โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นรับสร้างบ้าน ปี’69 KS ชู 3 บิ๊กดีเวลอปเปอร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 01.42 น.

ธุรกิจรับสร้างบ้านที่ผ่านมา เผชิญความท้าทายค่อนข้างมากต่อเนื่องมาหลายปี อย่างไรก็ดี ในเดือน พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีกิจกรรมเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ในระดับสูงสุดของปี 2568 ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ได้วิเคราะห์หุ้นกลุ่มนี้

โดยอ้างถึงตัวเลขของ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ที่รายงานจำนวนยูนิตที่อยู่อาศัยใหม่เปิดตัวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดือน พ.ย. ที่ 6,018 ยูนิต เพิ่มขึ้น 12% จากเดือนก่อนหน้า (MOM) ใกล้เคียงกับระดับสูงสุดของปี 2568 ในเดือน ก.ย. แต่ลดลง 42% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) จากเดือนที่สูงสุดในปี 2567 มูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นถึง 89% MOM แต่ลดลงเพียง 21% YOY เป็น 6.22 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเดือนสูงสุดของปี 2568 และหนุนราคาขายเฉลี่ยต่อยูนิต เพิ่มขึ้น 69% MOM และ 36% YOY เป็น 10.3 ล้านบาท

หลัก ๆ หนุนจากกลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีระดับราคาสูงที่ราคาเฉลี่ย/ยูนิตปรับขึ้นอย่างมาก โดยบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่ ครองส่วนแบ่งตลาด ในแง่ของจำนวนยูนิตใหม่และมูลค่าการเปิดตัวในเดือน พ.ย. 2568 บ้านเดี่ยวมีส่วนแบ่งการตลาด 38% (2,259 ยูนิต) และ 52% (4.21 หมื่นล้านบาท) ตามลำดับ

รองลงมา คือคอนโดมิเนียมที่มีสัดส่วน 34% (2,058 ยูนิต) และ 18% (1.12 หมื่นล้านบาท) โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่จากบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่อย่าง บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC), บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP), บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH), บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ (CI) ครองส่วนแบ่งการตลาดหลักของยูนิตบ้านเดี่ยวใหม่ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของบ้านเดี่ยวในเดือนนี้เพิ่มขึ้น 36% MOM และ 16% YOY เป็น 18.6 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน โครงการคอนโดฯใหม่ระดับลักเซอรี่บางโครงการจากบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่น Intercontinental Residences Bangkok Asoke และ Refyne Ari ช่วยหนุนราคาขายเฉลี่ยของคอนโดฯใหม่ในเดือน พ.ย. ให้เพิ่มขึ้น 53% MOM และ 10% YOY เป็น 5.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี อัตราการขาย (Take-up Rate) ของโครงการเปิดตัวใหม่ในเดือน พ.ย. 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 10.6% จาก 29.2% ในเดือน พ.ย. 2567 และ 22.9% ในเดือน ต.ค. 2568 โดย Take-up Rate ที่สูงกว่าของโครงการแนวราบระดับราคาที่เข้าถึงได้ (2-3 ล้านบาท) และคอนโดมิเนียมระดับราคาที่เข้าถึงได้ถึงระดับกลาง (2-10 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับกลุ่มราคาอื่น ๆ สะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อราคาของผู้ซื้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

โดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครองสัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 94% ของจำนวนยูนิต และ 89% ของมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด โดย AP, SPALI, บมจ.แสนสิริ (SIRI), บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ CI รวมกันคิดเป็น 63% ของมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มธุรกิจนี้ แม้แนวโน้มธุรกิจจะยังคงมีความท้าทายอย่างมาก แต่มูลค่าหุ้นที่ไม่แพง ประกอบกับอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูงยังคงหนุนมุมมองของ บล.กสิกรไทย ขณะที่การควบคุมอุปทานที่เข้มงวด ซึ่งคาดว่าจะเห็นชัดในปี 2569 จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดระดับการแข่งขันลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในปี 2569 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 บล.กสิกรไทย ยังคงให้น้ำหนักกับบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่และมีความเคลื่อนไหวสูง ซึ่งมีความได้เปรียบด้านแบรนด์และการประหยัดต่อขนาดเมื่อเทียบกับรายอื่น โดยแนะนำหุ้นเด่น คือ AP, SC และ SIRI

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นรับสร้างบ้าน ปี’69 KS ชู 3 บิ๊กดีเวลอปเปอร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...