‘พิพัฒน์’ สั่งสอบเหตุโครงการรถไฟความเร็วสูงสีคิ้ว - ยกระดับพระราม 2 ใน 1 สัปดาห์
“พิพัฒน์” สั่งสอบเหตุโครงการรถไฟความเร็วสูงสีคิ้ว - ยกระดับพระราม 2ใน 1 สัปดาห์ ก่อนหารือแนวทางยกเลิกสัญญา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวถึงการยกเลิกสัญญาแนวระเบียบสามารถทำได้หรือไม่ว่าตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี วันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชุด ทั้งจุดสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และถนนพระราม 2 เนื่องจากไม่เหมือนกัน และยังมีการตั้งกรรมการ เพื่อหาข้อเท็จจริงให้ได้ภายใน 7 วัน และหลังจากนั้นก็คงต้องหาวิธียกเลิกสัญญาให้ได้ ส่วนโครงการที่ยังเหลืออยู่ 12 - 13 สัญญา ขอให้หยุดการดำเนินการในช่วงนี้
โดยขอเอาฝ่ายวิศวกรรมสถานของกระทรวงคมนาคมเข้าไปตรวจสอบในเรื่องความปลอดภัย แต่ตนได้หารือกับปลัดกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการอีก 1 ชุด เพื่อกำกับดูแลในการทำงานอีกชั้นหนึ่ง และจะต้องหารืออีกครั้งหนึ่งว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีค่าคอนเซาท์อยู่ แต่เป็นเพียงการเสริมความมั่นใจของสาธารณะในส่วนนี้ เนื่องจากใน 2 กรณีที่เกิดขึ้นในใจ 2 วัน ตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่บังเอิญ ขนาดนี้ ในโลกนี้ก็มีแค่ประเทศไทย และที่สำคัญคือผู้รับเหมาเป็นรายเดียวกัน
ขณะเดียวกันนายพิพัฒน์ ยังระบุอีกว่า ต้องรอรายละเอียดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับกี่หน่วยงาน ซึ่งหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดก็ต้องดำเนินคดีเป็นทอดๆไป โดยเฉพาะผู้รับเหมาก็ส่วนหนึ่ง ผู้รับเหมาช่วงก็ส่วน ซึ่งตรงคิดว่ามีองค์ประกอบในหลายส่วน เพราะฉะนั้นคนยังไม่สามารถที่จะตอบได้ ว่าการดำเนินคดีจะเป็นลักษณะกี่คดี แต่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
นายพิพัฒน์ ยังระบุอีกว่าได้มีการสั่งให้ 13 โครงการที่ยังเหลืออยู่ระงับการก่อสร้าง ในทันทีจนกว่ากระทรวงคมนาคม จะอนุญาตให้ปฏิบัติงานได้ และมีความปลอดภัย เนื่องจากตนคงรับแรงกดมากกว่านี้ไม่ไหว ไม่ใช่เมื่อวานเคส 1 วันนี้เคส 1 อีก 1-2 วันอีกเคสหนึ่ง ถ้ามีคงต้องกลับไปบ้านเลี้ยงหลาน
นายพิพัฒน์ ยังยืนยันว่า การยกเลิกสัญญาจะต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าอยากจะยกเลิกก็ยกเลิกได้ การยกเลิกสัญญายอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นอำนาจของกระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้าของงาน แต่การยกเลิกคู่สัญญาจริงๆคือกรมบัญชีกลาง ซึ่งในส่วนคมนาคมคงต้องทำในหน้าที่ที่สามารถทำได้ และการขึ้นบัญชีดำเป็นส่วนที่ต้อง ดำเนินการต่อเนื่องทันทีและการถูกลดชั้น ไม่สามารถประมูลงานอีกได้ไหมเมื่อไหร่ ต้องพูดคุยกับกรมบัญชีกลางอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่าแต่จะไม่ถึงขั้นขึ้นบัญชีดำเป็นการถาวร ไม่ให้สามารถรับงานรัฐอีกได้ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องดูไม่ใช่ว่าผิดโครงการนี้ แล้วไปพาลโครงการอื่น เพราะหากโครงการอื่นดำเนินการแล้วไม่ได้ผิดอะไร เนื่องจากบริษัทนี้ก็ไม่ได้มีงานชนิดเดียว หรือลักษณะเดียว งานก่อสร้างของ รฟท. ก็ส่วนหนึ่ง ทางยกระดับของกรมทางหลวงก็ส่วน ซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป พร้อมยืนยันว่าขึ้นแบล็คลิสแน่นอน และในอนาคตคงต้องเชิญผู้บริหารระดับสูงของอิตาเลียนไทยมาหารือเหตุการณ์ ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลายกรณีตั้งแต่ตึกสตง.ถล่ม
เมื่อถามว่าจากกรณีเหตุการณ์สีคิ้วถูกขุดภาพการลงนามสัญญาในสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ตนจะไปดู ว่า โครงการสีคิ้วเป็นการลงนามในยุคของนายศักดิ์สยามหรือไม่ แต่ตนเชื่อว่าการลงนามไม่ว่าจะเป็นในยุคใดรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเป็นเพียงพยาน เพราะฉะนั้นการเป็นรัฐมนตรี ในฐานะเจ้ากระทรวงจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีไม่ได้รู้ทุกเรื่อง และการลงนามในแต่ละปีไม่ใช่มีแค่ครั้งเดียว ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีการลงทุนกว่าแสนล้านในแต่ละปี เพราะฉะนั้นจะมีโครงการเล็กบ้างใหญ่บ้าง ซึ่งรัฐมนตรีก็มีส่วนในการรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้เสนออนุมัติงบประมาณ แต่ไม่ใช่ผู้ลงนามในแต่ละสัญญา ดังนั้นต้องไปย้อนดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานใดเป็นผู้ลงนาม ส่วนในการประมูลต้องผ่านกรมบัญชีกลางพิจารณาว่าหน่วยงานใดเหมาะสมที่จะรับผิดชอบ ในการรับงานประมูลนั้นไปเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำจำเป็นจะต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจ
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวว่า การลงนามในสัญญาใครเป็นผู้ลงนามไม่ใช่เรื่องสำคัญ พร้อมยกตัวอย่าง คนเป็นรัฐมนตรีในยุคนั้นและนับต่อไปอีก 20 ปี โครงการนั้นเกิดพังถล่มลงมา เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้ จึงอยากให้ดูที่เนื้องานอย่าเจาะจง ว่าเป็นความผิดของใคร หรือเอาทุกสิ่งทุกอย่าง มาเป็นมิติการเมือง ซึ่งตรงเข้าใจดีว่าก่อนการเลือกตั้ง มักจะมีความพยายามดิสเครดิตของแต่ละฝ่ายเกิดขึ้น
"ขอเรียนตามตรงพวกเราทำงานตรงไปตรงมา พวกเราอยู่ในเนื้องานในหน้างาน เนื้องานการเมืองก็ขอให้ไปอยู่ในเนื้องานการเมือง เพราะฉะนั้นการต่อสู้ อย่าเอาปัญหาของการเมือง มายุ่งกับการทำงานของแต่ละกระทรวงขอความกรุณาครับ"
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า ช่วงนี้พรรคภูมิใจไทยอาจจะมีเรตติ้งดี อาจจะมีการเตะตัดขากันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ตนไม่ได้กังวล เกมก็คือเกม ไม่ใช่ปัญหา เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เราก็ต้องแก้ไข อย่างตัวของตนขณะนี้ ก็ไม่รู้ว่าถูกวิจารณ์ไปถึงไหน จึงต้องบอกตรงไปตรง ว่าตนพร้อมรับผิดชอบ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อนุทิน' เรียกถกด่วน หลังโศกนาฏกรรมเครนถล่มซ้ำ 2 วัน 2 เหตุการณ์
- เช็กเลย!! เส้นทางเลี่ยงเครนถล่ม ถ.พระราม 2 ทั้งขาเข้า-ขาออก กทม.
- 'อนุทิน' สั่งถกด่วนบ่ายนี้ จ่อแก้กฎหมายเอาผิดผู้รับเหมา ปมเครนถล่มซ้ำซาก
ติดตามเราได้ที่