อนุทิน เปิดประชุมยา ลั่นไทยผ่านวิกฤตโควิด ทุกคนรู้ดี ไม่ว่าชาวบ้าน-เศรษฐี สธ.ดูแลเท่าเทียม
นายกฯ เปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ GPO PHARMACEUTICAL SUMMIT 2026 ระบุ ความมั่นคงทางยาคือรากฐานความมั่นคงด้านสุขภาพ ยืนยันไทยมีศักยภาพด้านอาหาร – ยา เตรียมพร้อมเป็นศูนย์กลางบนเวทีโลก
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่ห้องประชุมทรู ไอคอน ฮอลล์ (1-2) ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ GPO PHARMACEUTICAL SUMMIT 2026 โดยกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ขอแสดงแสดงความยินดีกับองค์การเภสัชกรรมที่ดำเนินกิจการครบรอบ 60 ปี สะท้อนบทบาทอันทรงคุณค่าองค์กรของประเทศ ที่ทำหน้าที่ดูแล และเสริมสร้างความมั่นคงด้านยาให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา องค์การเภสัชกรรมพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าความมั่นคงทางยา คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งชาติ ไม่ว่าประเทศจะเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดหรือภัยคุกคามทางสุขภาพรูปแบบใดก็ตาม องค์การเภสัชกรรมคือองค์กรที่ประชาชนสามารถพึ่งพา และสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีระบบการสาธารณสุขที่เข้มแข็ง มียาที่มีคุณภาพ และมีปริมาณที่เพียงพอในราคาที่เข้าถึงได้
ถ้ามีวิกฤตการณ์ในระบบสาธารณสุขของประเทศ องค์การเภสัชกรรม และกระทรวงสาธารณสุข พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำว่าราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อมีวิกฤตการณ์ในระบบสาธารณสุข เช่น โรคระบาดระดับโลก ประชาชนทุกคนหรือแม้แต่ผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทยจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี คนที่ผ่านสถานการณ์โควิด-19 รับทราบดี ไม่ว่าท่านจะเป็นมหาเศรษฐีหรือชาวบ้านทั่วไป ท่านก็ได้รับการดูแลจากระบบสาธารณสุขของไทยอย่างทั่วถึงเท่าเทียม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมองไปในอนาคต ยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูเชื่อมโยงนวัตกรรมยาระดับโลกขององค์การเภสัชกรรม ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่ง ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศ แต่สิ่งที่ละเลยไม่ได้คืองานรากฐานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสารตั้งต้นทางยา การวิจัย และการพัฒนาวัคซีนด้วยศักยภาพของเราเอง เพราะสิ่งเหล่านั้นคือหัวใจของความมั่นคง และการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เราเชื่อว่าต่อให้ประเทศไทยผลิตยาที่ทันสมัยที่สุด แต่จะไม่มีความหมายเลยถ้าประชาชนไม้ได้รับยานั้น สิ่งที่เรายึดมั่น และต้องทำต่อ คือการรักษามาตรฐานการให้บริการประชาชน ความท้าทายสำคัญวันนี้คือการปรับโครงสร้างยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นพร้อมกับการรับมือกับวิกฤตสุขภาพในอนาคต การขับเคลื่อนเป้าหมายนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากเรียกตามยุคสมัยคือ “ทีมไทยแลนด์” ประเทศไทยต้องมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงทางยา เราเป็นประเทศที่ต้องยืนอยู่บนเวทีโลก ทุกวันนี้ก็ไปขายของในต่างประเทศ ในเรื่องของอาหาร และยา เราก็จะเจอคู่แข่งมากมาย ประเทศไทยวันนี้จะต้องพูดถึงเรื่องความมั่นคงทางอาหาร และยา จึงจะไปขายสินค้าให้ต่างชาติได้จึงจะเพิ่มมูลค่าได้
“ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะไปพูดกับนานาชาติว่าเราไม่ได้มาขายสินค้า หรือขายวัตถุดิบให้กับประเทศของท่านเท่านั้น แต่ถ้าท่านต้องการความมั่นคงทางด้านอาหาร และยา ให้ติดต่อกับประเทศไทย เราพร้อมที่จะดำเนินการให้ความเชื่อมั่นว่าถ้าเกิดวิกฤตใดๆในประเทศของท่าน ประชาชนของท่านจะไม่ขาดอาหาร และยา แน่นอนว่าเราไปสร้างรถอีวีสู้เขาไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องอาหาร ยา และสินค้าทางการเกษตร หรือแม้แต่คุณภาพทางระบบสาธารณสุข ตรงนี้ต่างหากที่ไปพูดกับใครเขาก็ต้องฟัง และมองเราเป็นคู่ค้า ไม่ใช่ผู้ขาย ซึ่งจะทำให้ไทยยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ และสามารถสร้างนวัตกรรม และ มูลค่าทางเศรษฐกิจได้” นายอนุทินกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน เปิดประชุมยา ลั่นไทยผ่านวิกฤตโควิด ทุกคนรู้ดี ไม่ว่าชาวบ้าน-เศรษฐี สธ.ดูแลเท่าเทียม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th