โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

TDRI ชำแหละนโยบายภูมิใจไทย ชี้ค่าไฟ 3 บาท-ทหารอาสาเสี่ยงภาระคลัง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 23.09 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 06.07 น.

การประเมินนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลังการเลือกตั้งยังคงเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในมิติของภาระงบประมาณและผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

ล่าสุดสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้วิเคราะห์นโยบายที่พรรคภูมิใจไทยยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีจำนวนเพียง 8 นโยบาย ใช้วงเงินรวม 148,000 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงโครงสร้างพบว่า มีนโยบายสำคัญบางส่วนที่ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมและผลกระทบในระยะยาวอย่างรอบคอบ

ในจำนวนนี้ มี 4 นโยบายที่ใช้งบประมาณเกิน 10,000 ล้านบาทต่อปี ได้แก่

  • นโยบายลดค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท วงเงิน 63,360 ล้านบาท
  • โครงการคนละครึ่งพลัส ระยะที่ 2 วงเงิน 44,000 ล้านบาท
  • นโยบายทหารอาสา 100,000 คน วงเงิน 22,700 ล้านบาท
  • นโยบายพยาบาลอาสา 750,000 คน วงเงิน 13,500 ล้านบาท

โดยแหล่งเงินส่วนใหญ่มาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีและการเกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้วิจัยของ TDRI เห็นว่า นโยบายบางส่วนมีความเหมาะสมและควรผลักดันให้เกิดประสิทธิผล โดยเฉพาะแนวคิด “รัฐมนตรีมืออาชีพ” ซึ่งแม้ไม่ใช่นโยบายใช้งบประมาณ แต่ช่วยสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่ให้ประชาชนรับรู้ทีมบริหารล่วงหน้า

ขณะที่นโยบาย “พยาบาลอาสา” ถูกมองว่า สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย และสามารถสร้างงานในระดับชุมชนได้จริง หากมีระบบฝึกอบรมและคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม TDRI ตั้งข้อสังเกตว่าการนำงบจากกองทุนผู้สูงอายุหรือ สปสช. มาใช้ อาจกระทบต่อระบบงบประมาณเดิมที่มีข้อจำกัดอยู่แล้ว

อีกประเด็นที่ถูกมองว่าเหมาะสม คือ การไม่เดินหน้าต่อนโยบายแลนด์บริดจ์ ซึ่งเคยเป็นนโยบายหลักในการเลือกตั้งปี 2566 โดยผลการศึกษาจากหน่วยงานวิชาการชี้ว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าทางการเงินต่ำและให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจไม่สูงเมื่อเทียบกับต้นทุนการลงทุน

อย่างไรก็ตาม TDRI ระบุว่า นโยบายบางส่วนมีความเสี่ยงและควรทบทวน โดยเฉพาะนโยบายทหารอาสา 100,000 คน แม้แนวคิดการลดการเกณฑ์ทหารจะได้รับการสนับสนุนในเชิงหลักการ แต่จำนวนกำลังพลและระดับรายได้ที่เสนออาจดึงแรงงานออกจากตลาดแรงงาน เนื่องจากรายได้และสวัสดิการอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่าตลาดแรงงานทั่วไป ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มภาระงบประมาณของรัฐในระยะยาว

ขณะที่นโยบายค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท ถูกประเมินว่า ใช้งบประมาณต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากต้นทุนค่าไฟฟ้าในระบบสูงกว่าราคาที่ใช้คำนวณ โดยภาระทางการคลังอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งการอุดหนุนแบบถ้วนหน้าอาจทำให้กลุ่มรายได้สูงได้รับประโยชน์โดยไม่จำเป็น และลดแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน

ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส แม้ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจได้ ขณะที่การเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจน ด้านนโยบายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแม้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แต่หากระบบการผ่อนชำระไม่มีประสิทธิภาพ อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ข้อเสนอการสร้างกำแพงชายแดน แม้มีเป้าหมายด้านความมั่นคง แต่ยังมีความเสี่ยงต่อความขัดแย้งในพื้นที่พิพาท และอาจกระทบต่อการค้าชายแดนและการเคลื่อนย้ายของประชาชนตามปกติ ซึ่งเป็นอีกมิติที่ต้องพิจารณาในเชิงเศรษฐกิจควบคู่ไปกับด้านความมั่นคง

ภาพรวมการประเมินของ TDRI สะท้อนว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีทั้งส่วนที่ตอบโจทย์เชิงโครงสร้างและส่วนที่ยังต้องปรับสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นกับความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว ซึ่งจะเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลใหม่ในการออกแบบนโยบายให้สอดคล้องกับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงต่อจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...