โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

หูฟังมีสารอันตราย!? สำรวจพบ 81 รุ่นเสี่ยงมะเร็ง-เป็นหมัน

Manager Online

เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 16.15 น. • MGR Online

น่าตกใจมากสำหรับคนที่ใช้หูฟังเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะฟังเพลง ประชุมงาน หรือออกกำลังกาย ล่าสุดมีข่าวใหญ่จากยุโรปว่า หูฟังทุกคู่ที่ทดสอบ มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนอยู่ในพลาสติกและวัสดุต่างๆ เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งบางชนิด และอาจเกิดปัญหาภาวะเจริญพันธุ์หรือภาวะมีบุตรยาก

การสำรวจโดยโครงการวิจัย ToxFree LIFE for All ซึ่งเป็นความร่วมมือขององค์กรภาคประชาสังคมในยุโรปกลาง ได้ทำการตรวจสอบหูฟังทั้งหมด 81 รุ่น ทั้งแบบครอบหูและแบบ in-ear ที่วางขายในตลาดยุโรปกลาง เช่น เช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สโลวีเนีย ออสเตรีย รวมถึงซื้อจากออนไลน์อย่าง Shein และ Temu

ผลการตรวจในห้องปฏิบัติการพบว่าหูฟังทุกคู่ที่ทำการทดสอบ ล้วนมีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนอยู่ในพลาสติกและวัสดุต่างๆ โดยสารหลักที่พบมากที่สุดคือ Bisphenol A หรือ BPA เบื้องต้นตรวจพบใน 98% ของตัวอย่าง

นอกจากนี้ยังมี Bisphenol S หรือ BPS ซึ่งเป็นสารทดแทน BPA พบในมากกว่า 75% สารทั้งสองตัวนี้เป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ทำให้พลาสติกแข็งแรง แต่ปัญหาคือความสามารถเลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายได้

นักวิจัยจึงเตือนว่าอาจนำไปสู่ผลกระทบระยะยาว เช่น ความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด ปัญหาภาวะเจริญพันธุ์หรือภาวะมีบุตรยาก ในเด็กหญิงอาจทำให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนวัยอันควร ในเด็กชายอาจทำให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังพบสารอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม เช่น Phthalates ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์, Chlorinated paraffins ที่ทดลองในสัตว์พบว่าทำลายตับและไต, สารหน่วงไฟ brominated และ organophosphate ที่ก็รบกวนระบบฮอร์โมนเช่นกัน

คาโรลิน่า บราบโคว่า (Karol237;na Brabcov225;) ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีของโครงการ บอกว่าสารเหล่านี้ไม่ได้แค่ “อยู่เฉยๆ” ในหูฟัง แต่สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังได้ โดยเฉพาะเมื่อใส่หูฟังเวลานาน มีเหงื่อ รวมถึงความร้อนจากร่างกายและสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างในประเทศไทย อาจจะยิ่งเร่งให้สารเหล่านี้ซึมซาบเร็วขึ้นก็ได้

ที่น่ากังวลคือ แม้ระดับสารในแต่ละชิ้นอาจยังอยู่ในเกณฑ์กฎหมาย แต่เมื่อสะสมจากหลายแหล่ง เช่น หูฟัง, ขวดน้ำ, พลาสติก, อาหารกระป๋อง และเสื้อผ้า) ก็อาจจะกลายเป็นภาวะที่ร่างกายได้รับในปริมาณรวมกันสูงขึ้น ทำให้ความเสี่ยงมะเร็ง และภาวะมีบุตรยากเพิ่มมากขึ้นในระยะยาว

ที่น่าสนใจคือโครงการ ToxFree เคยตรวจพบปัญหาคล้ายกันในจุกนมเด็กที่ระบุว่า “BPA-free” แล้วยังมีสาร BPA หลงเหลือ และยังพบสารพิษในกางเกงในผู้หญิงกว่า 33% ด้วย แสดงให้เห็นว่าปัญหาสารเคมีอันตรายในสินค้าอุปโภคบริโภคยังแพร่หลายมาก

สำหรับการสำรวจนี้ หูฟังแบรนด์ดังระดับโลกหลายยี่ห้อ เช่น Bose, Sony, Apple, Samsung, Sennheiser ก็ถูกตรวจพบสารเหล่านี้เช่นกัน ดังนั้นแม้จะเป็นรุ่นที่ขายในยุโรป แต่ส่วนประกอบมักคล้ายกันทั่วโลก ผู้ใช้หูฟังในไทยย่อมต้องระวังการใช้งานเป็นเวลานาน โดยเฉพาะตอนออกกำลังกายหรืออยู่ในที่ร้อน

ที่สุดแล้ว ผู้ใช้ควรพักหูฟัง โดยอย่าใส่ติดต่อกันนานเกิน 2-3 ชั่วโมง และรอติดตามหน่วยงานในไทย เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือกระทรวงสาธารณสุข ว่าจะมีมาตรการหรือคำเตือนเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีจำหน่ายในไทยจำนวนมาก.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...