โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้หรือไม่! “จีน” ลดถือครอง “พันธบัตรสหรัฐ” นานกว่า 10 ปี ตอกย้ำโลกเริ่มกระจายพอร์ต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 03.25 น.

รู้หรือไม่! "จีน" ลดถือครอง "พันธบัตรสหรัฐ" นานกว่า 10 ปี ขณะเดียวกันหลายประเทศเริ่มลดน้ำหนักสินทรัพย์สหรัฐ สะท้อนความกังวลภูมิรัฐศาสตร์-ทิศทางนโยบาย

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ภาวะอ่อนตัวของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) หลังจากมีรายงานว่าจีนเรียกร้องให้ธนาคารในประเทศจำกัดการถือครองพันธบัตรสหรัฐเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ทว่ากลับทำให้ตลาดหันมาให้ความสนใจกับแนวโน้มที่จีนทยอยลดการถือครองหนี้สหรัฐต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี และปลุกความกังวลว่าอาจนำไปสู่การถอยห่างในวงกว้างของนักลงทุนทั่วโลกจากตลาดหนี้สหรัฐ

ข้อมูลชี้ว่า จีน ซึ่งเคยเป็นเจ้าหนี้ต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลสหรัฐ ได้ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลงเกือบครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2556 ทำให้นักลงทุนมองว่าข่าวล่าสุดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวโน้มเดิม และไม่ใช่สัญญาณช็อกใหม่ของตลาด

ความเสี่ยงที่แท้จริงในมุมมองนักลงทุน คือความเป็นไปได้ที่นโยบายซึ่งยากจะคาดเดาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยิ่งสร้างความแปลกแยกต่อพันธมิตรของสหรัฐ และกระตุ้นให้ผู้ให้กู้รายใหญ่แบบดั้งเดิมอย่างยุโรปและญี่ปุ่น เดินตามรอยจีนในการลดถือครองหนี้สหรัฐ อย่างไรก็ดีจนถึงขณะนี้ ความต้องการจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่า การลดสัดส่วนของจีนอาจเป็นข้อยกเว้นมากกว่ากฎสำหรับตลาดโลก

ตลาดหนี้สหรัฐยังทำงานได้ปกติ

แม้จะมีช่วงผันผวนเป็นระยะ แต่ตลาดพันธบัตรสหรัฐยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น ส่วนต่าง bid-ask อยู่ในระดับต่ำ ความผันผวนต่ำสุดในรอบหลายปี และการประมูลพันธบัตรดำเนินไปอย่างราบรื่น

เมื่อวันจันทร์ ราคาพันธบัตรร่วงลงชั่วคราว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นราว 5 เบซิสพอยต์ แต่ภายในวันอังคาร อัตราผลตอบแทนกลับมาลดลงอีกครั้ง หลังนักลงทุนหันไปจับตารายงานตัวเลขจ้างงาน และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลาง จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

Bob Michele ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนและหัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ทั่วโลกของ JPMorgan Asset Management ระบุว่า จีนค่อย ๆ ลดการถือครองพันธบัตร และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นมานานแล้ว แต่ในเวลานี้ “สิ่งที่เห็นชัดคือ ความสนใจในพันธบัตรสหรัฐยังคงมีอยู่”

ทำไมจีนกังวลกับการถือครองหนี้สหรัฐ

รายงานของ Bloomberg ระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลของจีนกังวลว่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในปริมาณมาก อาจทำให้ธนาคารเผชิญความผันผวนของมูลค่าอย่างรุนแรง จึงแนะนำให้สถาบันการเงินจำกัดการซื้อ และให้ผู้ที่มีสัดส่วนสูงลดพอร์ตลง

ขณะเดียวกันดุลการค้าส่วนเกินระดับประวัติการณ์ของจีนที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทและธนาคารเลือกนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า แทนการนำเงินกลับประเทศ

Stephen Jen ผู้ร่วมก่อตั้ง Eurizon SLJ Capital มองว่า ในบริบทที่จีนและสหรัฐเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น การปล่อยกู้ให้กับคู่แข่งหลักอย่างรัฐบาลสหรัฐ ย่อมเป็นสิ่งที่ปักกิ่งลังเลมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างจากยุโรปและประเทศอื่น ๆ

ความกังวลยิ่งเพิ่มขึ้นหลังทรัมป์ส่งสัญญาณต้องการครอบครองกรีนแลนด์ในเดือนมกราคม ทำให้กองทุนบำนาญเดนมาร์ก AkademikerPension ประกาศขายพันธบัตรสหรัฐ มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนบำนาญดัตช์ Stichting Pensioenfonds ABP ลดการถือครองลงราว 10,000 ล้านยูโร เหลือ 19,000 ล้านยูโรในช่วง 6 เดือนถึงกันยายน

นอกยุโรป อินเดียลดการถือครองลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี เพื่อพยุงค่าเงินและกระจายเงินสำรอง ส่วนบราซิลก็ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐระยะยาวเช่นกัน

Damien Loh ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Ericsenz Capital กล่าวว่า แนวโน้มโดยรวมชัดเจนว่า ผู้ลงทุนที่ไม่ใช่สหรัฐทั้งภาครัฐและเอกชน กำลังลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐฯ โดยเฉพาะ Treasuries

ยังไม่ถึงขั้นคว่ำบาตรการซื้อ

แม้การถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยต่างชาติจะทำสถิติสูงสุดที่ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน แต่สัดส่วนต่อหนี้รวมกลับลดลง เหลือราว 31% จากประมาณ 50% ในต้นปี 2558 สะท้อนว่าการซื้อไม่ทันกับอัตราการก่อหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ

Jim O’Neill อดีตประธาน Goldman Sachs Asset Management มองว่า กระแสกังวลเรื่องต่างชาติเทขายหนี้สหรัฐ เป็นประเด็นที่ถูกขยายเกินจริง เพราะตราบใดที่สหรัฐยังขาดดุลการค้า ดอลลาร์ก็จะไหลออกไปต่างประเทศ และประเทศเหล่านั้นต้องหาที่ลงทุน ซึ่ง Treasuries ยังเป็นตัวเลือกหลัก

จีนอาจถือครองมากกว่าที่ตัวเลขทางการระบุ

Brad Setser นักวิชาการอาวุโสจาก Council on Foreign Relations ประเมินว่า จีนอาจถือครอง Treasuries จริงเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขทางการของสหรัฐที่ระบุราว 683,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากจีนอาจย้ายสินทรัพย์ไปถือผ่านผู้ดูแลทรัพย์สินในยุโรป เช่น เบลเยียม ซึ่งมีการถือครองพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่านับตั้งแต่ปี 2560 เป็น 481,000 ล้านดอลลาร์

ด้านEswar Prasad ศาสตราจารย์จาก Cornell University และอดีตหัวหน้าฝ่ายจีนของ International Monetary Fund ระบุว่า ธนาคารกลางจีน หรือ People’s Bank of China แทบไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก เพราะขาดแคลนสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูงในสกุลเงินอื่น

“เป็นไปได้ยากมากที่จีนจะกระจายการลงทุนออกจากพันธบัตรสหรัฐ ได้มากเท่าที่ตัวเลขทางการบ่งชี้” Prasad กล่าว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...