทรัพย์และหุ้นของบางจากมูลค่า 6,000 ล้านบาท เชื่อมโยงเครือข่าย “ยิม เลียก-เบน สมิธ” นั้น

ชัยวัฒน์ ระบุว่า แม้จะมีประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น แต่บริษัทก็ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปตามปกติ โดยยึดมั่นใน "ตัวตนของบางจาก" มาโดยตลอด นั่นคือการประกอบธุรกิจด้วยความสุจริต และมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นโดยรวม ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการดำเนินงานยังคงแยกส่วนกันอย่างชัดเจน และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินหรือการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผลบางจาก ทุ่มเงินซื้อ Chevron ฮ่องกง หวังกลั่นน้ำมันขายลิตรละ 120 บาท คาดคืนทุนใน 6-7 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...