สงครามอิหร่านเข้าเฟส 4 นักวิเคราะห์ชู 8 หุ้นปันผลเด่น-ESG เกรด AAA
บล.เอเซีย พลัส ชี้สงครามอิหร่านเข้า "เฟส 4" เริ่มมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยตลาดเริ่มหยุดแพนิก กลยุทธ์ลงทุน แนะดักเก็บ 8 หุ้นใหญ่ ปันผลเด่น -ESG เกรด AAA
วันที่ 13 มี.ค.2569 บล. เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลก ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 13 โดยระบุว่า แม้อิหร่านจะยังคงเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้อุปทานน้ำมันชะงักและดันให้ราคาน้ำมันดิบ เบรนท์พุ่งทะลุ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่ทิศทางของสงครามเริ่มส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ "เฟส 4" (เริ่มมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย)
บล.เอเซีย พลัส ระบุเหตุผลสนับสนุนว่า ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีภาวะบอบช้ำ โดยสหรัฐฯ ต้องแบกรับงบประมาณทางการทหารที่สูง ขณะที่อิหร่านถูกกดดันจากนานาชาติอย่างหนัก สัญญาณบวกเริ่มปรากฏจากการพูดคุยผ่านบุคคลที่ 3 (เช่น การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสายตรงหาปูติน) การยอมให้เรือขนส่งบางประเทศผ่านช่องแคบได้ รวมถึงการที่อิหร่านเสนอ 3 เงื่อนไขหยุดยิง ซึ่งตามสถิติวัฏจักรสงคราม เมื่อเข้าสู่เฟส 4 ตลาดหุ้นจะหยุดสภาวะตื่นตระหนก (Panic) และเริ่มสร้างฐานเพื่อเตรียมฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติ
จับตาเฟดรับมือเงินเฟ้อพุ่งจาก "Oil Shock"
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยังคงกดดันภาพรวมเศรษฐกิจโลก บล.เอเซีย พลัส ประเมินผ่านแบบจำลอง BECO ว่า หากราคาน้ำมันพุ่งจาก 65 เหรียญฯ ไปสู่ 108 เหรียญฯ จะดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทะลุ 3% ต่อเนื่องถึง 2 ไตรมาสติดกัน ปัญหาเงินเฟ้อรอบใหม่นี้จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยได้ยากขึ้น โดยสัญญาณจากดัชนี Fedspeak เริ่มสะท้อนมุมมองที่แข็งกร้าว (Hawkish) มากขึ้น ซึ่งต้องติดตามการประชุม เฟดและการเปิดเผย Dot Plot ในวันที่ 18 มีนาคมนี้อย่างใกล้ชิด
สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) แม้จะมีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 2.8 หมื่นล้านบาทในเดือนมี.ค. แต่ดัชนียังสามารถยืนหยัดและฟื้นตัวสวนกระแสตลาดโลกได้จากแรงซื้อของสถาบันและรายย่อยในประเทศ
กลยุทธ์ลงทุน แนะดักเก็บ 8 หุ้นใหญ่ ปันผลทะลุดอกเบี้ย-ESG AAA
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับกระแสเงินสดและรอความชัดเจนของกองทุน TISA โดยเน้นคัดกรอง "หุ้นใหญ่สภาพคล่องสูง" ที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ระยะยาว 3-5 ปี และได้รับการประเมิน ESG Rating ในระดับสูงสุดที่ "AAA" เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน โดยมีหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่
- SCB คาดการณ์ปันผลปี 2569 สูงถึง 7.4% (มี Upside 8.0%)
- CPF คาดการณ์ปันผล 5.3% (มี Upside 22.1%)
- CPAXT คาดการณ์ปันผล 4.8%
- ADVANC คาดการณ์ปันผล 4.4% (หุ้นผันผวนต่ำ)
- CPALL คาดการณ์ปันผล 3.9%
- SCGP คาดการณ์ปันผล 3.4%
- BEM คาดการณ์ปันผล 2.8%
- CENTEL คาดการณ์ปันผล 2.4%