GCAP GOLD จับตาสงครามการค้า “กรีนแลนด์” และคดีปลดกรรมการเฟด ดันราคาทองคำมุ่งสู่ ATH
GCAP GOLD เตือนตลาดผันผวนรับคำกล่าวสุนทรพจน์ "ทรัมป์" บนเวที Davos และมาตรการภาษีสินค้าพรีเมียมยุโรป 25% ศาลสูงสหรัฐฯ นัดพิจารณาปมปลด "ลิซา คุก" วันนี้ ชี้ชะตาความเป็นอิสระธนาคารกลางสหรัฐฯ และทิศทางดอลลาร์ ฝ่ายวิจัยแนะกลยุทธ์ย่อซื้อตามแนวรับสำคัญ 70,500 บาท หลังราคาทะยานรับแรงหนุนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และ GDP สหรัฐฯ
21 มกราคม 2569 - ตลาดทองคำโลกและราคาทองคำในประเทศยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นความขัดแย้งทางการค้าและแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ล่าสุด GCAP GOLD ระบุว่า ราคาทองคำกำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) ใหม่ ท่ามกลางภาวะการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ของนักลงทุนทั่วโลก
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินว่า สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำยังคงมีความได้เปรียบสูง เนื่องจากตลาดกำลังให้น้ำหนักกับมาตรการกำแพงภาษีที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ หากสหรัฐฯ และยุโรปไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในกรณี "เกาะกรีนแลนด์"
"ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปเพิ่มความเสี่ยงต่อการยกระดับความขัดแย้ง และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ของประเทศพันธมิตรในกลุ่ม NATO หลังทรัมป์ขู่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรปสูงสุดถึง 25% หากไม่สามารถซื้อกรีนแลนด์ได้สำเร็จ ประเด็นนี้กลายเป็นปัจจัยลบถาวรต่อสินทรัพย์เสี่ยงและเป็นแรงส่งสำคัญให้ทองคำพุ่งต่อ"
ปม "ทรัมป์ - เฟด": เดิมพันความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
จุดเปราะบางสำคัญที่ตลาดกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดในวันนี้ (21 มกราคม) คือการพิจารณาคดีของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เกี่ยวกับความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ในการปลด นางลิซา คุก (Lisa Cook) ออกจากตำแหน่งกรรมการเฟด โดยอ้างประเด็นความผิดพลาดในอดีต (Mortgage Fraud Allegations) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงข้ออ้างในการแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ย
"คดีของลิซา คุก ไม่ใช่เพียงเรื่องตัวบุคคล แต่สะท้อนถึงความเป็นอิสระของเฟดในอนาคต หากศาลชี้ขาดให้ทรัมป์มีอำนาจปลดกรรมการได้ตามใจชอบ จะเกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยที่อาจถูกสั่งการโดยฝ่ายการเมือง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์และเข้าหาทองคำเพิ่มขึ้น"
นอกจากนี้ ในช่วงค่ำของวันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงาน World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส ซึ่งคาดว่าจะมีการแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อนโยบายการค้า "America First" และอาจมีการส่งสัญญาณถึงตัวเลข GDP สหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน: จับจังหวะการย่อตัวเพื่อเป้าหมาย ATH
ฝ่ายวิจัย GCAP GOLD มีมุมมองเชิงเทคนิคว่าราคาทองคำกำลังสะสมกำลังเพื่อทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,900 - 4,980 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 71,700 - 72,500 บาท ต่อบาททองคำ โดยประเมินว่าแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง
สรุปแนวรับ-แนวต้านเชิงยุทธศาสตร์:
- แนวรับสำคัญ: $4,770 / $4,650 (ราคาทองไทย: 70,500 / 69,400 บาท)
- แนวต้านสำคัญ: $4,900 / $4,980 (ราคาทองไทย: 71,700 / 72,500 บาท)
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อบริเวณจุดสูงสุด โดยเน้นการ "ย่อซื้อ" เมื่อราคาอ่อนตัวลงมาแตะแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนจากถ้อยแถลงบนเวทีระดับโลกที่อาจทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรชั่วคราว (Profit Taking) ได้ตลอดเวลา