โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน” ลุยโคราชขึ้นเวทีขอชาวโนนสูง-พิมาย-เฉลิมพระเกียรติ เลือก "ทวิรัฐ" หยอดหวานใช้ชีวิตปากช่อง 20 ปี

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ลุยโคราชขึ้นเวทีขอชาวโนนสูง -พิมาย-เฉลิมพระเกียรติ เลือกตั้ง "ทวิรัฐ" หยอดหวานใช้ชีวิตปากช่อง 20 ปี ถือเป็นนายกฯคนโคราชด้วย เว้าอีสานถามชาวบ้าน “เปิดด่านบ่” ปชช.ตอบกลับทันที “ปิด”บอกจัดไป หยอดขอมีวาสนารับใช้ปชช.สัญญาทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หากเลือกภท.

วันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลาราชการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครสส. นครราชสีมา 3 เขตเลือกตั้ง นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 5 นายโกศล ปัทมะ เขต 6 และนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 16 ซึ่งภารกิจวันเดียวกันนี้นายอนุทิน เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน งจ 191 นครราชสีมา

โดยจุดแรกที่อาคารโดม เทศบาลตำบลโนนสูง อ.โนนสูง นายอนุทิน ลงพื้นที่จุดช่วยหาเสียงให้นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 5 โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ บิดานายทวิรัฐ มาให้กำลังใจ และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนำพรรคภท.และในฐานะผู้สมัครสส.นครราชสีมา เขต 10 รวมถึงผู้สมัครสส.นครราชสีมา ของพรรคภท.มาร่วมด้วย เมื่อมาถึงนายอนุทินเดินทักทายและถ่ายภาพร่วมกับประชาชน

จากนั้น นายอนุทิน กล่าวปราศรัยว่า วันนี้ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับตนและคณะด้วยความอบอุ่นยิ่งมาที่นี่วันนี้ก็ต้องถือว่ามาครั้งแรกในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยังไม่เคยมีผู้แทนจากอ.โนนสูงเลย แต่แถวอ.พิมายมีบ้างและอ.เฉลิมพระเกียรติเคยมีบ้าง แต่อ.โนนสูงยังไม่เคยมีแต่ครั้งนี้มีการรวมเขตใหม่เป็นอ.โนนสูง อ.พิมาย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ เขตเลือกตั้งที่ 5 ก็ต้องขอว่าครั้งนี้พ่อแม่พี่น้องมอบสส.ให้กับพรรคภท.เป็นครั้งแรกได้ไหม โดยประชาชนตอบว่า ได้

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เราไม่ใช่มาขอท่านแล้วบอกว่าเอาใครมา ท่านไม่รู้จักเราก็พยายามทุกวิถีทางที่จะหาผู้สมัครที่มีความสามารถมากที่สุดและมีความรู้มีพื้นฐานที่ดีที่จะมาทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องของทั้ง 3 อำเภอนี้ ตนคิดแล้วคิดอีก ขอแล้ว ขออีกไปคุยกับพ่อ คือ นายวิรัช และแม่ คือ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ซึ่งรู้จักกันมานาน สุดท้ายท่านทั้ง 2 ก็ใจอ่อน
น้องคลัง ชื่อเป็นมงคลนาม เพราะถ้าคลังมาเป็นผู้แทน พี่น้องจะได้มีคลังใหญ่ร่ำรวยกันทั่วหน้า

“ความจริงผมไม่ใช่คนอื่นไกล ผมมาใช้ชีวิตอยู่ที่ปากช่อง 20 กว่าปีแล้วเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นคนโคราชได้และก่อนหน้านี้อยู่กับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ และเคยเป็นลูกน้องนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ทำงานการเมืองเริ่มต้นมาด้วยกัน ฉะนั้นโคราชกับผมไม่ใช่จังหวัดที่ไม่ได้คุ้นเคยกันและตั้งแต่นั้นมา เราก็มีผู้แทนโคราชมาตลอด ยกเว้นที่อ.โนนสูง แต่เที่ยวนี้มาขอให้พ่อแม่พี่น้อง ได้พิจารณา แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านที่มาที่นี่ก็คงพิจารณาแล้วและตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ว่าจะให้คลังเป็นผู้แทนของท่านหลังวันที่ 8 ก.พ. โคราชเป็นจังหวัดที่ผมเติบโตและผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุนให้เข้ามาทำงานทางการเมืองหลายท่านอยู่ที่โคราช
พี่น้องชาวโคราชเคยมีนายกฯ ตอนนั้นคนโคราชมีความภาคภูมิใจทุกครั้งที่บอกโคราชมีนายกฯ นายกฯคนโคราชชื่อพล.อ.ชาติชาย ทุกท่านพูดด้วยเสียงดังและมีความภาคภูมิใจ วันนี้ถ้าท่านจะพูดก็ไม่ผิดนะว่านายกฯประเทศไทยก็อยู่โคราชเหมือนกันอยู่ปากช่องนี่เอง ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าภูมิใจไทยจะมีถิ่นกำเนิดตั้งแต่แรกอยู่ที่จ.บุรีรัมย์ แต่เราถือว่าเราเป็นอีสานใต้ด้วยกัน เราถึงมีคำเรียกว่านครชัยบุรินทร์ ถือเป็นจังหวัดอีสานใต้ เวลาเราจะพัฒนาเศรษฐกิจพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของกลุ่มจังหวัด เราไปเจริญอยู่จังหวัดเดียวไม่ได้ยังไงโคราชก็ยังเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุด ที่จะต้องมีความสำคัญที่จะต้องเป็นศูนย์รวมของทางเศรษฐกิจการขนส่ง

“ผมเข้ามา 3-4 เดือนถือว่าโชคดี ที่ผมมีพี่น้องชาวโคราช มีพี่น้องชาวบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อีสานใต้ที่อยู่แนวเขตกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะช่วงหลังไม่ค่อยได้เป็นเพื่อนบ้านเท่าไหร่เป็นศัตรูบ้านมากกว่า แต่ผมมั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างผมทุกคน ผมถึงกล้าตัดสินใจให้ฝ่ายกองทัพเขาต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเรา วันนี้ขอประกาศว่าในช่วง 4 เดือนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพทวงคืนพื้นแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมาเป็นของไทยอย่างเรียบร้อย ตรงไหนถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าใครจะไปซ่อนตรงไหน มาลอบทำลายพวกเรา” นายอนุทิน กล่าว

ต่อมานายอนุทิน ถามชาวบ้านที่มาฟังปราศรัยว่า อยากเปิดด่านหรือปิดด่าน ใครอยากเปิดด่านยกมือขึ้น ปรากฏว่าไม่มีประชาชนที่มาฟังการปราศรัยด้านล่างเวที ไม่มีใครยกมือ ก่อนนายอนุทินจะพูดต่อว่าประชาชนไม่ให้เปิดแล้วใครจะกล้าเปิด ก่อนที่นายอนุทิน จะพูดเป็นภาษาอีสานว่า “ให้เปิดบ่” ประชาชนตอบกลับว่า ปิด ซึ่งนายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตามนั้น จัดไป ตั้งแต่ปิดด่าน กลุ้มใจ ถ้าเปิดด่านคนไทยค้าขายชายแดนอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ประโยชน์ตกอยู่กับไทยล้วนๆ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ช่วงนี้เดินทางต่างประเทศเจรจาค้าขายข้าว เขามาบอกตนว่าท่านนายกฯ ท่านหัวหน้า เราไม่มีข้าวเถื่อนแล้วประเทศไทยเรากำลังไปขายข้าวให้ต่างชาติ เราบอกเขาได้เต็มที่ว่าฉันจะขายเฉพาะข้าวที่คุณกินเป็นข้าวเท่านั้น ไม่ใช่เอาข้าวไปทำแป้ง ไม่ใช่เอาข้าวไปทำอาหารสัตว์ ต้องเป็นข้าวที่เอาให้ประชาชนในประเทศของคุณมันจะถึงมีราคา วันนี้เราไปที่ไหนเราบอกได้เลยว่าเราขายความมั่นคงทางอาหาร มีการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติมีนายกรัฐมนตรี ประเทศหนึ่งพูดว่าจากนี้ไปถ้าประเทศไหนไม่มี 3 สิ่งนี้ไม่สามารถยืนอยู่ได้บนเวทีโลกจะต้องโดนเขากดขี่ตลอดเวลา ซึ่ง 3 สิ่งคือ 1. ความมั่นคงทางการทหาร 2. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และ 3. ความมั่นคงทางอาหาร ใน 3 ข้อนี้ พี่น้องทหารโชว์ให้เราเห็นแล้วว่าใครมายุ่งกับประเทศเราเป็นอันขาด ทุกวันนี้หลายท่านกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้ เพราะมั่นใจว่าเรามีคนดูแลอย่างเต็มที่แล้ว ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยจะทำให้สามารถเติมเต็มได้ทั้ง 3 ปัจจัย และเราก็จะอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีไม่มีใครกดขี่เราได้ ไปเจรจาการค้าที่ไหน ไปทำอะไรที่ไหนเราก็สามารถที่จะพูดและรักษาประโยชน์ของประเทศของเราให้ได้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ภาคภูมิใจ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า โครงการคนละครึ่งพลัส
เฟส 1 ผ่านไปแล้ว เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไปเฟส 2 ก็กลับมาหาท่านคำว่า พลัส พลัส พลัส ไม่มีวันหยุด มีสิทธิประโยชน์มากมายเพิ่มมากขึ้น โครงการนี้ไม่ได้เป็นการแจกเงิน และไม่ได้เป็นการเอาเงินไปให้เฉย ๆ ถ้าพ่อแม่พี่น้องไม่จ่ายรัฐก็ไม่ต้องสมทบ ดังนั้นต้องเกิดการกระตุ้นให้พ่อแม่พี่น้องอยากใช้จ่าย เขาแจกเงินท่านเฉย ๆ คนละ 10,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารแล้ว เจ้าหนี้มายืนรอหน้าตู้เอทีเอ็มตอนเงินเข้า 10,000 บาท บังคับให้เรากดแล้วคืนเขา เราได้ใช้เงินไหม และหากเราติดเขา 20,000 บาท เรายังเป็นหนี้เขาอีก 10,000 บาท ด้วยซ้ำ อีกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็เท่าตัวแล้ว เราไม่สนับสนุนให้เกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น โครงการคนละครึ่งพลัส ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะทำต่อไปตรงนี้ไม่มีเรื่องเงินสด และในส่วนของพ่อแม่พี่น้องที่ไม่สามารถเข้าโครงการคนละครึ่งพลัสได้ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ต้องไปกรอกในบัตรประชาชน เราก็จะให้ได้ใช้สอย โดยการเติมจำนวนเงินเข้าไปในบัตรประชารัฐ เพราะฉะนั้นความเท่าเทียมมันเกิดขึ้นทุกคนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ โดยที่รัฐบาลไม่ได้ถือว่าเป็นภาระใด ๆ ทั้งสิ้น

“คุณพ่อ (นายวิรัช) บารมีขนาดไหน วันนี้ท่านเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่ยังมา คนนี้หายใจเข้า หายใจออกเป็นโคราชอยู่แล้ว
ขอให้ความไว้วางใจ อย่าลืมเขตประเทศไทย 37 อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อพวกเราไปทำงานร่วมกัน สุดท้ายผมให้คำมั่นสัญญาว่าสิ่งที่เป็นกำลังใจ เป็นความเมตตา ความไว้เนื้อเชื่อใจของพี่น้องที่มีต่อพวกผมให้เข้าไปทำงานรับใช้บ้านเมือง รับใช้พี่น้องประชาชนให้ไปเป็นรัฐบาล พวกเราจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ไม่รู้จักเหน็ด ไม่รู้จักเหนื่อย เพราะพวกเราต้องการให้ท่านเลือกเราอีกหลาย ๆ ครั้ง และทุกครั้งในอนาคต ขอให้พวกเราได้มีวาสนาในการรับใช้ท่านทุกคนตลอดไป ” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ ลั่น ปฏิบัติการสลายหมอกเชียงดาว ขรก. ตั้งใจทำผิด กม. ชัด โทษหนักกว่าคนปกติ บอก 4 เดือน จัดการอาชญากรรมทุกกระบวนการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีอธิบดีกรมการปกครอง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 5 หน่วยงานเปิดปฏิบัติการสลายหมอกเชียงดาว นำหมายจับเข้าจับกุมปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่เทศบาล ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รวม 6 ราย จากกรณีการสวมสิทธิ ใบถิ่นที่อยู่ถาวร กลุ่มชาติพันธุ์ และสัญชาติไทย ให้ต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย ว่า ตนบอกแล้วว่าปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ตามที่ตนได้พูดไว้ว่าพูดแล้วทำ ที่เคยบอกในเรื่องการจับยาเสพติด ตนก็ดำเนินการไปในช่วงเวลา 4 เดือนนี้ 330 ล้านเม็ดแล้ว เป็นยาบ้ามูลค่าหมื่นล้าน ยังไม่รวมยาไอซ์ ยาอี เฮโรอีน และอื่น ๆ อีก ส่วนเรื่องของสแกมเมอร์ ก็ทั้งยึดทรัพย์และดำเนินคดี เพิกถอนสัญชาติ และเนรเทศ ซึ่งมีครบทุกกระบวนการ ในเรื่องของการก่ออาชญากรรม การพนัน และอาชญากรรมไซเบอร์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมทางการเงิน ก็สามารถดำเนินคดีแทบไม่หวาดไม่ไหว

เมื่อถามว่า มีการสั่งให้ขยายเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ใครทำผิดไม่ต้องขยายผลหรอก คนที่รับผิดชอบเขามีหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานการเชื่อมโยงเกี่ยวกับสแกมเมอร์ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนให้นโยบายไปแล้วว่าการปฏิบัติเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า อยากฝากเตือนอะไรข้าราชการ ที่ยังกระทำความผิดอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องเตือนหรอก พวกเขาทราบดีว่าถ้าเขาทำผิดเขาจะโดนอะไร ทุกคนที่เป็นข้าราชการถ้ามาถึงระดับปลัดอำเภอ นายอำเภอ เขาทราบกันดี และนี่ ก็ง่ายสำหรับตนอีกเหมือนกันในการที่จะให้นโยบาย และการให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติการ ซึ่งพวกนี้รู้หมด ถ้าเลือกที่จะเดินผิดซอย หรือถ้าเลือกที่จะเดินไปในทางที่ไม่ดี ก็ไม่สามารถที่จะมาบอกว่าไม่รู้ ไม่ทราบ หลงผิด ซึ่งไม่ใช่ และนี่เป็นการตั้งใจทำผิด โดยเฉพาะถ้ายิ่งเป็นข้าราชการ เป็นผู้มีอำนาจ ในการที่จะอนุมัติอะไรด้วยแล้ว ในทางกฎหมายก็เขียนชัดเจนว่า จะต้องได้รับโทษเพิ่มมากกว่าคนปกติด้วยซ้ำ จะทำเต็มที่

เมื่อถามว่า เห็นว่านายกฯจะแถลงเรื่องนี้ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกฯตอบว่า เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมการปกครอง ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ให้นโยบาย อย่างนี้ตายเลยถ้าต้องไปรู้รายละเอียดทุกอย่าง นโยบายของตนคือ ห้ามมีการทำผิดกฎหมาย ห้ามมีการคุกคามผู้คน ห้ามทำสแกมเมอร์ ห้ามทำบ่อน ยาเสพติด ซึ่งเขาก็ทำตามนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี

เมื่อถามว่า ถ้าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล คิดว่าเรื่องส่วยสัญชาติ การทุจริตของข้าราชการ จะหมดไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เราก็ต้องพยายามทำทุกอย่าง ที่เป็นอุปสรรค ไม่ให้เขาทำผิด จะหมดไปหรือเปล่า เราก็ไม่รู้จะไปวัดตรงไหนว่าหมดหรือยัง แต่ถ้าทำเป็นโดนแน่ แค่นี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อยู่แล้ว

“อนุทิน” มั่นใจรอบนี้ ภท.เจาะโคราชได้เก้าอี้เพิ่ม ลั่นสรรหาผู้สมัครที่ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเมื่อการเลือกตั้งปี 66 พรรคภูมิใจไทยเจาะพื้นที่ได้น้อย ครั้งนี้มีความมั่นใจจะได้เก้าอี้เพิ่มหรือไม่ ว่า โคราชคราวที่แล้วพรรคภูมิใจไทยได้มาแค่หนึ่งที่ ครั้งนี้เรามั่นใจว่าได้มากกว่าเดิม เราต้องมีช่องไม่ไปกดดันตัวเอง ไม่ไปกดดันพรรคคู่แข่งจนเกินไป และเราสรรหาผู้สมัครที่ดีที่สุดที่เรามีในแต่ละเขตและให้ผู้สมัครเหล่านั้นได้นำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชน ไม่ฟาดงวงฟาดงา ไม่ให้ร้ายใช้วาทกรรมในการสาดโคลนใส่กัน ไม่เอา

เมื่อถามว่า พื้นที่นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ค่อนข้างยาก นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพิมาย และอำเภอโนนสูง เราได้ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา ซึ่งเป็นลูกชายของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ที่เป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการเมืองของโคราช เราได้ผู้สมัครที่มีความแข็งแรง มีความรู้ความสามารถมานำเสนอให้กับประชาชนในเขตนี้

เมื่อถามว่าจากการเป็นบ้านใหญ่เชื่อว่าจะสามารถปักธงได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เราไม่ได้เสนอบ้านใหญ่ นายทวิรัฐ มีความรู้ ความสามารถ มีความทุ่มเทตั้งใจจะมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน มีครบคุณสมบัติที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎร เราไม่ได้พิจารณาเพราะเขาเป็นลูกของบ้านใหญ่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...