โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิ้ล ณภัทร ลูกเด๋อ ดอกสะเดา แถลงข่าวแทนพ่อ เผยปมทะเบียนสมรส

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 09.41 น. • The Bangkok Insight

เปิ้ล ณภัทร ลูกเด๋อ ดอกสะเดา แถลงข่าวแทนพ่อ ปกป้องศักดิ์ศรีพ่อ เผยปมทะเบียนสมรส

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับนักแสดงตลกอาวุโสชื่อดัง เด๋อ ดอกสะเดา ซึ่งทางด้านของ เปิ้ล ณภัทร ลูกสาวของตลกรุ่นใหญ่ พร้อมด้วยทนายความได้ตัดสินใจแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงความจริงอีกด้านได้ทราบกันในอีกหนึ่งมุม

เปิ้ล ณภัทร ลูกเด๋อ ดอกสะเดา แถลงข่าวแทนพ่อ เผยปมทะเบียนสมรส

ล่าสุด (2 มี.ค.) เปิ้ล พร้อมด้วย ชิตพงศ์ พุทธี ทนายความส่วนตัว ได้แถลงข่าวโดยระบุว่าข้อมูลที่ถูกนำเสนอไปนั้นมีความคลาดเคลื่อน และทำให้คุณพ่อได้รับความเสียหาย ประเด็นโลกสองใบ เปิ้ล ได้ชี้แจงว่าอยู่กับคุณพ่อมากว่า 29 ปี ไปมาหาสู่กันตลอด โดยยืนยันหนักแน่นว่าคุณพ่อไม่ได้มีโลกสองใบอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด เด๋อ ดอกสะเดา เคยจดทะเบียนสมรสกับ "คุณแม่ของเปิ้ล" เพียงคนเดียวเท่านั้น (หย่าปี 2530) และไม่เคยจดทะเบียนกับใครอีกเลย

ใน 29 ปี ระหว่างที่คุณพ่อมีธุรกิจกับพี่ปู การทำ CD ณภัทรก็เข้าไปช่วยทำ ได้เป็นค่าจ้างต่อครั้ง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเงินใดๆ และมาจนถึงลูกชิ้นหมูปูเด๋อ ณภัทรก็เข้าไปช่วยขายหน้าร้านเวลาออกบูธ ก็ได้รับค่าจ้างเป็นต่อครั้ง และมาจนถึงกระเป๋าปูเด๋อแบรนด์เนม ณภัทรก็เข้าไปช่วยในการไลฟ์สด ณภัทรมีหน้าที่จดและแพ็คของ

กรณีที่ ปู เจอขวัญที่ศูนย์ ตอนนั้น ตนหาคนมาดูแลไม่ได้ใจจริง ๆ เพราะต้องมีคนมาดูแล 24 ชั่วโมง ตนทำทั้งวันทั้งคืนดูแลคุณพ่อ เราหาใครไม่ได้ และนึกออกว่า เขาเป็นคนบอกให้มาช่วย เวลาพี่ปูมาเยี่ยม เขามาแค่ 20-30 นาที จนพี่ปูหายไป 2 สัปดาห์ ตนจึงฉุกคิดได้ว่าปูบอกกับตนว่า "คุณทำอะไรกับปู ขอให้คุณอโหสิกรรมนะ ขอให้คุณอยู่กับลูกของคุณ เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ อยู่ในใจเราตลอด"

พ่อมีอาการลิ้นแข็ง ขาชา ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. ตนได้รับข่าวจากปูว่า มีอาการลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด เป็นตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 12 ตนก็นึกในใจว่าทำไมไม่พาไปแต่แรก ตนขับรถพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล ถามว่าช้าเกินไปไหม ตนว่าช้าเกินไป แต่เขาบอกว่า คิดว่าพ่อพูดเล่น

ระหว่างที่รักษา ตนเข้าไปเทกระบอกฉี่ทุกวัน ทั้งที่ตนต้องดูแลครอบครัวตัวเอง และครอบครัวสามี จนตนได้รับสายอีกว่า พ่อมีอาการอีกแล้ว และพี่ปูขอให้พาไป ครั้งนี้พ่อเริ่มอาการไม่ดีขึ้น ต้องใช้เครื่องหายใจ และอยู่ได้เพียง 14 วัน ต้องเจาะคอ ตนปรึกษาคุณปูตลอด แต่เขาบอกว่าแล้วแต่เรา และเราต้องตัดสินใจเองทั้งหมดพอถึงเวลาต้องเจาะ ตนดูแลคนเดียวตลอด เขาก็จะบ่นว่าเมื่อยปวดตัว ตนก็บอกว่า ตนดูแลเองได้ จนเริ่มจะออกจากโรงพยาบาล ก็มีการพูดคุยว่า จะอยู่บ้าน หรือศูนย์ ตอนแรกเขาบอกว่าแล้วแต่ตน ตอนแรกตนตัดสินใจอยู่ศูนย์ แต่เขาอยากให้อยู่บ้าน และมีการจ้างพี่เลี้ยงมาดูแล

สภาวะของคุณพ่อมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิด เคาะเรียกตลอด แต่ดูไปสักพัก ตนได้ยินว่าจะไม่จ้างพี่เลี้ยงแล้ว เพราะไม่ชอบให้ใครอยู่ที่บ้านตอนนั้น เขาบอกว่าให้ตนทำเพียงแค่ ทำอาหารส่งพ่อ และพาไปโรงพยาบาล มีเพียง 26 วันที่ตนไม่ได้เข้าไปดูแล แต่เวลาเกิดอะไร ตนเข้าไปจัดการทั้งหมด จนวันที่ตนพาพ่อไปกายภาพที่โรงพยาบาลวันที่ 21 ส.ค. กระทั่งวันที่ 24 มีแจ้งมาว่า ถ้าพ่อเป็นอะไรไป จะให้ทางเขาจัดการ หรือตน ทำให้ตนรู้สึกใจไม่ดี เขาแจ้งมาว่า พ่อซึม ไม่ดูทีวีเหมือนเมื่อก่อน มีเสมหะออกมาเป็นสีเลือด ตนเลยบอกว่า จะเรียกรถฉุกเฉินไปรับเดี๋ยวนี้ และรอที่โรงพยาบาล

สภาพที่มาจากรถ ตนคิดว่า คงอยู่ได้ไม่นาน และโทรหาอาเป็ด คุณพ่อเป็นแบบนี้ หนูไม่รู้จะทำยังไง เขาก็บอกใจเย็นๆ และเขาจะมาหา พอตรวจ คุณหอมก็ให้เห็นว่า ติดเชื้อที่ปอด และทางเดินปัสสาวะตลอด 1 สัปดาห์ที่รักษา คุณปูไม่เคยมา เขาถามเพียงว่า จะเอาคุณพ่อไปไว้ไหน คุณปูบอกแค่ว่า เขาไม่ไหวแล้ว ตนจัดการได้เลย พอตัดสินใจว่าจะพาไปไหน ทางคุณปูบอกว่าจะช่วยเดือนละ 1 หมื่น

เราก็คิดว่ายังไงก็ต้องดูแลพ่อ พ่อเป็นพ่อที่ดีมากๆ รักลูกและทุกคน รักเพื่อนทุกคน ไม่เคยทิ้งเราเลย พอมาอยู่ศูนย์ฯ คุณปูก็มา อาทิตย์ละวัน แต่การพูดคุยของณภัทรเริ่มน้อยลงกับคุณปู มันน้อยลงไปเรื่อย ๆ

“พอให้สัมภาษณ์ไป ทุกคนคิดว่าเรามาหวังสมบัติจากเขา มาแทรกแทรงครอบครัวเขา ถ้าณภัทรคิดจะเอาณภัทรทำไปนานแล้ว เราอยู่มา 29 ปีไม่ต้องมารอจนพ่อป่วย แล้วสุดท้ายนี้ ณภัทรขอดูแลคุณพ่อเอง เหมือนที่เขาตั้งใจว่าให้ณภัทรดูแลคุณพ่อเอง เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ แต่มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะคะที่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ในเรื่องเงินจากคอนเสิร์ตณภัทรต้องบริหารจัดการอยู่แล้ว เราต้องดูแลพ่อตลอด ไม่รู้พ่อจะหายดีตอนไหน จะเดินปกติไหม ณภัทรตอบไม่ได้เลย ณภัทรสังเกตอาการพ่อตลอด เพียงคนเดียว ถามว่าทำไมไม่มีน้องมาช่วย น้องทำงานและมาช่วยเฝ้ากลางคืนบ้างในบางวัน ณภัทรอยู่ใกล้สุด และเรียนรู้ดูแลผู้ป่วยได้ ณภัทรสามารถดูแล ณภัทรขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจข่าวอาการป่วยของคุณพ่อค่ะ”

ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ถ้ารวมศูนย์ไปเลย ตกอยู่เดือนละ 5 หมื่นนิดๆ ตอนนี้ใช้เงินจากคอนเสิร์ต และต้องบริหารให้ดี มีการขายน้ำมันเหลือง ต้องอยู่ให้ได้ค่ะ พ่อรับรู้หมด แต่อารมณ์สวิง คิดมากก็เครียด แต่จำคนได้หมด เขียนก็เขียนได้คำนึง ถ้าเปิดคำถามนำ พ่อก็ใช่ ไม่

ข่าวที่เกิดขึ้น เขาเห็นข่าวนะคะ เพราะน้องชายบอก ต้องปล่อยให้เขาเห็น เขาเปิดทีวีทุกวัน ต้องเห็นบ้างค่ะ แต่เขาน่าจะเข้าใจคนที่เขาอยู่ด้วย 29 ปีดี ไม่ได้เลือกให้เขารับรู้นะ แต่เพราะเขาดูทีวี ไม่สามารถปิดอะไรได้ เขาดูทั้งวัน และดูทุกช่อง

เราก็ให้กำลังใจ บอกว่าคุณพ่อต้องเข้มแข็งและสู้นะ เพราะณภัทรสู้มาก รักคุณพ่อที่สุด พ่อเห็นไหม เข้าใจหรือเปล่า พ่อก็พยักหน้าและร้องไห้ เขารู้ตลอดเวลาว่าเรารักเขาและดูแลเขา ส่วนที่พี่ปูไม่มาดูแล เขาไม่น่างง เขารู้จักกัน น่าจะเข้าใจกันดี เขาอยู่กันมา 29 ปี”

เรื่องที่ดินไม่เคยเห็น แต่เคยได้ยิน ตอนทำธุรกิจลูกชิ้นใหม่ๆ พ่อบอกว่าคุณเอาเงินมา 2 แสน จะซื้อที่ แค่นั้นเองที่รู้ เพราะไม่เคยไปที่ดิน ไม่เคยรู้ รู้ตอนเขาพูดนี่แหละ แต่เรื่องเงินเราไม่เคยก้าวล่วงเขาเลย

ก็ไม่มีอะไรจะพูด เขารู้ดีในใจเขาอยู่แล้ว ว่าพ่อเป็นยังไง แต่ไม่น่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา จริงๆ เป็นเรื่องเล็กน้อยมากถ้าคุยกันดี ๆ จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย ไม่ติดใจอะไรเขาอยู่แล้ว พ่อก็เหมือนกัน ถ้าพ่อพูดได้ก็จะบอกว่าแล้วแต่เขา ช่างเถอะ คำนี้พ่อพูดแน่นอน ถ้าเราไม่ดีก็แล้วแต่เขา ช่างเขา เพราะอยู่กับพ่อมา รู้นิสัยพ่อดี

ณภัทร อยากบอกว่าพ่อมีชื่อเสียงเท่ากับอายุณภัทร54 ปี พ่อไม่เคยมีข่าวคราวเสียหายแบบนี้มาก่อนเลย มันพิสูจน์ได้นะว่าพ่อเป็นแบบไหนดีหรือเปล่า คนทำให้มีข่าวก็ต้อรู้อยู่แล้วอย่ายกประเด็นแค่เพียงนิดหน่อย มาทำให้คนติดเตียงคนนึงเสียชื่อเสียง และเสียหาย”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...