โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ปีใหม่อยากมีเงินเก็บ เริ่มให้ถูกทาง 5 เคล็ดลับวางแผนการเงินที่ควรรู้

SpringNews

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่าง แค่เริ่มจัดการเงินให้ดีขึ้น ชีวิตก็เบาขึ้นได้จริง หลายคนตั้งเป้าหมายการเงินทุกปี แต่พอเวลาผ่านไปกลับรู้สึกว่า “ทำไมยังไม่ถึงไหนสักที” บางคนเก็บเงินไม่อยู่ บางคนรายได้เพิ่มแต่เงินไม่เคยเหลือ หากคุณเป็นหนึ่งในนั้น ปีใหม่ 2569 นี้อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยการตั้งเป้าหมายการเงินที่ไม่ฝืนชีวิต และทำได้จริงในระยะยาว

เพื่อให้การเริ่มต้นครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เราได้หยิบแนวคิดการวางแผนการเงินที่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ แนะนำไว้ มาสรุปให้อ่านง่าย เป็นขั้นเป็นตอน เหมือนคู่มือที่ค่อย ๆ พาไปทีละข้อ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเงินมาก่อนก็เข้าใจได้

1. รู้จักสถานะการเงินของตัวเองก่อนวางแผน

ก่อนจะตั้งเป้าใหม่ ลองหยุดดูภาพรวมการเงินของตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อน ปีที่แล้วเก็บเงินไม่ได้ตามแผนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปีนี้ควรรู้ให้แน่ว่าตอนนี้เรามีทรัพย์สินเท่าไร มีหนี้อะไรอยู่ รายได้มาจากทางไหน และเงินหายไปกับค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การรวบรวมข้อมูลรายรับรายจ่ายย้อนหลัง จะช่วยให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงินจริง ๆ และทำให้ตั้งเป้าหมายทางการเงินได้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น สิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยได้มากคือการฝึกจดบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นประจำ เพราะยิ่งรู้ตัวเลขชัด การบริหารเงินก็ยิ่งง่ายขึ้น

2. ตั้งเป้าให้ท้าทาย แต่ต้องเป็นเป้าที่ไปถึงได้

เป้าหมายที่ดีไม่ควรยากเกินจนท้อ แต่ก็ไม่ง่ายจนไม่ต้องพยายาม โดยเฉพาะเป้าหมายใหญ่ เช่น การเก็บเงินหลังเกษียณ ควรเริ่มจากการคิดถึงรูปแบบชีวิตที่อยากมี ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือกิจกรรมที่อยากทำหลังเกษียณ

แนะนำแนวคิด “กฎ 4%” ซึ่งเป็นวิธีคำนวณเงินเกษียณแบบคร่าว ๆ โดยนำรายจ่ายต่อปีมาหารด้วย 0.04 เพื่อดูว่าควรมีเงินก้อนประมาณเท่าไร เช่น หากอยากใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท เงินเกษียณที่ควรมีจะอยู่ราว 9 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้กดดัน แต่ช่วยให้เห็นภาพว่าเรากำลังเก็บเงินไปเพื่ออะไร และต้องวางแผนระยะยาวแค่ไหน

3. แบ่งเป้าใหญ่ให้กลายเป็นเป้าเล็กที่ทำได้จริง

เป้าหมายใหญ่จะดูไม่ไกลเกินเอื้อม หากถูกแบ่งออกเป็นขั้นตอน เช่น แทนที่จะมองว่าอยากมีเงิน 1 ล้านบาท ลองกำหนดเป็นเป้ารายปี ปีแรกเก็บเท่าไร ปีถัดไปเพิ่มอีกเท่าไร การเห็นความคืบหน้าเป็นระยะจะช่วยให้มีกำลังใจทำต่อ

เทคนิคสำคัญคือ เมื่อมีรายได้เข้ามา ให้แยกเงินออมออกก่อนแล้วค่อยใช้จ่าย เพราะหากรอให้เงินเหลือ มักจะไม่เหลือจริง ๆ นอกจากนี้ หากมีโอกาสเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นงานเสริมหรือการใช้ทักษะที่มีอยู่ ก็เป็นอีกแรงช่วยให้ไปถึงเป้าได้เร็วขึ้น

4. ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า และไม่เผลอติดกับดักทางการเงิน

การมีรายได้มากขึ้นไม่สำคัญเท่าการใช้เงินอย่างมีสติ เครื่องมืออย่างบัตรเครดิตสามารถช่วยบริหารการใช้จ่ายได้ดี หากใช้อย่างเหมาะสม เช่น การรับสิทธิประโยชน์ คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน หรือการผ่อนสินค้าอัตราดอกเบี้ย 0% รวมถึงช่วงปลอดดอกเบี้ยที่ช่วยให้บริหารเงินได้คล่องตัวขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังคือการใช้เกินความจำเป็น และไม่ชำระเต็มจำนวน ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยสูง นอกจากนี้ ยังควรระวัง “Lifestyle Inflation” หรือการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ทางออกง่าย ๆ คือเมื่อรายได้เพิ่ม ให้เพิ่มเงินออมก่อนเสมอ ไม่ใช่เพิ่มค่าใช้จ่าย

5. เช็กตัวเลขการเงินสำคัญเป็นระยะ เพื่อไม่หลุดเส้นทาง

การวางแผนจะได้ผลมากขึ้น หากมีการตรวจสอบตัวชี้วัดทางการเงินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของรายได้ อัตราการออม ผลตอบแทนจากการลงทุน หรืออัตราดอกเบี้ยของหนี้สิน โดยกรุงศรีแนะนำให้เริ่มออมอย่างน้อย 10% ของรายได้ และหากเป็นไปได้ ค่อย ๆ ขยับไปสู่ระดับ 30% เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ในด้านการลงทุน ควรมุ่งหวังผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ เพื่อรักษามูลค่าเงิน และเลือกแหล่งเงินกู้ในระบบที่มีดอกเบี้ยเหมาะสม พร้อมมองโอกาสปรับโครงสร้างหนี้เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม

ท้ายที่สุด เป้าหมายทางการเงินอาจไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขนั้น เมื่อรู้ว่ากำลังเก็บเงินไปเพื่ออะไร การลงมือทำอย่างสม่ำเสมอจะไม่ใช่เรื่องฝืนใจ เริ่มตั้งเป้า วางแผน และค่อย ๆ ทำตั้งแต่วันนี้ เพราะความมั่นคงทางการเงินไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่ทำต่อเนื่องทุกวัน

ที่มา: krungsri consumer, setinvestnowและ wikipedia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...