ทรัมป์ควัก 5.8 หมื่นล้าน ฮุบหุ้น USA Rare Earth เปิดศึกชิงแร่ยุทธศาสตร์กับจีน
#แร่หายาก #ทันหุ้น – สำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเข้าถือหุ้น 10% ในบริษัท USA Rare Earth ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจการลงทุนทั้งในรูปแบบตราสารหนี้และตราสารทุนมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้บริษัทพัฒนาเหมืองในประเทศและโรงงานผลิตแม่เหล็ก
แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับแผนการนี้ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชนแยกต่างหากอีก 1 พันล้านดอลลาร์ จะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ โดยบริษัท USA Rare Earth ซึ่งมีฐานการดำเนินงานในรัฐโอคลาโฮมา จะจัดการประชุมทางโทรศัพท์กับนักลงทุนในช่วงเช้าเพื่อหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันที ขณะที่ USA Rare Earth ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น
ปัจจุบัน จีนเป็นผู้แปรรูปแร่หายาก (Rare Earths) รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งแร่กลุ่มนี้ประกอบด้วยแร่ธาตุ 17 ชนิดที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยุทโธปกรณ์ทางทหารหลากหลายประเภท ในขณะที่สหรัฐฯ ผลิตแร่หายากได้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจุดชนวนให้รัฐบาลวอชิงตันพยายามผลักดันการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
USA Rare Earth กำลังพัฒนาเหมืองในเมืองเซียรา บลังกา รัฐเท็กซัส ร่วมกับบริษัท Texas Mineral Resources โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการภายในปี 2028 และยังมีโรงงานผลิตแม่เหล็กในเมืองสติลวอเตอร์ รัฐโอคลาโฮมา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้ในช่วงปลายปีนี้
แหล่งข่าวระบุว่า ในฐานะส่วนหนึ่งของการลงทุนใน USA Rare Earth รัฐบาลวอชิงตันจะได้รับหุ้นจำนวน 16.1 ล้านหุ้น พร้อมกับใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants) ในการซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 17.6 ล้านหุ้น โดยทั้งสองส่วนจะถูกกำหนดราคาไว้ที่ 17.17 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งใกล้เคียงกับราคาซื้อขายหุ้นของบริษัทเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ทั้งนี้ Financial Times เป็นสื่อรายแรกที่รายงานข่าวเกี่ยวกับการลงทุนครั้งนี้
ข้อตกลงนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ในการรุกเข้าสู่พื้นที่แร่ธาตุวิกฤต (Critical Minerals) หลังจากที่ได้เข้าถือหุ้นในบริษัท MP Materials, Lithium Americas และ Trilogy Metals ไปเมื่อปีที่แล้ว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลกำลังวางแผนทำ“ข้อตกลงประวัติศาสตร์” เพิ่มเติมกับภาคการทำเหมืองของสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มการผลิตลิเธียม แร่หายาก และแร่ธาตุวิกฤตอื่นๆ ที่ใช้ในด้านการป้องกันประเทศ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุเพิ่มเติมว่า USA Rare Earth ได้ว่าจ้างบริษัท Cantor Fitzgerald ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินที่มี แบรนดอน ลุตนิค (Brandon Lutnick) บุตรชายของ ฮาวเวิร์ด ลุตนิค (Howard Lutnick) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เป็นประธาน เพื่อช่วยในความพยายามระดมทุนในครั้งนี้