ค่ากลั่นแพงจริงไหม? โรงกลั่นโร่แจง มีต้นทุนแฝงเพียบ ไม่ใช่กำไรทั้งหมด
ตัวเลขค่าการกลั่นน้ำมันของโรงกลั่นในไทย กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ประมาณการตัวเลขของ ค่าการกลั่น น้ำมันของ โรงกลั่น ในไทยเฉลี่ยอยู่ที่6.06 บาทต่อลิตร ถือว่าเป็นค่าการกลั่นที่อยู่ในอัตราที่สูงมาก เมื่อเทียบกับตัวเลขประมาณการของเดือนก่อนหน้านี้ โดย เดือนมกราคม เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.14 บาทต่อลิตร และ เดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ระดับ 2.09 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 4 บาทต่อลิตร
จึงมีคำถามว่า กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันได้รับกำไรจากค่าการกลั่นในระดับที่สูงมาก ภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ และยังมีแนวโน้มว่าค่าการกลั่นนี้จะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน ที่มีปัจจัยจากกลุ่มโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียหลายแห่ง เริ่มมีแผนปิดซ่อมบำรุงประจำปีในไตรมาสที่สอง
ล่าสุด กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ออกชี้แจงข้อเท็จจริง “ค่าการกลั่น” โดยย้ำไม่ใช่กำไรสุทธิของผู้ประกอบการ เผย ต้นทุนแฝงปรับตัวสูงขึ้น 3-6 บาทต่อลิตร พร้อมเดินหน้าผลิตเพื่อความมั่นคงของประเทศ
กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ) ชี้แจงประเด็น "ค่าการกลั่นสูง" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลไกราคาและต้นทุนที่แท้จริงของอุตสาหกรรมโรงกลั่น
1.ค่าการกลั่น (Market GRM) ไม่เท่ากับกำไรสุทธิ
ค่าการกลั่นที่ปรากฏในข่าว (ที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาทต่อลิตร เป็นประมาณ 6 บาทต่อลิตร) เป็นเพียงดัชนีส่วนต่างราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนสำคัญที่โรงกลั่นต้องแบกรับ ประกอบด้วย ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium), ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3-6 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ กำไร/(ขาดทุน) จากสต๊อกน้ำมัน และ กำไร/(ขาดทุน) การบริหารความเสี่ยงด้านราคา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ค่าการกลั่นไม่ได้สะท้อนผลประกอบการที่แท้จริง
2.การดำเนินธุรกิจภายใต้กลไกตลาดเสรี (Market Price)
ระบบการค้าขายน้ำมันของประเทศไทยอิงราคาตลาดโลก โรงกลั่นไม่สามารถกำหนดราคาน้ำมันดิบหรือราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปเองได้ โดยต้องอิงราคาตลาดทั้งสองด้าน จึงมีความผันผวนตามสถานการณ์ตลาดพลังงานโลก
ในทางปฏิบัติ โรงกลั่นจำเป็นต้องจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน เพื่อให้การผลิตต่อเนื่อง จึงต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากในวันที่ซื้อน้ำมันดิบ ยังไม่สามารถทราบได้ว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จะขายในอนาคตจะเป็นเท่าใด
3.การยืนหยัดเดินเครื่องผลิตเพื่อความมั่นคง แม้ในช่วงวัฏจักรค่าการกลั่นต่ำ
ค่าการกลั่นมีความผันผวนตามวัฏจักรตลาด ในบางช่วงเวลาที่ค่าการกลั่นอาจปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หรือ บางช่วงอาจต่ำจนไม่ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นยังคงต้องแบกรับภาระและเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานและไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ
4.บทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ โดยใช้กลไกชดเชยราคาผ่านผู้ค้าน้ำมัน เพื่อนำไปดูแลราคาขายปลีกให้กับผู้บริโภค จึงไม่ใช่การอุดหนุนผู้ประกอบการโรงกลั่นตามที่บางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน