"กรมพัฒนาธุรกิจการค้า" เปิดห่วงโซ่ "มะพร้าวน้ำหอมไทย" ต้นเหตุราคาผันผวนหนัก
วันนี้ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำและการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้ว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกในส่วนที่กรมฯรับผิดชอบ ล่าสุดตรวจพบข้อมูลบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี จำนวนทั้งสิ้น 15 บริษัท โดยบริษัทกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าผลไม้และเขตปริมณฑล ดังนี้ -จังหวัดราชบุรี 11 บริษัท -จังหวัดสมุทรปราการ 1 บริษัท -กรุงเทพมหานคร 1 บริษัท -จังหวัดปทุมธานี 1 บริษัท -จังหวัดสมุทรสาคร 1 บริษัท ทั้งนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ส่งข้อมูลของทั้ง 15 บริษัท ให้กับหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 7 หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากการตรวจสอบนิติบุคคลแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังพบข้อมูลบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย จำนวน 10 ราย ที่มีพฤติการณ์เชื่อได้ว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนหรือถือหุ้นแทนกลุ่มทุนต่างชาติใน 15 บริษัทข้างต้น ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง โดยได้ส่งรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีในระดับบุคคล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมไทยตกต่ำ โดยระบุว่าปัญหาเกิดจากสภาวะซับพลายล้นตลาดสวนทางดีมานด์ที่ลดลง ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ 3 ด้านหลักๆ ดังนี้ 1. ปริมาณผลผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไปในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญสภาวะเอลนีโญทำให้ผลผลิตลดลง แต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พ.ศ.2564 - 2568พบว่าภาคเกษตรกรรมมีการขยายตัวอย่างมาก โดยพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 235,903 แสนไร่ เป็น 305,706 แสนไร่ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 7 หมื่นไร่ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตปี 2568 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่กว่า 305,706 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า 2. ยอดส่งออกวูบ-เสียส่วนแบ่งการตลาดในจีน ในขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่การส่งออกกลับสวนทาง โดยในปี 2566 ไทยเคยสร้างรายได้จากการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 9,888.92 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ลดลงเหลือเพียง 6,456.52 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าเรากำลังมีปัญหาทั้งในฝั่งซัพพลายที่มากเกินไปและดีมานด์ต่างประเทศที่หดตัวลง" 3. โครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรมและการเข้ามาของทุนต่างชาติ จากการตรวจสอบโครงสร้างราคา พบส่วนต่างที่น่าสงสัย โดยราคาที่เกษตรกรได้รับอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อลูก เกรดมาตรฐานน้ำหนัก 1-1.2 กิโลกรัม แต่เมื่อผ่านกระบวนการคัดแยกและส่งออกไปถึงห้างสรรพสินค้าใน 6 เมืองหลักของจีน ราคาขายปลีกกลับพุ่งสูงถึง 8-12 หยวน หรือประมาณ 36-53 บาทต่อลูก ส่วนต่างราคานี้เป็นที่มาของการตรวจสอบว่า ราคาหน้าสวน 4-5 บาทนั้นเหมาะสมหรือไม่ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบการกระทำของทุนต่างชาติที่พยายามเข้ามาควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการเช่าที่ดินปลูกเอง การเป็นผู้รวบรวมหรือ ล้ง และผู้ส่งออก โดยใช้คนไทยเป็น นอมินี เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการทำลายกลไกการแข่งขันที่เสรี
ขณะที่แนวทางแก้ไข กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้วางแนวทางแก้ปัญหาในระยะสั้น-กลาง เพื่อช่วยกระตุ้นราคามะพร้าวน้ำหอมให้อยู่เหนือจุดคุ้มทุน แบ่งเป็นการแก้ปัญหาในภาคการเกษตร ที่จะมีระบบบริหารจัดการควบคุมการขยายพื้นที่ปลูก-ป้องกันมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด ส่วนภาคการผลิต จะบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกันทุกกลุ่มนักลงทุนโดยไม่มีข้อยกเว้น และตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น หรือ นอมินี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกกลุ่มผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันต้องมีการจัดระเบียบมาตรฐานสินค้า และปราบปรามสินค้าปลอม เพื่อปกป้องผู้ส่งออกไทย สำหรับภาคการตลาด จะรักษาตลาดเดิมให้ได้มากที่สุดและเพิ่มตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่ตลาดเดิมเริ่มซบเซา จะฟื้นฟูเพื่อให้ได้คำสั่งซื้อกลับคืนหรือเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการผูกขาดได้ในระยะยาวและจะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ในระยะถัดไปจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผล ลงพื้นที่ตรวจสอบไปยังผลไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น ทุเรียน หรือผลไม้ชนิดอื่นตามฤดูกาล เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรและผู้ส่งออกของไทยให้ได้มากที่สุด พร้อมกับยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การทำงานในช่วงที่มีกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบเท่านั้น แต่จะขยายผลและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง