โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบทั่วภูมิภาค น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 02.32 น.

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบทั่วภูมิภาค นำโดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในวันนี้ (9 มี.ค.) ปรับตัวลดลงอย่างหนักทั่วภูมิภาค โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 ส่งผลให้นักลงทุนเร่งเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

*ดัชนีนิกเกอิของตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดตลาดที่ระดับ 54,608.63 จุด ลดลง 1,012.21 จุด หรือ -1.82% ก่อนจะร่วงลงอย่างรวดเร็วในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย โดยปรับตัวลดลงถึง 3,382.63 จุด หรือ 6.08% มาอยู่ที่ระดับ 52,238.21 จุด สะท้อนแรงเทขายอย่างรุนแรงของนักลงทุน ขณะที่ ดัชนีฮั่งเส็งของตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ระดับ 25,075.74 จุด ลดลง 681.55 จุด หรือ -2.65% ส่วน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของตลาดหุ้นจีน เปิดที่ระดับ 4,098.70 จุด ลดลง 25.49 จุด หรือ -0.62%*

ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน โดย ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ร่วงลง 3.68% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ ดิ่งลงถึง 6.68% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องประกาศหยุดการซื้อขายสัญญาดัชนี KOSPI 200 เป็นการชั่วคราว หลังความผันผวนในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมัน WTI ทะยานทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง ได้แก่ คูเวต อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศปรับลดการผลิตน้ำมัน ภายหลังจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การปิดช่องแคบดังกล่าวสร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงานในตลาดโลก และอาจทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงเพิ่มขึ้น หลังสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านประกาศว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งการแต่งตั้งดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าระบอบการปกครองของอิหร่านยังคงยืนหยัดในแนวทางเดิม และไม่ให้ความสำคัญต่อแรงกดดันจากภายนอก

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เคยประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า สหรัฐต้องมีบทบาทในการกำหนดทิศทางผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน และระบุว่าเขาไม่อาจยอมรับให้โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศได้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองในตะวันออกกลาง และสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลกในระยะสั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...