โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 267.50 จุด หุ้นกลุ่มไพรเวทอิควิตี้ร่วงกดดันตลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 01.18 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทในกลุ่มไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity)

รวมถึงความอ่อนแอของหุ้น Walmart และหุ้น Apple ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้

เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED)

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,395.16 จุด ลดลง 267.50 จุด หรือ -0.54%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,861.89 จุด ลดลง 19.42 จุด หรือ -0.28% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,682.73 จุด ลดลง 70.91 จุด หรือ -0.31%

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวลง 9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง 0.53% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.1% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.7%

‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 267.50 จุด หุ้นกลุ่มไพรเวทอิควิตี้ร่วงกดดันตลาด

หุ้นในกลุ่มไพรเวทอิควิตี้ร่วงลง หลังจากบริษัท Blue Owl Capital ตัดสินใจขายสินทรัพย์มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ และระงับการไถ่ถอนในกองทุนแห่งหนึ่งของบริษัท เพื่อบริหารจัดการหนี้และคืนทุนให้แก่นักลงทุน ซึ่งข่าวดังกล่าวได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ และความเสี่ยงของสถาบันการเงินที่เข้าไปลงทุนในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์

หุ้น Blue Owl Capital ดิ่งลง 6% ขณะที่หุ้น Blackstone ร่วงลง 5.3% ส่วนหุ้น Apollo Global Management, หุ้น Ares, หุ้น KKR & Co และหุ้น Carlyle Group ปรับตัวลงระหว่าง 1.9% – 5.2%

หุ้น Apple ร่วงลง 1.4% ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อดัชนี S&P 500 มากกว่าหุ้นตัวอื่น ๆ

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) เผชิญกับความผันผวนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป รวมทั้งความไม่มั่นใจว่าการลงทุนจำนวนมากใน AI จะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตด้านรายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ได้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ไปจนถึงโลจิสติกส์ ยังได้รับผลกระทบจากความกังวลที่ว่าเครื่องมือ AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอาจจะเข้ามาขัดขวางโมเดลธุรกิจดั้งเดิมและทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น

หุ้น Deere & Co ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมการเกษตร พุ่งขึ้น 11.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาสแรกที่สูงเกินคาดและได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรรายปี

นักลงทุนประเมินตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 23,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย

คณะกรรมการเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมของวันที่ 27-28 ม.ค. เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 ก.พ.) โดยระบุว่า กรรมการเฟดเกือบทั้งหมดเห็นชอบให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ยังคงมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินครั้งต่อไป

ซึ่งกรรมการเฟดหลายคนส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่กรรมการอีกส่วนหนึ่งสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อปรับตัวลดลงตามที่คาดการณ์ไว้

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...