'ศึกษิษฏ์' ย้ำ พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกรณีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี 112
ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (22 มกราคม 2569) ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ เราพยายามหาทางแก้ไขโดยให้เกิดความขัดแย้งในสังคมน้อยที่สุด เพราะเราเชื่อว่าด้วยวิธีนี้จะทำให้มีโอกาสเกิดความสำเร็จขึ้นจริงมากที่สุด และเร็วที่สุด
ดังนั้นแทนที่จะมัดทั้งหมดรวมกันเป็นก้อนเดียว แทนที่จะเสี่ยงว่าถ้าพลาดก็พังทั้งหมดช่วยใครไม่ได้เลย เราเลือกที่จะแยกนิรโทษกรรมเคสที่เป็นนักโทษการเมืองไปก่อนชุดหนึ่ง และเลือกจะช่วยผู้ต้องหาในเคสที่เป็นที่ถกเถียงด้วยวิธีอื่น
พรรคเพื่อไทยเดินหน้าดูแลนโยบายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวข้องหรือมีแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบหลายพันคน และยืดเยื้อยาวนานมากว่า 20 ปี ในจำนวนนี้มีคดีที่เกี่ยวกับความผิดอาญา 112 จำนวนหนึ่ง และเป็นเด็กและเยาวชนอีกจำนวนหนึ่ง
หลักการของเราคือ การนิรโทษกรรมเป็นเรื่องที่ควรกระทำ แต่จะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในสังคมเพิ่มเติม เพราะหากทำด้วยวิธีที่เกิดความขัดแย้งเพิ่มนั้น มันจะทำให้การแก้ปัญหาเดินหน้าต่อไปไม่ได้เลย และอาจไปปิดทางที่จะถกเถียง หาทางแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ
เมื่อหลายฝ่ายเห็นว่า ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม 2 ร่างที่มีการมัดรวมคดี 112 เข้าไปด้วยนั้น จะต้องมีข้อถกเถียงในสังคมเป็นวงกว้าง และจะไม่ผ่านในชั้นวุฒิสภาอย่างแน่นอน เราคิดว่าถ้าเรายังดึงดันผลักดันร่างนี้ ก็เหมือนการจับนักโทษการเมืองทั้งหมดเป็นตัวประกัน เพียงแค่อยากจะแสดงจุดยืน แต่ผลจะทำให้ไม่มีใครได้รับการนิรโทษกรรมเลย เราจึงเลือกที่จะสนับสนุนร่างที่ไม่มี 112 เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องคดีอื่นก่อน ให้ผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองส่วนใหญ่ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ด้วยวิธีที่เป็นไปได้มากที่สุด รวมถึงในชั้นกรรมาธิการ เราก็ใช้การตัดสินในแนวทางเดียวกัน
และในขณะที่เราผลักดันการนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองส่วนใหญ่ เราก็ได้หาทางอื่นในการช่วยเคสซึ่งเป็นที่ถกเถียงไปพร้อมๆกัน
เราตระหนักดีถึงผลกระทบต่อผู้ต้องคดี 112 และโดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ว่าพวกเขาควรจะได้รับโอกาส แต่เรารู้ว่าถ้าเราใช้วิธีการออกกฎหมายโดยสภา สภาจะไม่ยอมให้นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับ 112 แน่ ต่อให้ดึงดันให้ผ่านไปด้วยเสียง สส. ก็ไม่อาจผ่านเสียงของ สว. และต้องถูกส่งไปตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ เราจึงพยายามหาทางช่องทางอื่นที่สามารถช่วยพวกเขาได้นอกเหนือจากทางตัน
กรรมาธิการจึงต่อสู้และหาทาง เพื่อให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง (ทั้ง 112 และคดีอื่นๆด้วย) มีสิทธิเสนอเรื่องสู่กรรมการฯเพื่อขอเข้ากระบวนการ เช่น หากยังไม่ถูกฟ้อง กรรมการก็จะส่งเรื่องไปที่พนักงานอัยการพิจารณาไม่ดำเนินคดี หรือหากคดีอยู่ในชั้นศาล ศาลก็จะใช้ดุลพินิจชะลอการดำเนินคดีหรือรอการกำหนดได้
โดยกระบวนการนี้ไม่ได้เติมหรือเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือแทรกแซงฝ่ายตุลาการ แต่เป็นไปภายใต้กรอบกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาเด็ก และเยาวชน โดยไม่ขัดหรือแย้งหลักการที่ผ่านสภาใหญ่แต่อย่างใด และเชื่อว่าในชั้น สว. ก็จะไม่ถูกขัดขวาง ซึ่งจะมีผลให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ไม่ต้องมีโทษหรือได้รับโทษ แม้จะเป็นคดีที่เกี่ยวกับ 112 ก็ตาม
ในบัญชีแนบท้าย กรรมาธิการยังได้ขยายเพิ่มฐานความผิดเพิ่มเติมจากเดิมอีก 13 เรื่อง เพื่อครอบคลุมให้กว้างขวางที่สุด และเราก็แน่ใจว่ากรรมการตามกฏหมาย จะยื่นโอกาสให้กับเยาวชนและเยียวยาบาดแผลจากความขัดแย้งไปสู่ทุกกลุ่ม ทุกสี ทุกค่ายได้ ตามเจตจำนงของ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ผ่านทั้ง 3 วาระในชั้น สส. แล้ว ไปอยู่ที่ชั้น สว. และถ้าเราได้เข้าไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็จะทำงานร่วมกับพรรคร่วมอื่นๆ ให้เห็นชอบผลักดันร่างนี้ต่อไป
ย้ำอีกครั้ง นี่เป็นวิธีการทำงานของพรรคเพื่อไทย ที่เน้นไปที่การหาทางออกร่วมกัน และหาวิธีที่สามารถทำให้เป็นจริงที่สุดในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะมีเยาวชนที่ต้องโทษอยู่จริงๆ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การสื่อสารอุดมการณ์หรือภาพลักษณ์ของเรา แต่เราเลือกวิธีที่เป็นไปได้มากที่สุด เพื่อมุ่งช่วยเหลือคนจริงๆ
ผมคิดว่าสังคมก็ต้องมานั่งพูดคุยกันเพื่ออำนวยการให้เกิดความยุติธรรมโดยไม่สร้างความขัดแย้งต่อไป ไม่ใช่การตัดแปะข้อมูลเป็นชิ้นเป็นส่วนแล้วมาสร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด นี่เป็นครั้งที่ 2 ติดๆกันแล้วที่เพจนี้มีความพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำอะไร
ผมติดตามเพจนี้มานานแล้ว สมัยก่อนจะมีอธิบายข้อมูลที่ครบถ้วนกว่านี้ ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเพจนี้มีจุดประสงค์อะไรเหมือนกัน