โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจรแสบ งัดบ้านฉกทอง 10 บาท ก่อนจุดไฟเผาบ้านทำลายหลักฐาน

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

12 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรับเรื่องร้องทุกข์จาก นายพัลลพ โกรธกล้า อายุ 43 ปีชาวบ้าน หมู่บ้านคาบใต้ หมู่ที่4 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า (เมื่อวันที่ 27ธ.ค.68) เกิดเหตุไฟไหม้บ้านของตนเองโดยไฟได้ลุกลามไหม้มาจากตู้เสื้อผ้าข้างในห้องนอน หลังจากที่ดับไฟเสร็จ แม่ยายได้เข้าไปสำรวจทรัพย์สินในห้องที่เกิดเพลิงไหม้ พร้อมกับสำรวจและเปิดลิ้นชักตู้ที่เก็บทองคำรวมน้ำหนักกว่า 10 บาทดู โชคดีที่เปลวไฟได้ลุกลามไหม้เตียงนอน ผ้าหม่าน แต่ยังเหลือลิ้นชักบางส่วนบางส่วน

เจอตลับทองที่ถูกไฟไหม้สภาพยังสมบูรณ์อยู่ พอเปิดดูข้างในตลับทองถึงกับผงะ ทองคำหายไม่เหลือสักเส้น ทราบต่อมาว่าเมื่อ 6 วันก่อนเกิดเหตุ (วันที่ 21 .ค. 2568) มีบ้านคนในหมู่บ้านโดนเหมือนกัน เหตุการณ์เหมือนกันกับตน ขโมยทองและเผาบ้าน จึงได้พากันไปแจ้งความที่สภ.เทนมีย์ และตำรวจก็ได้รับเรื่อง

หลังจากตำรวจรับเรื่องได้ส่งกองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่มาตรวจสอบ โดยผลสรุปจากการการตรวจสอบไม่ได้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ผลสรุปจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เกิดจากวัตถุติดไฟอย่างไปสัมผัสกับวัตุที่ติดไฟง่าย เช่น กระดาษ หรือ การจุดไฟนั่นเอง ตอนแรกตนเองได้คุยกับแฟนกะว่าจะปล่อยผ่าน ตอนนี้จะ 4 เดือนแล้วตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้

จึงร้องสื่อขอความเป็นธรรม เพราะชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ต่างหวาดผวากลัว ไม่รู้จะเกิดขึ้นกับใครอีกตอนไหน โดยเฉพาะคนที่มีทองกลัวจะเกิดอันตรายกับครอบครัวและคนรอบข้าง เพราะราคาทองคำตอนนี้บาทละเกือบแสน ทำให้คนร้ายเกิดความเหิมเกริมหวั่นก่อเหตุได้ทุกเวลา

ด้านนางสุนีย์ สงวนทรัพย์ อายุ 58 ปี แม่เจ้าของบ้านที่อยู่ในหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 เวลาประมาณ 01.42 น. ตนเองนอนอยู่กับหลาน 2 คนในบ้าน แต่นอนห้องด้านล่าง ตอนนั้นปวดฉี่จึงได้ลุกออกไปนอกห้อง ได้ยินเสียงเหมือนไฟไหม้ จึงได้เดินสำรวจดูรอบบ้าน และเดินไปดูห้องข้างบนบ้าน เพราะได้กลิ่นควันด้วย จึงจับลูกบิดห้องที่เกิดไฟไหม้ ปรากฏว่าลูกบิดร้อน จึงเปิดประตูเข้าไปพบว่าไปกำลังลุกไหม้ตู้เสื้อผ้า ได้เรีกเพื่อนบ้านให้มาช่วยดับไฟ หลังจากดับไฟเสร็จตนได้เปิดดูที่ลิ้นชักที่ลูกเขยเก็บทองได้ โชคดีที่ลิ้นชักไฟไม่ไหม้หมด และเจอตลับทองคำโดนเปลวไฟไหม้แต่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พอเปิดดูทองไม่เหลือสักเส้น จึงรู้ตัวว่าขโมยขึ้นบ้านงัดหน้าต่างเข้าจากด้านหลัง และได้ไปแจ้งความ แต่ตอนนี้ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ ชาวบ้านต่างรู่สึกหวาดกลัว เกรงว่าดจรจะกลับมาก่อเหตุอีก จึงอยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทนมีย์ให้เร่งดำเนินการตามจับคนก่อเหตุมาลงโทษให้เร็วที่สุด

สัมภาษณ์ นายพัลลพ โกรธกล้า อายุ 43 ปี (เจ้าของบ้าน) เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนเองและภรรยาทำงานอยู่ที่จังหวัดระยอง เหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองรู้สึกว่าไม่ใช่ไฟไหม้ธรรมดา เพราะหลังจากที่ไฟไหม้เสร็จถุงทองและตลับทองยังอยู่ แต่ทองดันหายไป10บาท เงินอีก 45,000 จึงได้ไปแจ้งความตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุแล้ว แต่ตอนนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ จนชาวบ้านกินไม่ได้นอนไม่หลับกลัวว่าโจร รายนี้จะกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ฝากเจ้าหน้าที่ตามล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี วันนั้นถ้าไฟได้ลุกลามไหม้บ้านตนเองทั้งหลัง แม่ยายและลูกสาวอาจจะไม่ได้มายุตรงนี้

สัมภาษณ์ นางสาวกีต้า สงวนทรัพย์ อายุ 38ปี (ภรรยาเจ้าของบ้าน เสื้อดำ) เล่าว่าตอนแรกที่ไฟไหม้บ้านตนเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย แต่มาโป๊ะแตกที่ทองหาย 10 บาทนี่แหละจึงรู้ว่าไม่ใช่ไหม้ไหม้บ้านธรรมดา ตำรวจยังตามจับตนร้ายไม่ได้ ตั้งแต่เกิดเรื่องตนเองรู้สึกไม่สบายใจ ต้องขับรถมาจากระยองทุก3วัน เพื่อมาตามคดีและดูแลลูกสาว10ขวบพร้อมกับแม่คนแก่ เนื่องจากอาศัยอยู่กันแค่2คน อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัดติดตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับทางด้าน นางปรานี สุขเกิด อายุ 29 ปี เพื่อนบ้านอีกหลังที่โดนเหมือนกับหลังดังกล่าวก่อน6วัน อยู่ภายในบ้านเลขที่ 237 ม.4 ต.เทนมัย์ อ.เมืองสุรินทร์ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยและสอบถามข้อมูล พร้อมขอรู้ภาพหลักฐาน

สัมภาษณ์ นางปรานี สุขเกิด อายุ 29 ปี (ชาวบ้านอีกหลังที่โดนขโมยทองและเผาบ้าน) เล่าว่า บ้านตนมีอาชีพขายปลานิล วันเกิดเหต 21 .ค.68 เวลา 04.30น. ตนกำลังจะออกไปขายปลานิลที่ตลาดสดเมืองสุรินทร์ เวลา 05.00น. ได้รับโทรศัพท์จากแม่ย่าว่า ไหไหม้ตู้เสื้อผ้าในบ้านบ้าน จงเร่งช่วยกับดับไฟ แต่พอตนเองกลับบ้านไปดูถึงกับเข่าทรุดทองคำ3บาทหายไป และเงินสดจำนวนหนึ่ง และมีเงินที่โดนไฟไหม้กว่า3แสนบาท หลังจากกเกิดเรื่องตอนได้ไปแจ้งความที่ สภ.เทนมีย์ และตนเองก็ตามหาทองตามร้านจำนำ จนได้ไปเจอทองของตนเอง ซึ่งตนเองจำได้ทั้งลายและน้ำหนัก จึงได้สอบถามร้านและได้ทราบต่อมาว่า คือคนเดี่ยวกันที่อยู่ในหมู่บ้านที่ตนเองสงสัย แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะเขายืนยันว่าทองเส้นนี้เป็นของเขา ตอนนี้คดีความก็ยังไม่สรุป และจับคนก่อเหตุไม่ได้ ชาวบ้านหลายคนต่างหวาดกลัว เกรงว่าโจรรายนี้จะไปตระเวนก่อเหตุ ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...