ศบก.ย้ำไม่มีเรือไทยตกค้างอยู่ในอ่าวอาหรับ เตรียมพา 20 ลูกเรือไทยกลับบ้าน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุม ถึงความความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี 23 คน ว่า ขณะนี้ลูกเรือ 20 คน อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว กำลังนำลูกเรือทั้ง 20 คน ไปที่เมืองคาซับ ประเทศโอมาน เพื่อจะเดินทางกลับมาสู่ประเทศไทยต่อไป
ด้านนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ยังมีเรือไทยที่ตกค้างอยู่ในอ่าวทะเลอาหรับ ยืนยันว่าเรือที่เป็นเรือไทยที่ยกเว้นเรือมยุรีนารีที่เกิดเหตุ ไม่มีเรือไทยที่ชักธงชาติไทยหรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ เป็นเรือที่มีลูกเรือคนไทย โดยลำแรกมีลูกเรือคนไทย 14 คน และเป็นลูกเรืออินเดีย 8 คน ลำที่ 2 มีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน ต้องเรียนยืนยันว่าเป็นเรือบริษัทคนไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ และมีลูกเรือไทยที่ทำงานอยู่ ซึ่งเรือจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตอนนี้เรือจอดอยู่ที่ท่าและยังปลอดภัย
ขณะที่ พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพเรือโดยผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้เสนาธิการทหารเรือใช้กลไกในส่วนที่เกี่ยวข้องของความมั่นคงได้ประสานการปฏิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และได้มีการเชิญประชุมผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เดินเรือผ่านในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีสถิติการขนส่งที่ลดลงจาก 183 ลำ เหลือระดับตัวเลขตัวเดียว เราจึงต้องออกหนังสือแจ้งเตือน ทั้งนี้ ขอเรียนว่าเรามีเรือที่ยังคงเป็นเรือสัญชาติอื่น แต่เจ้าของเป็นคนไทยอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 ลำ ซึ่งเราได้ติดตามสถานการณ์และได้จัดทำคำแนะนำ สำหรับในวันนี้ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน เรายังไม่พบทุนระเบิดลอยน้ำแต่อย่างใด ณ ปัจจุบันในเรื่องของการตรวจสอบในพื้นที่ยังทำได้ยากเพราะเรือ ณ วันนี้ มีการปิดน่านน้ำ และเรือที่เหลือจอดอยู่ในท่า ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของการกำหนดตำแหน่งที่เหลือของเรือ จากอุปกรณ์สื่อสาร ระบบดาวเทียม ฉะนั้นการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ถือว่ามีความเสี่ยง ณ วันนี้ยืนยันว่าไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม คงเหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ จึงขอให้มั่นใจได้ว่าในส่วนของสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่จะมีผลกระทบต่อเรือไทย ทางกองทัพเรือได้เฝ้าระวังอย่างเต็มขีดความสามารถร่วมกับกรมเจ้าท่าและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน.