โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟิทช์ฯ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น `ลบ` พร้อมคงอันดับเครดิตที่ ‘BBB-’/‘AA-(tha)’

efinanceThai

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 10.31 น.

ฟิทช์ฯ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น ลบ พร้อมคงอันดับเครดิตที่ BBB-/AA-(tha)

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 17:30 น.

ฟิทช์ฯ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น "ลบ" พร้อมคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลต่างประเทศที่ BBB- ส่วนเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ AA-(tha)

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เป็น "ลบ"จาก "มีเสถียรภาพ"

- ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating: IDR) ที่ BBB- และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่AA-(tha)

- คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของบริษัท ที่ F1+(tha) อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิ (Senior Unsecured) ที่ BBB- อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินบาทที่ A(tha) และอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งออกโดยบริษัท จีซี ศูนย์บริหารเงิน จำกัด (GC Treasury Center Company Limited) ที่ BB

- แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สะท้อนความเสี่ยงที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Net Leverage) จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 4.0 เท่า ในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งเป็นระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต

- EBITDA Net Leverage ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10 เท่า ในปี 2568 จาก 8 เท่า ในปี 2567 จากกำไรที่อ่อนแอลงท่ามกลางวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกที่ยืดเยื้อ การปรับลดอัตราส่วนหนี้สินเกิดขึ้นช้ากว่าที่ฟิทช์คาด เนื่องจากกำไรที่อ่อนแอได้ลดทอนประโยชน์จากกระแสเงินสดสุทธิ (Free Cash Flow: FCF) ที่เป็นบวก และการชำระคืนหนี้อย่างต่อเนื่อง

- การคงอันดับเครดิตสะท้อนการประมาณการของฟิทช์ว่า อัตราส่วนหนี้สินจะปรับตัวดีขึ้นไปสู่ระดับที่สอดคล้องกับสถานะเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ของ PTTGC ที่ bb ภายในปี 2571 โดยการลดอัตราส่วนหนี้สินน่าจะได้รับการสนับสนุนจากการลดหนี้อย่างต่อเนื่อง การสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวก และการฟื้นตัวของภาวะอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

- อุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีความผันผวน: ฟิทช์คาดว่าภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วง 2 ปีข้างหน้า จากการเพิ่มกำลังการผลิตในเอเชีย การลดกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมยังไม่รวดเร็วเพียงพอที่จะช่วยลดภาวะอุปทานส่วนเกิน แม้ว่าการยืนยันการปิดโรงงานบางแห่งในเกาหลีและญี่ปุ่นจะเป็นสัญญาณความคืบหน้าเพื่อลดอุปทานส่วนเกินนี้

- ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกยังคงทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายทางที่สำคัญล่าช้า ปัจจัยท้าทายดังกล่าวได้กดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและทำให้กำไรของทั้งอุตสาหกรรมปรับลดลง

- ฟิทช์เชื่อว่า PTTGC น่าจะสามารถรองรับการหยุดชะงักของการจัดหาเชื้อเพลิงในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่านอาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและกดดันอัตราส่วนกำไรของ PTTGC ซึ่งไม่อยู่ในสมมุติฐานกรณีฐานของฟิทช์

- คาดว่า PTTGC จะดำเนินมาตรการเพื่อรับมือความท้าทายของภาคธุรกิจและปกป้องสถานะทางการเงิน รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการขายสินทรัพย์บางรายการ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสู่ช่วงกลางวัฏจักรยังต้องใช้เวลานาน

กำไรที่ฟื้นตัวล่าช้า: ฟิทช์คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของ PTTGC จะปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 หลังจากลดลงเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 (ปี 2567: 2.6 หมื่นล้านบาท) จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบที่อ่อนแอ ปริมาณขายที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และผลขาดทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างของบริษัทลูก Vencorex จำนวน 5.4 พันล้านบาท

- การปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA น่าจะได้รับแรงหนุนจากการไม่มีรายการพิเศษ (one-off) ค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับเข้มแข็ง ต้นทุนก๊าซที่ลดลงภายใต้รูปแบบการกำหนดราคาที่ปรับปรุงใหม่ของ PTTGC และการลดต้นทุน โดยประมาณการ EBITDA ดังกล่าวรวมการประหยัดต้นทุน 2 พันล้านบาท เทียบกับเป้าหมายของ PTTGC ที่ 4 พันล้านบาท

ความเสี่ยงด้านการลดอัตราส่วนหนี้สิน: ฟิทช์คาดว่า EBITDA Net Leverage จะอยู่ที่ 4.4-5.7 เท่า ในปี 2569 และ 2570 และจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 4.0 เท่า ได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2571 ฟิทช์คาดว่าการลดอัตราส่วนหนี้สินจะได้รับการสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2570 กระแสเงินสดที่เป็นบวก และการลดหนี้จากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

- ฟิทช์ยังไม่ได้รวมการขายสินทรัพย์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ในกรณีฐานการจัดอันดับเครดิต บริษัทอาจจะถูกปรับลดอันดับเครดิต หากการลดอัตราส่วนหนี้สินดำเนินไปช้ากว่าที่ฟิทช์คาด หรือการขายสินทรัพย์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน

ความพยายามในการลดหนี้สิน: PTTGC ได้ดำเนินแผนกลยุทธ์ในการลดหนี้สิน แม้ในสภาพแวดล้อมที่กำไรอ่อนแอ ผ่านการซื้อคืนหุ้นกู้ การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน การลดรายจ่ายจากการดำเนินงาน ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 8.5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2565

- ยังมีแผนที่จะขายสินทรัพย์ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาและดำเนินการ โดยบริษัทฯได้ประกาศแผนการขายสินทรัพย์รวม 3 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 9 พันล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2569 ฟิทช์ได้นำจำนวนดังกล่าวและหนี้สินเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องอีก 1 พันล้านบาท รวมไว้ในกรณีฐานการจัดอันดับเครดิต

- การขายสินทรัพย์ที่อยู่ในแผน อาจช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินปรับตัวดีขึ้นเร็วกว่ากรณีฐานของฟิทช์ โดยอาจทำให้อัตราส่วนหนี้สินลดลงเพิ่มอีกประมาณ 0.3-0.9 เท่า เมื่อเทียบกับกรณีฐานของฟิทช์

กระแสเงินสดที่เป็นบวก: ฟิทช์คาดว่า PTTGC จะมีกระแสเงินสดสุทธิ (FCF) เป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี 2569 และ 2570 ภายใต้สมมุติฐานว่าบริษัทฯสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ฟิทช์ประเมินว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 2.2 - 4.4 หมื่นล้านบาทต่อปี เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่คาดไว้ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และ 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 2570

- PTTGC มีแผนนำกระแสเงินสดที่เหลือเพื่อไปใช้ในการลดหนี้สิน โดยสมมุติฐานของฟิทช์รวมถึงการรักษาระดับเงินสดขั้นต่ำมากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

แรงจูงใจในการให้การสนับสนุนจาก ปตท. : การปรับอันดับเครดิตขึ้นสองอันดับจากสถานะเครดิตโดยลำพังของ PTTGC สะท้อนถึงแรงจูงใจของบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (อันดับเครดิตที่ BBB+/ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) ในการให้การสนับสนุนจากความสำคัญทางกลยุทธ์ (Strategic incentive) และความสำคัญทางด้านการดำเนินงาน (Operational incentive) แก่ PTTGC ในระดับปานกลาง

ในการให้การสนับสนุนแก่ PTTGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และเป็นผู้รับซื้อวัตถุดิบรายใหญ่ ปตท. ได้ให้การขยายเทอมการชำระเงินสำหรับการซื้อน้ำมันวัตถุดิบของ PTTGC ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โดยมีการใช้ไปแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และฟิทช์คาดว่า PTTGC จะเบิกใช้วงเงินที่เหลือในปี 2569

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...